หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ใบสมิต

โพสท์โดย MorzJiez

ใบสมิต

 


         ใบสมิต เป็นช่อใบไม้ที่พราหมณ์ทำขึ้น แต่เดิมประกอบด้วย ใบรัก ใบมะม่วง ใบตะขบ ใบยอ ใบขนุน ใบมะเดื่อ ใบเงิน ใบทอง ใบเฉียงพร้านางแอ ใบมะผู้ ใบระงับ ใบพันงู สิ่งละ ๕๐ ใบ มะกรูด ๑๕ ผล ส้มป่อย ๑๕ ฝัก แต่รัชกาลที่ ๕ ทรงพระราชดำริให้เหลือใบไม้พิธีเพียง ๓ ชนิด ได้แก่ ใบมะม่วง ใบทอง และ ใบตะขบ แต่ละชนิดผูกเป็น ๑ ช่อ ด้วยเศวตพัสตร์ (ผ้าขาว) ที่กิ่งใบ ใบไม้แต่ละชนิดเป็นเครื่องหมายปัดอันตรายแตกต่างกันไป 
ดังนี้

      ๑.   ใบมะม่วง จำนวน ๒๕ ใบ แทน ปัญจวีสมหภัย ๒๕ ประการ ใช้ปัดภยันตราย 
      ๒.    ใบทอง จำนวน ๓๒ ใบ แทน ทวดึงสกรรมกรณ ๓๒ ประการใช้ปัดอุปัทวันตราย
      ๓.    ใบตะขบ จำนวน ๙๖ ใบ แทน ฉันวุติโรค ๙๖ ประการ ใช้ปัดโรคันตราย

       ใบสมิต ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน นิยามคำว่า “สมิทธิ” ว่า สำเร็จพร้อม สมบูรณ์สัมฤทธิ์ เขียนว่า สมิต ก็มี ส่วน “สมิต” นั้นมีหลายความหมาย ความหมายแรก คือ ยิ้มเบิกบาน ความหมายที่สอง คือ รวบรวม นอกจากนั้นยังนิยามไว้ในความหมายของใบสมิตที่กล่าวในที่นี้ไว้โดยตรงว่า กิ่งของต้นไม้แห้งบางชนิด ใช้เป็นเชื้อไฟ ในพิธีโหมกูณฑ์ และ ใบไม้ ๓ ชนิด คือ ใบทอง ใบมะม่วง ใบตะขบ ที่ถวายพระเจ้าแผ่นดินในพิธีอภิเษก เช่น ราชาภิเษก

        ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก มีการทูลเกล้าฯถวายใบสมิตครั้งแรก คือ ในเวลาบ่ายหรือค่ำ ก่อนวันพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ๑ วัน หลังจากนั้น ในพระราชพิธีสัมพัจฉรฉินท์ หรือ พระราชพิธีตรุจ แม้จะมีการทำใบสมิตและโหมกุณฑ์ แต่ก็ไม่ได้นำมาทูลเกล้าฯ ถวายให้ทรงปัดพระวรกายเหมือนเช่นกาลบรมราชาภิเษก
 
         ในรัชกาลปัจจุบัน มีการทูลเกล้าฯ ถวายใบสมิตหลายครั้ง ครั้งแรก คือ ในวันที่ ๔ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๙๓ ก่อนทรงรับพระบรมราชาภิเษกในวันรุ่งขึ้น จากนั้น มีการทูลเกล้าฯ ถวายใบสมิตเป็นพิเศษอีก เช่น พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ๓ รอบ ๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๐๔ และในมหามงคลที่ทรงครองสิริราชสมบัติยาวนานเป็นพิเศษ กล่าวคือ เมื่ออภิลักขิตสมัยพระราชพิธีกาญจนาภิเษกครบ ๕๐ ปี เมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๙ ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาทและครั้งล่าสุด ในพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง

      วิธีรับใบสมิต
 
      พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ มีพระบรมราชาธิบายถึงการทูลเกล้าฯ ถวายใบสมิตไว้ว่า “ถ้าในเวลาการบรมราชาภิเษก เฉลิมพระราชมณเฑียร พระมหาราชครู นำมาถวายให้ฟาดพระองค์เวลาสวดมนต์เย็น แต่การพระราชพิธีสัมพัจฉรฉินท์นี้ ไม่ได้นำถวาย เป็นแต่ทำไปตามเคย” ทั้งนี้ พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ ได้เล่าถึงวิธีการรับใบสมิตแต่ละช่อมาทรงฟาดหรือปัดพระองค์ ตามโบราณราชประเพณีดังนี้
 
      ๑.   ช่อใบมะม่วง ทรงรับด้วยพระหัตถ์ขวา ทรงปัดพระพาหาซ้ายถึงพระกรข้างซ้าย แล้วพระราชทานคืนแก่พราหมณ์ 
      ๒.   ช่อใบทอง ทรงรับด้วยพระหัตถ์ซ้าย ทรงปัดพระพาหาขวาถึงพระกรขวา แล้วพระราชทานคืนแก่พราหมณ์
      ๓.   ช่อใบตะขบ ทรงรับด้วยพระหัตถ์ขวา ทรงปัดพระองค์ จากพระอุระถึงพระบาททั้งสอง แล้วพระราชทานคืนแก่พราหมณ์

       เมื่อเสร็จการพระราชพิธี ในพระบรมมหาราชวังแล้ว พระมหาราชครูฯจะได้เชิญใบสมิตที่ทรงปัดพระองค์แล้ว กลับยังเทวสถาน เพื่อเผาให้มอดไหม้ไปในคืนนั้น ในพิธีศาตรปุณยาชุบโหมเพลิง หรือ โหมกุณฑ์

  

 พิธีโหมกุณฑ์
 
       พิธีศาสตรปุณยาชุบโหมเพลิง คือ การนำใบไม้และของเหลวต่างๆ ตามตำรับพราหมณ์เผาลงในเตากุณฑ์ ถวายพระอัคนี เป็นพิธีที่ปฏิบัติสืบเนื่องมาแต่โบราณ “โหมกุณฑ์” คือ การบูชาไฟ มีนิยามว่า บูชาไฟที่หลุมไฟ หม้อไฟ
 
        เตาที่จะโหมเพลิง (เตากุณฑ์) มีลักษณะต่างๆกันไป ทำด้วยอิฐ หิน หรือโลหะแล้วแต่ความนิยม ในประเทศไทย นิยมใช้เตาที่ทำด้วยโลหะรูปทรง พีระมิดสี่เหลี่ยมจตุรัสซ้อนกันสามชั้น มีขนาดใหญ่บ้างเล็กบ้าง แล้วแต่ว่าจะเผาสิ่งของมากน้อยเพียงไร
 
         การตั้งแต่งเทวสถานหรือโรงพระราชพิธี
 
         การตั้งแต่งสถานที่บูชาพระอิศวรในพิธีศาสตรปุณยาชุบโหมเพลิง มีรายละเอียด ดังนี้ บริเวณมณฑลพิธีวงด้วยสายสิญจน์โดยรอบตั้งแต่เสาชิงช้ากลางเทวสถานขึงอ้อมไปถึงหลังเบญจาที่ประดิษฐานเทวรูป บนด้ายสายสิญจน์ซึ่งขึงอยู่เป็นปริมณฑลนั้นแขวนพรหมโองการ คือ กระดาษขาวตัดเป็นรูปดวงไฟสามเปลวติดอยู่บนผ้าขาวพับเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่เรียกว่าไตรทวาร ประจำทิศทั้งแปดทิศบนเสาชิงช้ากลางเทวสถานปักฉัตรราชวัตรขาวขลิบทอง ๕ ชั้น ๒ คัน พร้อมด้วยต้นกล้วยประจำเสาแต่ละข้างไว้ ๒ ต้น เป็นความเชื่อของพราหมณ์ว่า ต้นกล้วยหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ เป็นต้นไม้เก่าแก่ที่เกิดมาพร้อมกับการสร้างโลก

          เมื่อหันหน้าเข้าเบญจาที่ประดิษฐานเทวรูป บนพื้นหน้าที่บูชาตอนในสุด ตั้งตั่งเตี้ยสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก ทำด้วยไม้ทาสีขาวหุ้มผ้าขาวสำหรับวางเบญจคัพย์ คือ ถ้วยขนาดย่อมจำนวน ๖ ใบ บรรจุน้ำเทพมนต์วางในช่องแป้งสาลีโรยเป็นตารางสี่เหลี่ยมจำนวน ๖ ช่อง ส่วนพื้นที่ว่างนอกตารางสี่เหลี่ยม วางสังข์และกลศ ใช้บรรจุน้ำเทพมนต์

          ถ้วยเบญจคัพย์ทั้ง ๖ ใบนั้นวางทับอยู่บนหญ้าคาแห้งเส้นเล็กๆ หญ้าคานี้ถือเป็นพืชศักดิ์สิทธิ์ เพราะหญ้าคาเคยได้รับน้ำอมฤตที่กวนจากเกษียรสมุทร

          ถัดออกมา คือ ตั่งนพวรรค เป็นตั่งหุ้มผ้าขาวขนาดเดียวกับตั่งเบญจคัพย์แต่สูงกว่าเล็กน้อย สำหรับประดิษฐานเทวรูปเทพยดานพเคราะห์ บนพื้นข้างตั่งนพวรรคมีภาชนะบรรจุเครื่องสังเวยเทพเจ้า มะพร้าวอ่อน ข้าวสวย เผือก มัน และผลไม้ต่างๆ
 
           หน้าตั่งนพวรรค มีตั่งไม้สี่เหลี่ยมหุ้มผ้าขาวสำหรับวางใบสมิต ที่ปัดพระองค์แล้วทั้งสามช่อ ทอดอยู่บนพานทองมีลิ้นพานหุ้มด้วยผ้าขาวข้างตั่งใบสมิตมีพานแว่นฟ้าวางจานบรรจุข้าวเวทย์ เป็นเครื่องโภชนาหารสำหรับสังเวยเทพเจ้า

           หน้าตั่งใบสมิตมี เตากุณฑ์ เป็นเตาสี่เหลี่ยมซ้อนกันสามชั้นมีถาดเหล็กและแท่นปูนรองเตาสำหรับกันความร้อน ที่เตากุณฑ์มีดินและมูลโครองในนั้น มีเต่าทองตัวหนึ่ง หนักสองสลึงเฟื้อง สำหรับวางลงในกลางกองกุณฑ์ ประดับประดาด้วยดอกไม้สดโดยรอบ

           ด้านซ้ายของเตากุณฑ์มี หม้อกุมภ์ เป็นหม้อดินเผา ๙ ใบ บนปากหม้อแต่ละใบวางมะพร้าวหนึ่งผลพันด้วยผ้าขาวมีด้ายสายสิญจน์พันอยู่โดยรอบซึ่งโยงเชื่อมต่อไปถึงสายสิญจน์ที่วงเป็นปริมณฑล หม้อกุมภ์ทั้ง ๙ นี้ วางอยู่บนตั่งหุ้มผ้าขาวโรยข้าวเปลือก ในหม้อกุมภ์ทุกใบใส่เงินเฟื้อง พื้นที่ตอนในถัดจากหม้อกุมภ์วางต้นพรหมจรรย์และต้นมะตูม

            หม้อกุมภ์ บริบูรณ์ด้วยน้ำ (ปูรณกุมภะ) มีอัญมณีและเงินทองอยู่ภายในบนหม้อมีมะพร้าวทั้งผลปิดอยู่ หม้อกุมภ์ตั้งอยู่บนข้าวเปลือกตามคติพราหมณ์เปรียบไว้ว่า หม้อน้ำ เปรียบดั่งโลกที่เราอาศัย น้ำเปรียบดั่งชีวิต ส่วนมะพร้าวแทนภาวะจิตของพระเป็นเจ้า
 
            ด้านขวาของเตากุณฑ์ มีตั่งหุ้มผ้าขาววางโต๊ะเงินบรรจุเชื้อเพลิงต่างๆตามตำรับโบราณ ซึ่งจะใช้เผาในเตากุณฑ์ ประกอบด้วย ไม้มะม่วง ไม้พุทรา ยาวดุ้นละ ๙ นิ้ว น้ำผึ้ง เนยเหลว และการบูร ข้างตั่งเชื้อเพลิงมีต้นรักซึ่งเมื่อถึงเวลาพราหมณ์จะได้ปลิดใบรักจากต้นไปเผาในเตากุณฑ์เพื่อถวายเทพเจ้า

 

เตากุณฑ์

 

  อวิสูทธ์อัตมสูทธ์ ชำระตัว

        พิธีเริ่มขึ้นเมื่อคณะพราหมณ์กระทำการสักการะบูชาพระผู้เป็นเจ้า แล้วพระมหาราชครูนั่งประจำที่บนอาสนผ้าขาว ปัดด้วยหญ้าคาวางดอกกุหลาบแดงลงบนมุมผ้ารองนั่งทั้ง ๔ มุมผินหน้าไปทางทิศเหนือเจิมหน้าผากด้วยแป้งกระแจะเป็นรูปอุณาโลม จากนั้นเริ่มชำระร่างกายให้สะอาดด้วยมนต์ที่เรียกว่า “อัตมวิสุทธิ์” เพื่อให้ร่างกายและจิตใจของตนเองบริสุทธิ์ก่อนสาธยายมนต์ถึงพระผู้เป็นเจ้า เมื่อชำระร่างกายด้วยมนต์แล้ว พระมหาราชครูจึงเริ่มทำน้ำเทพมนต์ในเบญจคัพย์ จากนั้นพราหมณ์ผู้ช่วยร่วมกันจัดเชื้อเพลิงลงเตากุณฑ์ ได้แก่ การบูร ไม้พุทรา และไม้มะม่วง ตามลำดับ
 
         น้ำเทพมนต์ที่ทำเสร็จแล้วจะรินจากเบญจคัพย์ลงในกลศและสังข์เพื่อนำทูลเกล้าฯถวายสำหรับพระมหากษัตริย์สรงในวันทรงเครื่องใหญ่ (ตัดผม) ส่วนน้ำในหม้อกุมภ์จะแจกจ่ายไปตามเจ้ากรมและปลัดกรมเป็นน้ำที่ใช้สำหรับพิธีต่างๆในราชการ
 
         บูชากุณฑ์
 
         เมื่อบูชาพระเป็นเจ้าและเทพยดานพเคราะห์เสร็จแล้วถึงขั้นตอน “บูชากุณฑ์” โดยพระมหาราชครูนำน้ำเทพมนต์ในสังข์มาหลั่งลงที่เตากุณฑ์ วางใบมะตูมและเจิมเตาด้วยแป้งกระแจะ แกว่งคันประทีปเวียนรอบเตากุณฑ์พร้อมสั่นระฆังที่ถืออยู่ในมือซ้าย เสร็จแล้วจุดเทียนเล่มหนึ่งวางไว้ข้างเตากุณฑ์ ร่ายพระเวทย์แล้วนำเชื้อเพลิงต่อไฟที่เทียนเล็กที่จุดไว้หน้าเตากุณฑ์ ทิ้งลงในเตากุณฑ์เพื่อโหมเพลิงพราหมณ์ผู้ช่วยร่วมกันหยอดเนยเหลว น้ำผึ้ง และทิ้งใบรักลงในเตากุณฑ์ พระมหาราชครูเชิญช่อใบสมิตทิ้งลงในเตากุณฑ์ตามลำดับพราหมณ์จะหยอดน้ำผึ้ง เนย และการบูรลงในเตากุณฑ์ เพื่อโหมเชื้อไฟให้แรงขึ้น

         เมื่อพราหมณ์สังเกตุเห็นว่าใบสมิตมอดไหม้หมดแล้ว พระมหาราชครูจึงหลั่งน้ำเทพมนต์จากสังข์ลงดับเพลิงในเตากุณฑ์ เป็นอันว่าเสร็จการ คณะพราหมณ์คุกเข่ากราบเทวรูปพระอิศวร ส่งเสด็จกลับ รุ่งขึ้นคณะพราหมณ์นำเถ้าใบสมิตนั้นไปลอยลงในแม่น้ำเจ้าพระยา

          ใบสมิตที่มอดไหม้เป็นเถ้าทุลีไปแล้วทั้ง ๓ ช่อ เป็นเครื่องหมายว่า สรรพอันตรายทั้ง ๓ ประการ ได้แก่ ภยันตราย อุปัทวันตราย และโรคันตราย ในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้สูญสลายมอดไหม้ไปหมดสิ้นด้วยมหิทธานุภาพของเทพยดาเจ้าแล้ว

 

พรหมโองการ (ไตรทวาร)

 

 

นพวรรค (เทวดานพเคราะห์ทั้ง ๙ องค์)

 

 

เบญจคัพย์ กลศ สังข์

 

หม้อกุมภ์

 

 

พราหมณ์บูชากุณฑ์

 

ที่มา: http://www.monnut.com/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
MorzJiez's profile


โพสท์โดย: MorzJiez
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
12 VOTES (4/5 จาก 3 คน)
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 2/1/69ยืนหนึ่งระดับโลก! "ลิซ่า BLACKPINK" ผงาดคว้าอันดับ 1 ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งปี 2568 จากสวนดุสิตโพลอินเดียแห่เที่ยวกัมพูชา เปิดไฟลต์ตรง กระแสมรดกฮินดูมาแรงเปิดอายุแท้จริงของ น้องจินนี่ ลูกสาว คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ทำให้หลายคนเข้าใจผิดเครื่องบินประสบอุบัติเหตุกลางอากาศ ส่งผลให้ผู้โดยสารจำนวนมากถูกเหวี่ยงออกจากที่นั่งคนที่มี EQ ต่ำมักทำ 6 สิ่งนี้ ในวันที่ 1 มกราคมเสมอ!!ภาพนี้ที่รอคอย !!! ทหารไทยนำตู้คอนเทนเนอร์ไปวางกั้นพรมแดนบ้านหนองจาน ตามเส้นเขตแดน 1:50000 เป็นที่เรียบร้อยนักร้องดัง "ไช่ อีหลิน" ยืนร้องเพลงและเต้น บนหัวงูยักษ์หลวงปู่ศิลาให้พรในพิธีสะเดาะเคราะห์และพุทธาภิเษกเหรียญรุ่น อริยะทรัพย์ อริยะสัจ4 ก่อนหลุดโฟกัสขันน้ำมนต์.ดราม่าเดือดรับปีใหม่! กติกา 100 จับได้ 20 แม่โวยกลางไลน์ "ไม่คุ้ม"ย้อนรอยประวัติศาสตร์วันขึ้นปีใหม่ จาก "1 เมษายน" สู่ "1 มกราคม" เส้นทางความเปลี่ยนแปลงของปฏิทินไทยออสเตรเลียมอบเงินให้เขมร 250,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
บารมี "ท่านทองล้น" คนแห่ขอโชควันปีใหม่ 2569 ลุ้นเป็นเศรษฐีรางวัลที่ 1 รายที่ 19 แห่งวัดเขาช่องลมราชสำนักกัมพูชา และสมเด็จฮุนเซน ผนึกกำลังต้อนรับวีรบุรุษกองทัพ 18 นายดราม่าเดือดรับปีใหม่! กติกา 100 จับได้ 20 แม่โวยกลางไลน์ "ไม่คุ้ม"ปลาไทยที่มีไขมันดีไม่แพ้ปลาแซลมอน โปรตีนสูง สร้างกล้ามเนื้อและบำรุงสมอง“จิตวิทยา คนพูดน้อยแต่ต่อยหนัก ทำไมพวกเขามีอิทธิพลสูง?”
ตั้งกระทู้ใหม่