ภาคต่อ - ข้อควรรู้เกี่ยวกับการเข้าพักโรงแรม...โดยพนักงานโรงแรม

ต่อจาก Part I เลยนะครับ
Check in at the hotel การเข้าเช็คอิน
1.หลายคน(โดยเฉพาะคนไทย) ไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมโรงแรมถึงต้องขอบัตรประชาชน/ใบขับขี่ ของผู้เข้าพักและต้องทำสำเนาไว้
1.1คำอธิบายคือ มันเป็นกฎของโรงแรมส่วนมากอยู่แล้ว ที่ต้องการทราบว่า บุคคลที่เข้าพักนั้น ใช่คนๆเดียวกันกับจองมาหรือเปล่า โดยเฉพาะ booking ที่มีการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตมาแล้ว จะต้องเข้มงวดเป็นพิเศษ ว่าชื่อบนบัตรตรงกับชื่อผู้เข้าพักหรือไม่ (ถ้าจองหลายห้อง 1 ในหลายห้องนั้นต้องมีเจ้าของบัตรมาด้วย) ยกเว้นกรณีที่มีการจองห้องให้กันและได้แจ้งไว้ล่วงหน้าแล้ว
1.2 หลายคนอีก หงุดหงิดที่ทำไมโรงแรมต้องขอบัตรประชาชนของหลายคนด้วย บางโรงแรมอาจะขอของแขกทุกคนด้วยซ้ำไป เกี่ยวเนื่องกับความปลอดภัยของโรงแรมเอง เราต้องการทราบว่าคุณเป็นใครที่ไหนชื่ออะไรหน้าตาเป็นยังไง เมื่อมีอะไรฉุกเฉินเราจะได้ติดต่อคนทางบ้านหรือญาติๆคุณไ้ด้
1.3 จากากรสำรวจ 90% ของโรงแรม จะขอ passport ของชาวต่างชาิติทุกคน เพราะเป็นกฏหมายกำหนดไว้ เนื่องจากพอตกดึก พนักงานรอบดึกต้องทำ Immigration report ส่งให้ ตำรวจรวจคนเข้าเมืองทราบว่าตอนนี้ ชาวต่างชาติคนนี้ พักที่ไหน....ไม่งั้นโดนจับปรับด้วย (โรงแรมที่ผมทำงานเพิ่งโดนไป)
1.4 กรุณาอย่าเอาเรื่องนี้ไปเทียบกับ ม่านรูดนะครับ เพราะแน่นอน เขาไม่แคร์หรอกว่าคุณเป็นไคร ไม่ขออะไร นอกจากเงิน
2. หลายคนคงไม่ค่อยเข้าใจว่า Deposit คืออะไร ทำไมโรงแรมต้องเก็บเงินมัดจำด้วย ในเมื่อจ่ายค่าห้องมาแล้ว
2.1 คุณรู้หรือไม่ว่า ต่อให้คุณจ่ายค่าห้องมาแล้ว แต่มันไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่ใช้ mini bar, restaurant, room service, telephone...etc หลายคนกำลังคิดในใจอยู่ตอนนี้ว่า เรื่องเยอะจัง ใครเค้าจะหนีบิล!! คุณคิดผิดนะครับ มันเกิดขึ้นทุกวันครับ ต่อให้มี passport/ID card ก็ตามยากครับ
2.2 ไม่ใช่โรงแรมไม่ไว้ใจคุณนะ แต่เป็นเพราะว่าวันๆมีลูกค้าเข้าพักเป็นร้อยๆ ห้อง ต้อง เซฟตัวเองไว้ก่อน
3. หลายคนหวงข้อมูลเกินสมควร เช่น ไม่ให้หมายเลขโทรศัพท์ ไม่ให้ที่อยู่ ไม่ให้อีเมล์ แล้วถ้าคุณลืมของในห้องหลังจากเช็คเอ้าท์ไป โรงแรมจะติดต่อคุณยังไง ถ้ารอให้คุณคิดได้ ป่านนี้ไปถึงไหนแล้ว...บางคนอยู่กทม.ไปเที่ยวภูเก็ต อะไรประมารนี้ นี่คืออีกหนึ่งเหตุผล
4. เวลาที่คุณมาเช็คอิน พนักงานเขาจะต้อง reconfirm ข้อมูลทุกอย่างเืพื่อความถูกต้อง เช่น วันที่จะเช็คเอ้าท์ ราคาห้อง เตียงที่จองมา
บางคนรำคาญคิดในใจว่า "จะถามอะไรเยอะว่ะ ก็จองมาแล้ว"
5. อีกข้อนึงที่คุณไม่ควรพูดตอนเช็คอินคือ "เร็วๆหน่อยนะ พอดีรีบมาก"
ซ้ำยังทำท่าทีเหมือนไม่ค่อยอยากกรอกแบบ ฟอร์มการเข้าพัก แค่เซ็นต์อย่างเดียว คุณรู้ไหม๊ ว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นแห่งการหมายหัวของพนักงานแล้ว....โรงแรมต้องการข้อมูล คุณเพื่อประโยชน์ดังข้างต้นที่กล่าวมา พนักงานทุกคนทำงานตามขั้นตอนอยู่แล้ว เขาก็รีบ เขาก็ไม่อยากให้ลูกค้ามายืนต่อคิวยาวที่หน้าเค้าเตอร์เหมือนกัน
6. อย่าเปรียบเทียบโรงแรมนี้กับโรงแรมที่เคยเข้าพักมา
ตอนเช็คอิน สิ่งที่ไม่ควรพูดเลยคือการเปรียบเทียบโรงแรมนี้กับโรงแรมอื่นๆ โดยเฉพาะ Chain Hotels (โรงแรมในเครือต่างๆ) เช่น "ครั้งก่อนเข้าพักที่โรงแรมแบรนด์นี้ที่กระบี่ ทำไมมีการอัพเกรดฟรี มี welcome drink มี wifi ให้ฟรี" โรงแรมทุกโรงแรม มี owner และ ทีมบริหารคนละทีมกันนะครับ มันไม่เกี่ยวว่าคุณเข้าพักโรงแรมในแบรนด์เดียวกัน คุณจะได้อะไรที่เหมือนกันทุกอย่าง แค่ standard มันจะคล้ายๆกัน แต่ว่า extra service มันล้วนแล้วแต่ขึ้นอยุ่กับทีมบริหารและเจ้าของโรงแรมนั้นๆ
7. Standard Check-in time
บางโรงแรมบอกว่า check-in time คือ 14.00 คุณก็ไปซะ บ่ายสองโมงตรงเป๊ะ ขอแนะนำว่าการทีีคุณไปเช็คอินช้าหลัง เวลาเช็คอินปกติซัก 1-2 ชม. คุณจะได้ห้องที่ค่อนข้างดีและพร้อมกว่า เพราะส่วนมาก housekeeping เขาไม่สามารถทำห้องเสร็จได้ตรงเวลาเป๊ะหรอก (นอกจากช่วง Low season) เพราะฉะนั้น พนักงานต้องสลับห้องของคนอื่นมาให้คุณก่อน นี่ไม่ต้องพุดถึงเรื่อง early check-in นะครับ ถ้าเช้ามากๆเช่น แปดโมงเช้า พนักงาน 90% บ่นคุณลับหลังแน่นอน
8. ก่อนเช็คอินหรือเข้าพักโรงแรมนั้นๆ ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนเช่น เวลาีเช็คอินได้ เวลาเช็คเอ้าท์ เป็นต้น จะเป็นประโยชน์อย่างมาก
9. ถ้าลูกค้าคนไหนพูดจาน่ารักตอนเช็คอิน พนักงานจะชอบมากและจะบอกต่อๆด้วยว่าลูกค้าห้องนี้น่ารักพูดจาดี เผลอๆขออะไรก็ให้หมด ทั้งๆนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับพนักงานด้วย ว่าเขาพูดจาดีกับลูกค้าหรือเปล่า แต่ส่วนมาก ถ้าลูกค้าไม่กวนก่อน พนักงานก็ต้องบริการด้วยความเต็มใจอยู่แล้ว
10. ประสบการณ์ส่วนตัวเพิ่งเจอมา ผมถามลูกค้าด้วยความสุภาพว่า "โทษนะครับ ไม่ทราบว่าคุณผู้หญิงมาทั้งหมดกี่ท่านครับ (และกำลังจะพูดต่อว่า ผมจะสั่ง welcome drinkให้นะครับ)?"
แต่ยังไม่ทันได้พูด ลูกค้าตอบสวนมาอย่างกระทันหันว่า "ก็มาเท่าที่จองมาแหละค่ะ ไม่ได้มาเกินหรอก ทำไมหรอค่ะ มี extra charge ด้วยหรอค่ะ"
กระทุ้หน้า Part III จะเป็นเกี่ยวกับเรื่อง During your stay นะครับ หรือว่าระหว่างการเข้าพักนั่นเอง
และภาคจบจะเกี่ยวกับเื่รื่อง Checking out ครับ
ปล. ทุกกระทู้ผมเขียนขึ้นมาเองจากประสบการณ์การทำงานหมดนะครับ ไม่ได้ตั้งใจจะกล่าวหาว่า้ร้ายใคร และแน่นอนขอย้ำอีกทีว่า ไม่ใช่ทุกโรงแรมจะเป็นแบบที่กล่าวมา แต่พื้นฐานแล้ว จะประมาณนี้ครับ
ขอบคุณครับ ขอคอมเม้นท์ด้วยนะครับ
หลอดไฟแบรนด์ไทยที่โด่งดังที่สุด เป็นที่รู้จักทั่วประเทศมากที่สุด
จังหวัดที่ชาวต่างชาติชอบที่สุด สำหรับการมาใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณ
รู้จัก “น้องคุ่น” เด็กดินริมแม่กลอง ทำไมถึงกลายเป็นจุดเช็กอินของราชบุรี
10 ตระกูลดังของไทย ทำไมชื่อเหล่านี้จึงถูกพูดถึงเรื่องอำนาจและอิทธิพล
อยากสมัครตำรวจต้องผ่านอะไรบ้าง? เช็กเส้นทางคัดเลือกก่อนตัดสินใจสอบ
เลข 69 กับเหตุผลที่หลายคนชื่นชอบก่อนงวดวันที่ 1 กรกฎาคม 2569
10 มหาวิทยาลัยแคมปัสใหญ่ เดินข้ามตึกไม่ง่ายจนต้องพึ่งรถรับส่ง
Apple ส่งสัญญาณขึ้นราคา อาจกระทบ iPhone-Mac เหตุชิปหน่วยความจำแพงขึ้น
ปลานิลกับปลาทับทิม ต่างกันตรงไหน ทำไมเลี้ยงแล้วคุ้มไม่เหมือนกัน
5 มหาวิทยาลัยใกล้ทะเลในไทย บรรยากาศดี แต่ควรรู้ก่อนว่า “ใกล้” ไม่ได้แปลว่าติดหาดทุกแห่ง
เงินเยนอ่อนทะลุ 160 ต่อดอลลาร์ ทำไมญี่ปุ่นยังพยุงค่าเงินไม่อยู่
น้ำดื่มขวดขุ่น 5 บาท หายไปไหน ทำไมชั้นวางวันนี้เหลือแต่ขวดใส
10 ตระกูลดังของไทย ทำไมชื่อเหล่านี้จึงถูกพูดถึงเรื่องอำนาจและอิทธิพล
เลข 69 กับเหตุผลที่หลายคนชื่นชอบก่อนงวดวันที่ 1 กรกฎาคม 2569
น้ำดื่มขวดขุ่น 5 บาท หายไปไหน ทำไมชั้นวางวันนี้เหลือแต่ขวดใส
Apple ส่งสัญญาณขึ้นราคา อาจกระทบ iPhone-Mac เหตุชิปหน่วยความจำแพงขึ้น
ทีเร็กซ์ไม่ได้มีดีแค่ฟันคม ทำไมมันยังเป็นไดโนเสาร์ที่คนทั้งโลกจำได้