หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

“เมรุปูนวัดสระเกศ” เมรุเกียรติยศที่เหลือแต่ชื่อ

โพสท์โดย

สวัสดีครับเพื่อนๆ หลายท่านคงเคยได้ยินคำว่า “แยกเมรุปูน” ซึ่งแยกนี้เป็นแยกที่ตัดกับถนนบำรุงเมืองที่มาจากเสาชิงช้า ผ่านแยกสำราญราษฎร์ หรือที่เรียกกันว่า “ประตูผี” แล้วจึงผ่านแยก “เมรุปูน” ทอดยาวสู่แยกแม้นศรี แต่เดิมนั้นยังไม่มีถนนบำรุงเมือง ดังนั้นถนนบำรุงเมืองและบริเวณพื้นที่ทั้ง 2 ฟากฝั่งนี้ จึงเป็นพื้นที่ผืนเดียวกันกับวัดสระเกศฯ สำหรับจุดที่เป็นที่ตั้งของ “เมรุปูนวัดสระเกศ” ก็อยู่ภายในบริเวณวิทยาลัยสารพัดช่างพระนครในปัจจุบันนั่นเอง


“เมรุปูนวัดสระเกศ” เป็นเมรุที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระยาบรมมหาพิชัยญาติ (ทัต บุนนาค) แต่ครั้งยังเป็นพระยาพิพัฒน์รัตนราชโกษา เป็นนายช่างสร้างเมรุด้วยการก่ออิฐถือปูน


เมรุปูนวัดสระเกศ ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นนี้ เพื่อใช้สำหรับพระราชทานเพลิงพระศพเจ้านาย และศพข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ที่มีการก่อสร้างอย่างปราณีตสมบูรณ์ยิ่งกว่าเมรุปูนของวัดอรุณราชวราราม และวัดสุวรรณาราม ที่ได้สร้างมาก่อนหน้านี้แล้ว เมรุปูนวัดสระเกศ มีสิ่งก่อสร้างบริเวณรอบเมรุ เช่น พลับพลา โรงธรรม โรงครัว โรงมหรสพ ตลอดจนพุ่มกัลปพฤกษ์ และระทา (หอสี่เหลี่ยมทรงยอดเกี้ยว ใช้สำหรับจุดดอกไม้ไฟ พลุ ตะไล ในพิธี) ซึ่งสิ่งก่อสร้างเหล่านี้ล้วนทำด้วยการก่ออิฐถือปูนทั้งสิ้น

 

ในภาพด้านบนเมรุ จะเป็นนกแร้งเกาะอยู่เต็ม เนื่องจากในลานวัดสระเกศ จะใช้เป็นที่ทิ้งศพของชาวบ้าน ที่ไม่ได้เผา หรือ บางครั้งใช้ทิ้งศพที่เป็นโรคร้ายแรง ทำให้นกแร้งเหล่านี้มารอศพที่ถูกทิ้งเพื่อกินเป็นอาหาร

แร้งวัดสระเกศ ที่ลงแทะกินศพผู้เสียชีวิตที่ถูกนำมาทิ้งไว้ในอดีต 

ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตัดถนนบำรุงเมือง โดยการตัดผ่านของถนนเส้นนี้ ทำให้กุฎีวัดสระเกศกับบริเวณ เมรุปูน แยกออกจากกันคนละฝั่งถนน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้มีการแก้ไขบริเวณเมรุปูนนี้ให้เหมาะสมกับถนนที่ตัดขึ้นใหม่


ภาพลายเส้นท่าเรือวัดสระเกศ ทั้งนี้เมรุปูนนั้นตั้งอยู่ไกลจากวัดสระเกศมาก เรียกว่าอยุ่หลังวัดก็ไกลพอสมควร เมื่อถนนบำรุงเมืองตัดผ่าน ทำให้ส่วนของเมรุปูนแยกขาดจากตัววัด

“เมรุปูน” ถือได้ว่าเป็นเมรุเกียรติยศที่พระเจ้าแผ่นดินทรงเสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานเพลิงศพตั้งแต่รัชกาลที่ ๓ เช่นเดียวกับเมรุราชอิศริยาภรณ์ ที่ตั้งอยู่ในวัดเทพศิรินทราวาสปัจจุบัน

ต่อมาเมื่อ สภาพของ เมรุปูน มีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากอยู่ติดกับถนน และมีอาคารบ้านเรือน อยู่ในบริเวณใกล้เคียงมากขึ้น จึงไม่เหมาะที่จะทำการฌาปนกิจศพ จึงได้ยุบเลิก เมรุปูน ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา และทางวัดสระเกศก็ได้มอบสถานที่นั้นให้เป็นที่ตั้งของ “โรงเรียนช่างไม้วัดสระเกศ” และต่อมาในปี พ.ศ. 2504 จึงมอบพิ้นที่นี้ต่อให้กับกรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ตั้งขึ้นเป็น ”โรงเรียนสารพัดช่างพระนคร” และยกวิทยฐานะเป็น “วิทยาลัยสารพัดช่างพระนคร” จนปัจจุบัน

หากท่านได้มีโอกาสเข้าไปในวิทยาลัยสารพัดช่างพระนคร ท่านจะเห็นองค์พระวิษณุกรรมเทพแห่งการช่างพระวรกายสีทองยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ข้างหน้า จุดนี้คือจุดที่ตั้งของ “เมรุปูน” ในสมัยนั้น และหลักฐานชิ้นสุดท้ายของ “เมรุปูน” ที่คนรุ่นเราได้พบเห็นก็เพียงชิ้นส่วนที่เป็นเพียงบันไดของเมรุ ขณะที่มีการซ่อมพื้นแผนกวิชาช่างยนต์ ทำให้ได้ขุดพบบันไดเมรุที่ทำด้วยปูนอยู่ลึกลงไปใต้ดิน โดยเชิงบันไดทอดยาวไปทางด้านทิศตะวันออก เหตุนี้เององค์พระวิษณุกรรมที่สถิตอยู่ ณ จุดที่เคยเป็นที่ตั้งของ “เมรุปูน” จึงบังเกิดความศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก หลายคนได้พบได้เห็นความศักดิ์สิทธิ์ของท่านมากมาย ชุมชนและชาวบ้านในบริเวณใกล้เคียง ตลอดจนครูอาจารย์ และนักเรียนนักศึกษา ให้ความเคารพเป็นอย่างยิ่ง 

เมรุปูนวัดสระเกศ ในอดีตก็เคยใช้เป็นแหล่งพักผ่อนของคนไทยในสมัยนั้นเพื่อชมมหรสพ จึงมีการเรียกสถานที่แห่งนี้อีกชื่อหนึ่งว่า “วิกเมรุปูน” นอกจากนั้นยังมีการนำของกินของใช้มาจำหน่ายให้กับผู้คนที่เข้ามาดู โขน ลิเก ละคร หุ่นกระบอก

ผู้คนชั้นสูงมากมายได้ใช้สถานที่แห่งนี้ ประกอบพิธีกรรมครั้งสุดท้ายในชีวิตมาอย่างยาวนาน และถึงแม้ “เมรุปูนวัดสระเกศ” จะเคยเป็นเมรุเกียรติยศ จะเหลือแต่เพียงชื่อ และความทรงจำครั้งอดีต แต่ก็ยังดีที่ยังสามารถถ่ายทอดร่องรอยที่เป็นชื่อให้ชนรุ่นหลังได้จดจำ  และนี่ก็คือหนึ่งบทความที่อยากเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเตือนความทรงจำถึงเรื่องราวของ เมรุปูน วัดสระเกศ และเพื่อการเรียนรู้สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยรับทราบมาก่อน  แล้วพบกันใหม่ครับ...mata

เรียบเรียงโดย  พรชัย  สังเวียนวงศ์  (mata)

ขอบคุณภาพจาก

วิทยาลัยสารพัดช่างพระนคร

http://www.reurnthai.com/index.php?topic=3462.3345

http://www.oknation.net/blog/print.php?id=306645

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
mata's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 7,429 ครั้ง
โพสท์โดย mata
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
76 VOTES (4/5 จาก 19 คน)
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิด 5 อันดับ มหาวิทยาลัยไทยที่มีหลักสูตรค่าเรียนสูงที่สุด บางแห่งแตะ 5 ล้านบาท”จากสมรภูมิสู่แลนด์มาร์ก! 4 เรือรบไทยปลดประจำการ ที่กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดปัง5 สิทธิ์ฟรีของ "ประกันสังคม" ที่คนไทยจ่ายทุกเดือนแต่ไม่ค่อยรู้ว่าใช้ได้อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ทำไม 3 คำนี้ถึงเกี่ยวกับชีวิตของเราทุกวัน5 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AIบอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-6มีบันทึกเล่าว่า “พญานาคจำแลงกายเป็นมนุษย์มาใส่บาตร” หลวงปู่ชอบ ฐานสโม เรื่องนี้ให้ข้อคิดอะไรนอกจากความอัศจรรย์?มาแล้ว! แม่น้ำหนึ่ง เปิดแนวทางเลขเด็ด “ปิ่นแก้ว” งวด 1/9/69 จับปิงปองให้เห็นกันชัด ๆ 7-3-9 แฟนหวยแห่สาธุ5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาทจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ที่ปลูกทุเรียนมากที่สุด5 สะพานหวาดเสียวจากทั่วโลก ที่เห็นแล้วใจหวิว แต่บางแห่ง “ดูน่ากลัว” กว่าความจริงชอบแต่ไม่กล้าจีบเพราะกลัวเสียฟอร์ม! แจก 4 ทริกเข้าหาเนียนๆ หน้าไม่แตกแถมรู้ผลไว
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จากสมรภูมิสู่แลนด์มาร์ก! 4 เรือรบไทยปลดประจำการ ที่กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดปังข้าวเหนียวไทยไม่ได้กินแค่ในไทย! 5 ประเทศที่ซื้อข้าวเหนียวไทยมากที่สุดมีบันทึกเล่าว่า “พญานาคจำแลงกายเป็นมนุษย์มาใส่บาตร” หลวงปู่ชอบ ฐานสโม เรื่องนี้ให้ข้อคิดอะไรนอกจากความอัศจรรย์?เสื้อมาราโดนา “หัตถ์พระเจ้า” เสื้อฟุตบอลที่ถูกประมูลแพงที่สุดในโลก5 กลยุทธ์ "แอปสแกนจ่าย" ดักเงินในกระเป๋า ที่ทำให้คนยุคสังคมไร้เงินสดช็อตตอนสิ้นเดือนสัตว์ที่เกือบจะสูญพันธุ์จากประเทศไทย แต่กลับมาพบเพิ่มจำนวนได้อีกครั้ง
ตั้งกระทู้ใหม่