“เมรุปูนวัดสระเกศ” เมรุเกียรติยศที่เหลือแต่ชื่อ
สวัสดีครับเพื่อนๆ หลายท่านคงเคยได้ยินคำว่า “แยกเมรุปูน” ซึ่งแยกนี้เป็นแยกที่ตัดกับถนนบำรุงเมืองที่มาจากเสาชิงช้า ผ่านแยกสำราญราษฎร์ หรือที่เรียกกันว่า “ประตูผี” แล้วจึงผ่านแยก “เมรุปูน” ทอดยาวสู่แยกแม้นศรี แต่เดิมนั้นยังไม่มีถนนบำรุงเมือง ดังนั้นถนนบำรุงเมืองและบริเวณพื้นที่ทั้ง 2 ฟากฝั่งนี้ จึงเป็นพื้นที่ผืนเดียวกันกับวัดสระเกศฯ สำหรับจุดที่เป็นที่ตั้งของ “เมรุปูนวัดสระเกศ” ก็อยู่ภายในบริเวณวิทยาลัยสารพัดช่างพระนครในปัจจุบันนั่นเอง
“เมรุปูนวัดสระเกศ” เป็นเมรุที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระยาบรมมหาพิชัยญาติ (ทัต บุนนาค) แต่ครั้งยังเป็นพระยาพิพัฒน์รัตนราชโกษา เป็นนายช่างสร้างเมรุด้วยการก่ออิฐถือปูน
เมรุปูนวัดสระเกศ ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นนี้ เพื่อใช้สำหรับพระราชทานเพลิงพระศพเจ้านาย และศพข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ที่มีการก่อสร้างอย่างปราณีตสมบูรณ์ยิ่งกว่าเมรุปูนของวัดอรุณราชวราราม และวัดสุวรรณาราม ที่ได้สร้างมาก่อนหน้านี้แล้ว เมรุปูนวัดสระเกศ มีสิ่งก่อสร้างบริเวณรอบเมรุ เช่น พลับพลา โรงธรรม โรงครัว โรงมหรสพ ตลอดจนพุ่มกัลปพฤกษ์ และระทา (หอสี่เหลี่ยมทรงยอดเกี้ยว ใช้สำหรับจุดดอกไม้ไฟ พลุ ตะไล ในพิธี) ซึ่งสิ่งก่อสร้างเหล่านี้ล้วนทำด้วยการก่ออิฐถือปูนทั้งสิ้น
ในภาพด้านบนเมรุ จะเป็นนกแร้งเกาะอยู่เต็ม เนื่องจากในลานวัดสระเกศ จะใช้เป็นที่ทิ้งศพของชาวบ้าน ที่ไม่ได้เผา หรือ บางครั้งใช้ทิ้งศพที่เป็นโรคร้ายแรง ทำให้นกแร้งเหล่านี้มารอศพที่ถูกทิ้งเพื่อกินเป็นอาหาร
แร้งวัดสระเกศ ที่ลงแทะกินศพผู้เสียชีวิตที่ถูกนำมาทิ้งไว้ในอดีต
ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตัดถนนบำรุงเมือง โดยการตัดผ่านของถนนเส้นนี้ ทำให้กุฎีวัดสระเกศกับบริเวณ เมรุปูน แยกออกจากกันคนละฝั่งถนน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้มีการแก้ไขบริเวณเมรุปูนนี้ให้เหมาะสมกับถนนที่ตัดขึ้นใหม่
ภาพลายเส้นท่าเรือวัดสระเกศ ทั้งนี้เมรุปูนนั้นตั้งอยู่ไกลจากวัดสระเกศมาก เรียกว่าอยุ่หลังวัดก็ไกลพอสมควร เมื่อถนนบำรุงเมืองตัดผ่าน ทำให้ส่วนของเมรุปูนแยกขาดจากตัววัด
“เมรุปูน” ถือได้ว่าเป็นเมรุเกียรติยศที่พระเจ้าแผ่นดินทรงเสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานเพลิงศพตั้งแต่รัชกาลที่ ๓ เช่นเดียวกับเมรุราชอิศริยาภรณ์ ที่ตั้งอยู่ในวัดเทพศิรินทราวาสปัจจุบัน
ต่อมาเมื่อ สภาพของ เมรุปูน มีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากอยู่ติดกับถนน และมีอาคารบ้านเรือน อยู่ในบริเวณใกล้เคียงมากขึ้น จึงไม่เหมาะที่จะทำการฌาปนกิจศพ จึงได้ยุบเลิก เมรุปูน ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา และทางวัดสระเกศก็ได้มอบสถานที่นั้นให้เป็นที่ตั้งของ “โรงเรียนช่างไม้วัดสระเกศ” และต่อมาในปี พ.ศ. 2504 จึงมอบพิ้นที่นี้ต่อให้กับกรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ตั้งขึ้นเป็น ”โรงเรียนสารพัดช่างพระนคร” และยกวิทยฐานะเป็น “วิทยาลัยสารพัดช่างพระนคร” จนปัจจุบัน
หากท่านได้มีโอกาสเข้าไปในวิทยาลัยสารพัดช่างพระนคร ท่านจะเห็นองค์พระวิษณุกรรมเทพแห่งการช่างพระวรกายสีทองยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ข้างหน้า จุดนี้คือจุดที่ตั้งของ “เมรุปูน” ในสมัยนั้น และหลักฐานชิ้นสุดท้ายของ “เมรุปูน” ที่คนรุ่นเราได้พบเห็นก็เพียงชิ้นส่วนที่เป็นเพียงบันไดของเมรุ ขณะที่มีการซ่อมพื้นแผนกวิชาช่างยนต์ ทำให้ได้ขุดพบบันไดเมรุที่ทำด้วยปูนอยู่ลึกลงไปใต้ดิน โดยเชิงบันไดทอดยาวไปทางด้านทิศตะวันออก เหตุนี้เององค์พระวิษณุกรรมที่สถิตอยู่ ณ จุดที่เคยเป็นที่ตั้งของ “เมรุปูน” จึงบังเกิดความศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก หลายคนได้พบได้เห็นความศักดิ์สิทธิ์ของท่านมากมาย ชุมชนและชาวบ้านในบริเวณใกล้เคียง ตลอดจนครูอาจารย์ และนักเรียนนักศึกษา ให้ความเคารพเป็นอย่างยิ่ง
เมรุปูนวัดสระเกศ ในอดีตก็เคยใช้เป็นแหล่งพักผ่อนของคนไทยในสมัยนั้นเพื่อชมมหรสพ จึงมีการเรียกสถานที่แห่งนี้อีกชื่อหนึ่งว่า “วิกเมรุปูน” นอกจากนั้นยังมีการนำของกินของใช้มาจำหน่ายให้กับผู้คนที่เข้ามาดู โขน ลิเก ละคร หุ่นกระบอก
ผู้คนชั้นสูงมากมายได้ใช้สถานที่แห่งนี้ ประกอบพิธีกรรมครั้งสุดท้ายในชีวิตมาอย่างยาวนาน และถึงแม้ “เมรุปูนวัดสระเกศ” จะเคยเป็นเมรุเกียรติยศ จะเหลือแต่เพียงชื่อ และความทรงจำครั้งอดีต แต่ก็ยังดีที่ยังสามารถถ่ายทอดร่องรอยที่เป็นชื่อให้ชนรุ่นหลังได้จดจำ และนี่ก็คือหนึ่งบทความที่อยากเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเตือนความทรงจำถึงเรื่องราวของ เมรุปูน วัดสระเกศ และเพื่อการเรียนรู้สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยรับทราบมาก่อน แล้วพบกันใหม่ครับ...mata
เรียบเรียงโดย พรชัย สังเวียนวงศ์ (mata)
ขอบคุณภาพจาก
วิทยาลัยสารพัดช่างพระนคร
ทำไมคุณไม่ควรใส่เกลือ เมื่อเริ่มเคี่ยวกระดูก?
เมืองโบราณลึกลับในตำนาน ที่อยู่ในเขตพื้นที่ของประเทศกัมพูชา
หลังจากใช้ชีวิตอยู่ในถ้ำ นักธรณีวิทยาก็ได้ค้นพบสาขาชีววิทยาใหม่โดยไม่ตั้งใจ
อำเภอที่อยู่ไกลจากตัวจังหวัดที่สุด
ธนาคารสัญชาติไทย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ทุกอำเภออยู่ติดฝั่งทะเลและชายแดน
เบื้องหลัง "ซูชิแซลมอน" จากเมนูที่คนญี่ปุ่นปฏิเสธ สู่ความสำเร็จระดับโลกด้วยฝีมือชายนอร์เวย์
มหากาพย์ "ทวีปมู" อาณาจักรแม่ที่สาบสูญกับความลับใต้ผืนน้ำแปซิฟิก
"กินสี่ถ้วย" มรดกหวานล้ำจากแผ่นดินพระร่วง ธรรมเนียมมงคลที่เชื่อมสองตระกูลเป็นหนึ่งเดียว
แรงงานเขมร 30 คน แฉ เขมรประสบกับปัญหาเศรษฐกิจสุดย่ำแย่ประชาชนไม่มีงาน ราคาสินค้าแพง ยอมทิ้งบ้านเกิดเข้ามาหางานในประเทศไทย สุดท้ายเจ้าหน้าที่รวบตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย
ทายนิสัยจากการนอน ท่านอนบอกนิสัย
ชาวโซเชียล ไทย ฮือฮา เต้ มงคลกิตติ์ นำเสนอ 5 นโยบายหลักที่ประเทศไทยต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์การเมือง
สนามบินที่มีขนาดเล็กที่สุด ที่ยังคงเปิดให้บริการอยู่จริงบนโลก

