ทศชาติชาดก
ทศชาติชาดก เป็นชาดกที่สำคัญ กล่าวถึง 10 ชาติสุดท้ายของพระโพธิสัตว์ ก่อนจะเสวยพระชาติมาเกิดเป็นพระพุทธเจ้า หรือเจ้าชายสิทธัตถะแห่งศากยวงศ์ ชาดกทั้ง 10 เรื่อง เพื่อให้จำง่าย มักนิยมท่องโดยใช้พยางค์แรกของแต่ละชาติ คือ เต ช สุ เน ม ภู จ นา วิ เว
ชาดก ทั้ง 10 เรื่อง

- เตมีย์ใบ้ชาดก
- ชาติที่ 1 เพื่อบำเพ็ญเนกขัมมบารมี - เตมียชาดก (เต) เป็นชาติแรกในทศชาติชาดก ก่อนที่จะมาตรัสรู้เป็นสมเด็จพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้านาม พระสมณโคดม ชาตินี้ พระองค์ทรงบำเพ็ญเนกขัมมบารมี หมายถึง การละทิ้งจากกามคุณทั้ง 5

- ชนกชาดก
- ชาติที่ 2 เพื่อบำเพ็ญวิริยบารมี - มหาชนกชาดก (ช) พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระชนกกุมาร โอรสพระเจ้าอริฏฐชนก กษัตริย์เมืองมิถิลา ขณะที่เสด็จลงสำเภาไปค้าขาย เกิดพายุใหญ่เรือแตกกลางมหาสมุทร พระมหาชนกทรงว่ายน้ำโต้คลื่นอยู่ในมหาสมุทรถึง 7 วัน นางเมขลาเห็นจึงพูดลองใจว่าให้พระองค์ยอมตายเสียเสียตามบุญตามกรรม แต่พระองค์ก็ไม่ทรงฟัง ยังพยายามว่ายน้ำโต้คลื่นอยู่ตามเดิมนางเมขลาเห็นเลื่อมใสในความพยายาม จึงอุ้มพระองค์เหาะไปส่งที่ฝั่ง พระชาตินี้พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญ วิริยบารมี

- สุวรรณสามชาดก
- ชาติที่ 3 เพื่อบำเพ็ญเมตตาบารมี - สุวรรณสามชาดก (สุ) พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพรหมฤๅษี ต้องรับภาระเลี้ยงดูบิดามารดาผู้ตาบอด วันหนึ่งกบิลยักษ์แผลงศรมาถูกได้รับบาดเจ็บแสนสาหัส แต่ก็ไม่ได้โกรธ กลับแสดงเมตตาจิตต่อ และเทศนาทศพิธราชธรรมให้กบิลยักษ์ฟัง ด้วยอำนาจแห่งเมตตาธรรมทำให้พระสุวรรณสามหายเจ็บปวดรอดชีวิตมาได้ และบิดามารดาก็กลับมีจักษุดี พระชาตินี้พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญ เมตตาบารมี

- เนมิราชชาดก
- ชาติที่ 4 เพื่อบำเพ็ญอธิษฐานบารมี - เนมิราชชาดก (เน) เป็นชาติที่ 4 ของทศชาติชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระเนมิราช โอรสเจ้าเมืองมิถิลา โปรดการบริจาคทานและรักษาพรหมจรรย์ พระอินทร์ทรงพอพระทัย ถึงกับให้พระมาตุลีนำทิพยรถมารับไปเที่ยวเมืองสวรรค์ และเมืองนรก แล้วเชิญให้ครองเมืองสวรรค์ พระเนมิราชไม่ทรงรับและเสด็จกลับบ้านเมืองของพระองค์ พอทรงชราก็ออกผนวช พระชาตินี้พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญ อธิษฐานบารมี

- มโหสถชาดก
- ชาติที่ 5 เพื่อบำเพ็ญปัญญาบารมี

- ภูริทัตชาดก
- ชาติที่ 6 เพื่อบำเพ็ญศีลบารมี

- จันทชาดก
- ชาติที่ 7 เพื่อบำเพ็ญขันติบารมี

- นารทชาดก
- ชาติที่ 8 เพื่อบำเพ็ญอุเบกขาบารมี

- วิทูรชาดก
- ชาติที่ 9 เพื่อบำเพ็ญสัจจบารมี

- เวสสันดรชาดก
- ชาติที่ 10 เพื่อบำเพ็ญทานบารมี สำหรับชาติสุดท้าย เป็นชาติที่สำคัญ และบำเพ็ญบารมีอันยิ่งใหญ่ คือ เวสสันดรชาดก หรือเรื่องพระเวสสันดร
- พุทธประวัติพระชาติสุดท้าย

-
พระนางสิริมหามายากำลังบรรทมหลับสนิทในพระแท่นที่บรรทมแล้ว ทรงสุบินนิมิตว่าพระนางไปอยู่ป่าหิมพานต์ ได้มีช้างเผือกเชือกหนึ่งลงมาจากยอดเขาสูงเข้ามาหาพระนาง
ปฐมสมโพธิพรรณนาเหตุการณ์ตอนนี้ว่า "...มีเศวตหัตถีช้างหนึ่ง....ชูงวงอันจับบุณฑริกปทุมชาติสีขาวเพิ่งบานใหม่ มีเสาวคนธ์หอมฟุ้งตลบ แล้วร้องโกญจนาทเข้ามาหาในกนกวิมาน แล้วกระทำประทักษิณพระองค์อันบรรทมถ้วนสามรอบ แล้วเหมือนเข้าไปในอุทรประเทศ ฝ่ายทักษิณปวัศว์แห่งพระราชเทวี...." 
-
ทารกที่เห็นนั่นคือเจ้าชายสิทธัตถะ หรือพระพุทธเจ้าในเวลาต่อมาซึ่งพอประสูติจากพระครรภ์พระมารดา ก็ทรงพระดำเนินด้วยพระบาทไปได้๗ก้าว พร้อมกับทรงยกพระหัตถ์ขวาและเปล่งพระวาจา เบื้องใต้พระบาทมีดอกบัวรองรับ พระวาจาที่เปล่งออกมานั้น กวีท่านแต่งไว้เป็นภาษาบาลี แปลถอดใจความเป็นภาษาไทยได้ว่า ...."เราจะเป็นคนเก่งที่สุดในโลกคนหนึ่ง ซึ่งจะหาผู้ใดเสมอเหมือนไม่มี ชาติที่เกิดนี้เป็นชาติสุดท้ายของเรา เราจะไม่เกิดต่อไปในเบื้องหน้าอีกแล้ว".....

- อสิตดาบส" หรือบางแห่งเรียก"กาฬเทวิฬดาบส" พอท่านได้เห็นเจ้าชายสิทธัตถะ ก็ทำกริยาผิดวิสัยสมณะ ๓ อย่าง คือ ยิ้มหรือแย้ม หรือที่ภาษากวีในหนังสือปฐมสมโพธิเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า หัวเราะแล้วร้องไห้ แล้วกราบแทยพระบาทของเจ้าชายสิทธัตถะ

-
"อสิตดาบส" หรือบางแห่งเรียก"กาฬเทวิฬดาบส" พอท่านได้เห็นเจ้าชายสิทธัตถะ ก็ทำกริยาผิดวิสัยสมณะ ๓ อย่าง คือ ยิ้มหรือแย้ม หรือที่ภาษากวีในหนังสือปฐมสมโพธิเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า หัวเราะแล้วร้องไห้ แล้วกราบแทยพระบาทของเจ้าชายสิทธัตถะ (ท่อนบนเนื้อหาผิดครับ)

-
เจ้าชายสิทธัตถะประทับนั่งสมาธิอยู่ใต้ต้นหว้า ก็เพราะพระราชบิดาทรงจัดให้มีพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เจ้าชายได้รับความวิ้วกก็เกิดสมาธิขั้นแรกที่เรียกว่า "ปฐมฌาน" พิธีแรกนาเสร็จตอนบ่าย พี่เลี้ยงวิ่งมาหาเจ้าชายได้เห็นเงาไม้ยังอยู่ที่เดิมเหมือนเวลาเที่ยงวันก็เกิดอัศจรรย์ใจ จึงไปกราบทูลพระเจ้าสุทโธทนะ พระราชบิดาเสด็จมาทอดพระเนตรก็เกิดอัศจรรย์ในพระทัย และได้ถวายอัญชลีเป็นครั้งที่สอง

-
ธนูที่เจ้าชายสิทธัตถะยิงมีชื่อว่า "สหัสถามธนู" แปลว่าธนูที่มีน้ำหนักขนาดที่คนจำนวนหนึ่งพันคนจึงจะยกขึ้นได้ แต่เจ้าชายสามารถยกธนูนั้นขึ้นได้ดั่งสตรียกขึ้นซึ่งไม้กงดีดฝ้าย บรรดาพระญาติทั้งปวงได้เห็นแล้วต่างชื่นชมยินดียิ่งนักแล้วเจ้าชายลองดีดสายธนูก่อนยิง เสียงธนูดังกระหึ่มครึ้มครางไปทั้งกรุงกบิลพัสดุ์ เป้าที่เจ้าชายยิงธนูวันนั้น คือ ขนหางทรายจามรีที่วางไว้ในระยะหนึ่งโยชน์ ปรากฎว่าเจ้าชายยิงถูกขาดตรงกลางพอดี พระญาติทั้งปวง จึงยอมถวายพระราชธิดา ซึ่งมีพระนางพิมพายโสธรารวมอยู่ด้วย เพื่อคัดเลือกพระชายา

-
พระญาติวงศ์ทั้งสองฝ่ายทรงเห้นพร้อมกันว่า พระนางพิมพายโสธราทรงพร้อมด้วยคุณสมบัติทุกอย่าง สมควรจะอภิเษกสมรสกับเจ้าชายสิทธัตถะ พระราชพิธีอภิเษกสมรสจึงได้มีขึ้นในสมัยที่เจ้าชายและเจ้าหญิงทรงมรพระชนมายุได้ ๑๖ ปีพอดี


-
พอพระชนมายุมากขึ้นจนถึง ๒๙ ปีก็ทรงเกิดความเบื่อหน่าย ต้นเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความรู้สึกในพระทัยเช่นนั้น อยู่ที่ทรงเห็นสิ่งที่เรียกว่า เทวทูตทั้ง ๔ ระหว่างทางในวันเสด็จประพาสพระราชอุทยานนอกเมืองด้วยรถม้าพระที่นั่ง พร้อมด้วยนายฉันนะ เทวทูตทั้ง ๔ คือ คนแก่ คนเจ็บ คนตาย และนักบวช

-
เจ้าชายสิทธัตถะทรงตัดสินพระทัยแน่วแน่แล้วว่าจะเสด็จออกบวช เสด็จไปยังห้องพระบรรทมของพระนางพิมพายโสธรา เมื่อเสด็จไปถึง ทรงเผยบานพระทวารออก ทรงเห็นพระชายากำลังหลับสนิท พระนางทรงทอดพระกรไว้เหนือเศียรพระราหุล โอรสผู้เพิ่งประสูติ พระองค์ทรงเกิดความเสน่หาอาลัยในพระชายา และพระโอรสที่เพิ่งได้ทอดพระเนตรเห็นเป็นครั้งแรกอย่างหนัก


-
เจ้าชายสิทธัตถะทรงพาม้าและมหาดเล็กข้ามแม่น้ำ อโนมานที

-
แล้วเสด็จลงจากหลังม้าประทับนั่งบนหาดทราย อันขาวดุจแผ่นเงิน พระหัตถ์ขวาจับพระขรรค์แสงดาบ พระหัตถ์ซ้ายจับพระจุฬา คือยอดยอดหรือปลายพระเกศา กับพระโมฬี คือมุ่นพระเกศา หรือผมที่เป็นมุ่นมวย แล้วทรงตัดด้วยพระขรรค์แสงดาบ เหลือพระเกศาไว้ยาวประมาณ ๒ นิ้ว เป็นวงเวียนไปทางขวา ทรงมอบพระภูษาทรง และม้าพระที่นั่งให้นายฉันนะนำกลับไปกราบทูลแจ้งข่าวแก้พระราชบิดาให้ทรงทราบ

- พระมหาบุรุษทรงบำเพ็ญทุกรกริยาจนบางครั้ง พระองค์งดเสวยอาหารจนพระกายซูบผอมเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก และแล้วพระอินทร์ถือพิณสามสายมาดีดให้ฟัง สายพิณที่หนึ่งขึงตึงเกินไปเลยขาด สายที่สองหย่อนเกินไปดีดไม่ดัง สายที่สามไม่ตึงไม่หย่อนนัก ดีดดัง พอทรงได้ยินเช่นนั้น พระมหาบุรุษจึงทรงเลิกบำเพ็ญทุกรกริยา ซึ่งเป็นความเพียรทางกาย แล้วเริ่มกลับเสวยอาหารเพื่อบำเพ็ญเพียรทางใจ

- ทรงอธิฐานลอยบาตรทวนน้ำ เผื่อบรรลุเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

-
พระมหาบุรุษได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเกิดขึ้นในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ทรงมีพระนามใหม่ว่า "อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า" แปลว่า พระผู้ตรัสรู้ธรรมเครื่องหลุดพ้นจากกิเลสโดยชอบด้วยพระองค์เอง

-
สตรีที่กำลังถวายของแด่พระมหาบุรุษ คือ นางสุชาดา เป็นธิดาของคหบดีผู้หนึ่งในหมู่บ้าน ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม ของที่นางถวายคือข้าวมธุปายาส คือข้างที่หุงด้วยนมโคล้วน เป็นอาหารจำพวกมังสวิรัติ ไม่ปนเนื้อ ไม่เจือปลา ใช้สำหรับนวงสรวงเทพเจ้าโดยเฉพาะ


-
ตรัสรู้แล้วพระพุทธเจ้าเสด็จประทับเสวยวิมุติสุขอยู่ภายใต้ต้นศรีมหาโพธิ์เป็นเวลา ๗ วัน หลังจากนั้นจึงเสด็จไปยังต้นอชปาลนิโครธซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกของต้นศรีมหาโพธิ์ ระหว่างที่พระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่นี่ลูกสาวพระยามารซึ่งเคยยกทัพมาผจญพระพุทธเจ้าเมื่อตอน ก่อนตรัสรู้เล็กน้อยแต่ก็พ่ายแพ้ไป ได้ขันอาสาพระยามารผู้บิดาเพื่อประโลมล่อพระพุทธเจ้าให้ตกอยู่ในอำนาจของพระยามารให้จงได้ ลูกสาวพระยามารมี ๓ คน คือ นางตัณหา นางราคา นางอรดี


-
พ่อค้านายกองเกวียนสองคนเข้ามาเฝ้า และนำข้าวสัตตุก้อนและสัตตุผงมาถวาย คนหนึ่งชื่อ "ตปุสสะ" อีกคนหนึ่งชื่อ "ภัลลิกะ" แต่เกิดไม่มีบาตรจะรับอาหาร ท้าวจาตุมมหาราชทั้ง ๔ จึงนำบาตรมาถวายองค์ละหนึ่งใบรวมเป็น ๔ ใบมาถวายพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าทรงรับไว้ แล้วทรงอธิฐานให้เป็นใบเดียวกันแล้วรับอาหารจากสองนายกองเกวียนพี่น้อง

-
ท้าวสหัมบดีพรหมประณมกรกราบทูลอาราธนาพระพุทธเจ้าผู้ทรงคุณอันประเสริฐ ว่า สัตว์ในโลกนี้ ที่มีกิเลสเบาบางพอที่จะฟังธรรมเข้าใจนั้นมีอยู่ ขอพระองค์ได้โปรดแสดงธรรมช่วยเหลือชาวโลก



-
พระพุทธเจ้ากำลังทรงแสดงธรรม "ปฐมเทศนา" ตรงกันวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ ผู้ฟังธรรมมี ๕ คน ที่เรียกว่า "ปัญจวัคคีย์" พอแสดงกัณฑ์นี้จบลง โกณฑัญญะ ผู้เป็นหัวหน้าปัญจวัคคีย์ไดเกิดดวงตาเห็นธรรม คือได้บรรลุเป็นพระโสดาบัน
(เมื่อพระพุทธเจ้านิพพานแล้ว พระสาวกรุ่นทำสังคยนาตั้งชื่อเรื่องกัณฑ์ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงครั้งนี้ว่า "ธรรมจักรกัปปวัตตนสูตร") 
-
ยสกุลบุตรเป็นลูกชายเศรษฐีในเมืองพราณสี ในเที่ยงคืนวันหนึ่งยสกุลบุตรได้ตื่นขึ้นมาเห็นนางบำเรอนอนหลับสลบไสลด้วยอาการที่น่าเกลียด ก็เกิดนิพพิทา คือความเบื่อหน่าย ยสกุลบุตรจึงแอบหนีจากบ้านคนเดียวยามดึกสงัด เดินมุ่งหน้าไปทางป่าอิสิปตนมฤคทายวัน พลางบ่นไปตลอดทางว่า "เฮอ!วุ่นวายจริง! เฮอ!อึดอัดขัดข้องจริง!" ขณะนั้นได้มีเสียงตอบออกมาจากชายป่าว่า "ที่นี่ไม่มีความวุ่นวาย ที่นี่ไม่มีความอึดอัดขัดข้อง" ยสกุลบุตรจึงเข้าไปกราบพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าจึงตรัสพระธรรมเทศนาให้ฟัง ฟังจบแล้วยสกุลบุตรได้บรรลุสำเร็จเป็นพระอรหันต์ แล้วจึงทูลขอบวชเป็นพระภิกษุกับพระพุทธเจ้า

-
พระสาวกมีจำนวน ๑,๒๕๐ รูป แต่ละรูปล้วนบวชกับพระพุทธเจ้า มีพระอุปัชฌาองค์เดียวกัน คือ พระพุทธเจ้า ล้วนเป็นพระอรหันต์ ต่างมาประชุมโดยไม่ได้นัดหมาย และพระพุทธเจ้าทรงแสดง "โอวาทปาติโมกข์" ในที่ประชุม
(การประชุมพระสาวกครั้งนี้จึงเรียกอีกอย่างหนึ่ง ว่า "จาตุรงคสันนิบาต") 
-
นางพิมพายโสธรา พระมารดาของพระราหุลทรงตรัสบอกให้พระโอรสไปทูลขอรัชทายาทและทรัพย์สินที่เปป็นสมบัติของพระบิดาทั้งหมด พระพุทธเจ้าไม่ตรัสว่ากระไร แล้วเสด็จกลับนิโคธารามพร้อมด้วยพระสงฆ์ โดยมีพระราหุลตามเสด็จเพื่อทูลขอสิ่งที่ทรงประสงค์

-
พระพุทธเจ้าทรงพิจารณาเห็นว่าสิ่งที่ราหุลทูลขอนั้นเป็นสมบัติทางโลกไม่ยั่งยืน พระพุทธเจ้าจึงตรัสเรียกพระสารีบุตรมา แล้วสั่งให้พระสารีบุตรเป็นอุปัชฌาย์ ทำหน้าที่บวชสามเณรให้ราหุล ราหุลจึงเป็นสามเณรองค์แรกในพระพุทธศาสนา เมื่ออายุครบบวช ต่อมาได้บวชเป็นพระภิกษุ และได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์


-
ก่อนพระพุทธเจ้าปรินิพพานนั้น ไม่ได้ตั้งสาวกองค์ใดให้รับตำแหน่งเป็นศาสดาปกครองพระสงฆ์สืบต่อพีะองค์เหมือนในศาสนาอื่น แต่พระพุทธเจ้าก็ทรงตรัสสั่งพระสงฆ์ไว้อย่างชัดเจนก่อนนิพพานว่า พระภิกษุรูปใดอย่าเข้าใจผิดคิดว่าเมื่อพระองค์นิพพานแล้ว ศาสนาพุทธหรือคำสั่งสอนของพระองค์จักไร้พระศาสดา ตรัสบอกพระอานนท์ว่า"ดูก่อนอานนท์ ธรรมก็ดี วินับก็ดี ที่เราได้แสดงไว้ และบัญญัติไว้ด้วยดี นั่นแหละจะเป็นศาสดาของพวกท่านสืบแทนเราตถาคต เมื่อเราล่วงลับไปแล้ว"
ครั้นแล้วพระพุทธเจ้าตรัสปัจฉิมโอวาทครั้งสุดท้ายว่า"ภิกษุทั้งหลาย! บัดนี้เราขอเตือนพวกท่านให้รู้ว่า สิ่งทั้งหลายที่เกิดมาในโลกมีความเสื่อมสลายเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงทำหน้าที่อันเป็นประโยชน์แก่ตน และคนอื่นให้สำเร็จบริบูรณ์ด้วยความไม่ประมาทเถิด"
หลังจานั้นไม่ได้ตรัสอะไรอีกเลย จนกระทั่งนิพาน คือวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ หรือวันวิสาขะ ณ ภายใต้ต้นสาละ 

- "ถือพระพุทธเป็นที่ตั้งยึดพระธรรมเป็นแสงสว่างชี้นำทาง"
คณะที่เรียนจบแล้ว มีงานทำง่ายที่สุด
เผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!
น้ำมันแตะลิตรละ 60 บาท 4 ธุรกิจได้อานิสงส์ กำไรสวนทางต้นทุน
ทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่น
5 โรงเรียน ที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
5 อันดับเรียนคณะอะไร เงินเดือนสูงที่สุดในไทย
จังหวัดที่มีชื่อแปลกที่สุดในไทย
อำเภอที่อากาศดีที่สุด ในประเทศไทย
จังหวัดในไทยที่มีอากาศดีและเย็นสบายที่สุดตลอดทั้งปี
สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?
ศาลสั่งให้ Netflix คืนเงินค่าสมาชิกให้แก่ผู้ใช้งาน 7 ปีย้อนหลัง
10 จังหวัดในประเทศไทย “ชื่อมงคลที่สุด” ความหมายดีงาม ฟังแล้วเป็นสิริมงคลตั้งแต่ชื่อเมือง
สงกรานต์ยังไม่มา แต่กัมพูชาเริ่มแล้ว! ปะแป้งมันส์ล่วงหน้า คนไทยเห็นแล้วมีสะดุ้งนิด ๆ
คิดจะดัด… จัดฟันทั้งทีอย่าให้มีรอบสอง
ทำไมใช่หน่วยบาร์เรล วัดน้ำมันโลก พร้อมวิธีแปลงเป็นลิตร
อย่าเพิ่งเติม! พรุ่งนี้! ดีเซลลดราคา 2.14 บาท 