ส้วม
|
การขับถ่ายเป็นสิ่งหนึ่งซึ่งสำคัญยิ่งในการดำรงชีวิต เมื่อบริโภคอาหารเข้าไปแล้วแต่ไม่ได้มีการระบายของเสียออกมา ความอึดอัดเป็นทุกข์ย่อมเกิดขึ้น ดังนั้นมนุษย์จึงต้องมีสถาน “สุขา” หรือ “ส้วม” เพื่อรองรับทุกข์หนักเบาของตน แม้แต่ในพระคัมภีร์ไบเบิลอันเก่าแก่ก็ยังมีตอนหนึ่งซึ่งระบุไว้ว่า “.... เจ้าจะต้องมีที่แห่งหนึ่งภายนอกอาคารพักอาศัย เจ้าจะไปตรงนั้นพร้อมด้วยอุปกรณ์ติดมือ เจ้าลงนั่งแล้วใช้มันขุดหลุม และกลบให้เรียบร้อยหลังจากระบายของเสียของเจ้าลงไป......” สิ่งที่เราพึงรู้คือ สถานที่นั้นควรอยู่ห่างจากที่พักของเราเท่าใด ตำราในศาสนาฮินดูแนะนำว่า ให้ยิงธนูออกไป ลูกธนูตกลงตรงจุดไหนก็ใช้จุดนั้นแหละเป็น “ส้วม” โดยตำราวิษณุปุรณะอายุกว่า 2,000 ปี เล่มนี้ยังระบุด้วยว่า อย่าสร้างส้วมภายในระยะ 50 เมตร จากแหล่งน้ำกินใช้ และห่างอย่างน้อย 5 เมตร จากตัวบ้านที่เราอาศัย นับว่าคนโบราณตระหนักถึงหลักการสุขาภิบาลได้ดีทีเดียว เรามาอ่านถึงวิวัฒนาการของส้วมแบบง่ายๆในอดีต จนถึงส้วมสุดยอดไฮเทคในปัจจุบันกันเถอะ ชาติที่มีอารยธรรมในด้านการขับถ่ายครั้งอดีตเห็นจะไม่มีใครเกินโรมัน จากซากเมืองเมอริดาMerida ในสเปนที่ชนโรมันได้มาสร้างไว้ ยังมีหลักฐานเรื่องส้วมเหลือไว้ให้เห็นเด่นชัดอยู่ด้านหลังของโรงละครแห่งหนึ่ง เป็นสุขากลางแจ้งที่มี 25 ที่นั่งสำหรับขับถ่ายทุกข์หนัก-เบา การออกแบบนับว่าสุดยอด เพราะที่นั่งดังกล่าวตั้งอยู่เหนือท่อระบายน้ำใหญ่ของเมือง พออึของคุณหล่นปุลงไป น้ำเบื้องล่างก็จะพัดพาเอามันไปด้วยไม่เหลือหลอ มิจำเป็นต้องให้ใครมาจัดการชำระล้างในภายหลัง ที่นั่งเดิมนั้นเป็นหินตั้งอยู่ในกรอบโลหะ แต่ทางการได้บูรณะโดยหล่อด้วยคอนกรีต เบื้องหน้าของแถวที่นั่ง จะมีรางน้ำทำด้วยหินอ่อน ชาวโรมันจะใช้ไม้ติดฟองน้ำยื่นลงไปจุ่มน้ำในรางแล้วยกมาใช้ชำระก้นหลังสำเร็จกิจ น้ำที่ใช้พัดพา ( Flush ) และชำระนั้น มาจากไหน โรมันรู้จักการนำน้ำจากบนเขาสูง โดยใช้รางลำเลียงลงมาซึ่งเรียกว่า ระบบอาควีดักต์( Aqueduct )จากนั้นก็มีระบบท่อแจกจ่ายไปยังโรงอาบน้ำ ตลอดจนน้ำใช้ในการต่างๆรวมทั้งชำระล้าง ระบบท่อน้ำจ่ายน้ำในอเมริดามีความยาวทั้งสิ้นราว 5 กิโลเมตร ชนรุ่นหลังเรียกขานระบบท่อน้ำว่า “Aqueduct de los Milagros” แปลว่า ระบบท่ออาคว์ดักตมหัศจรรย์ เพราะไม่น่าเชื่อว่าจะสร้างขึ้นได้เองโดยปราศจากการช่วยของเทพเจ้า หากทว่าหลังจากล่มสลายของอาณาจักรโรมัน ชนชาวยุโรปก็ทอดทิ้งคุณค่าที่โรมันสร้างสรรค์ไว้อย่างสิ้นเชิง ทั้งๆที่งานสุขาภิบาลเหล่านี้โรมันสร้างไว้ ให้เห็นเกือบทุกหนแห่ง แม้แต่ที่บริเวณกำแพงเมืองฮาเดรียน (Hadrian’s Wall) ในบริเทนก็มี “สุขา” เหลือซากอยู่ กระนั้นชนบริเทนหรืออังกฤษก็มิได้ใส่ใจบำรุงรักษา ปล่อยให้แตกหักไร้ประโยชน์เสียงันแหละ สาเหตุหนึ่งอาจเป็นด้วยว่า ในยุโรปไร้ศาสนา “Pagan” มีความเชื่อแตกต่างจากโรมัน พวกเขาบูชาศรัทธาความสะอาดของวารี การทำให้น้ำสกปรกแปดเปื้อนด้วยอุจจาระนั้นเป็นบาป แต่ไม่ว่าจะสาเหตุใด ยุโรปทังหมดก็หันกลับไปหาวิธีถ่ายทุกข์แบบเดียวกับที่ใช้ในยุคมืด นั่นคือ นับเป็นเวลานานยาวถึงพันปีหลังยุคโรมัน ที่พวกเขาออกไปปลดทุกข์ในพื้นนาพื้นสวน เหมือนที่คนไทยเรียก “ไปทุ่ง” นั่นเอง จวบจนย่างเข้ายุโรปสมัยกลาง (Medieval Era) จึงเริ่มการสร้างสุขาให้เห็นบ้าง แต่ก็เทียบเคียงอารยธรรมโรมันไม่ได้ ดังเช่นหลักฐานในสมัยศรตวรรษที่ 13 การขับถ่ายอุจจาระปัสสาวะจะระบายทิ้งลงตามช่องกำแพงเมือง ซึ่งเรียกเป็นภาษานอร์มันว่า “การ์เดโรบส์ ( Garderobes) ” ความหมายเดิมคือ “ที่ใช้เก็บเสื้อผ้า” โดยคิดกันว่าก๊าซแอมโมเนียจากปัสสาวะนั้นมีประโยชน์ในการขับไล่ตัวมอดตัวแมลงต่างๆ ไปจากผ้าไหมและผ้าขนสัตว์ของขุนนางเจ้าของปราสาท การ์เดโรบส์นั้นมักจะมีที่นั่งถ่ายเป็นกรอบไม้ ข้อเสียของการระบายก็คือทำให้เบื้องล่างของผนังกำแพงเหม็นคลุ้ง ส่งกลิ่นขึ้นมายามนั่งถ่ายโดยเฉพาะหน้าร้อน ส่วนหน้าหนาวก็มีลมพัดขึ้นมาทำให้ก้นเย็นฉียบ เมื่ออุจจาระกองสุมกันเป็นเนิน ก็จะมีคนจัดการเอาพลั่วตักใส่ถังไปทิ้งที่อื่น ล่วงมาถึงสมัยทิวดอร์ (Tudor) เริ่มมีการใช้ส้วมตามบ้านคนรวย แต่ก็ยังไม่ถูกสุขลักษณะและมีกลิ่นเหม็นอยู่ดี นั่นคือมีลักษณะเป็นส้วมหลุม (privy) ที่ขุดลงไปในดิน อาจมีก่ออิฐกันหลุมพัง ส่วนที่นั่งถ่ายก็เป็นแบบหยาบๆ เจาะเป็นรูแล้วถ่ายอุจจาระตกลงไปในหลุมโดยตรง เมื่อหลุมเต็มก็ต้องขนถ่ายปฏิกูลเบื้องล่างออกไปเป็นคราวๆ ที่มีการระบายดีกว่าและปราศจากกลิ่นเหม็นได้แก่บ้านในชนบททางตอนเหนือของเวลส์ โดยบ้านที่อยู่ใกล้ลำธารจะปลูกสร้างคร่อมทางน้ำ ใช้กระแสน้ำเป็นตัวพัดพาอุจจาระให้ลอยหรือชะไป แต่ก็น่าจะคำนึงถึงบ้านหรือชุมชนที่อยู่ทางท้ายน้ำซึ่งต้องใช้ลำธารในการอุปโภคเช่นกัน สำหรับส้วมทันสมัยรุ่นแรกๆ นั้นคือกำเนิดขึ้นในปี 1594 โดยการออกแบบสร้างของเซอร์จอห์น ฮาริงตัน (Sir John Harington) ส้วมนี้มีถังเก็บน้ำอยู่เหนือที่นั่ง เมื่อยกก้านวาล์วก็จะมีน้ำชำระพุ่งลงมาอยู่ในโถ พอคุณอึเสร็จก็ยกก้านอันที่สอง น้ำและอุจจาระในโถก็จะระบายลงสู่หลุมเบื้องล่าง แม้จะไม่ยุ่งยากซับซ้อน แต่ก็อาจเรียกได้ว่าเป็นส้วมระบบชัดโครก (Flush toilet) อันแรกของโลก
ฮาริงตันประดิษฐ์ส้วมชนิดนี้เพียงสองชุด ชุดหนึ่งสำหรับตนเอง และอีกชุดถวายแด่แม่ทูนหัว ( Godmother) ของเขา คือสมเด็จพระราชนินีเอลิซาเบธที่ 1 Queen Elizabeth หากทว่าผลงานราคาแพงและประสิทธิภาพไม่สู้สมบูรณ์ของเขาไม่เป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วไป กระทั่งอีก 170 ปี ต่อมา ในค.ศ. 1775 ช่างทำนาฬิกานามว่า อเล็กช่านเดอร์ คัมมิงส์ (Alexander Cummings) จึงได้จดลิขสิทธิ์ส้วมชักโครกเป็นรายแรก โดยมีการใช้คอห่าน Sbend เพื่อป้องกันกลิ่นมิให้ย้อนขึ้นมา แม้จะมีวาล์วระบายทิ้งจากโถ แต่ก็ใช้งานไม่ค่อยดี บางที่อุจจาระลอยสวนขึ้นมาทำให้มีกลิ่น และท่ออุดตัน งานของคัมมิงส์ได้รับการพัฒนาปรับปรุงขึ้นในปี 1778 โดย โจเซฟ บรามาห์( Joseph Bramah)ด้วยการติดตั้งวาล์วกระดกที่ปล่อยน้ำชำระแบบอัตโนมัติ ทำให้การระบายของเสียหมดจดขึ้น และมีน้ำขังอยู่ในโถตลอดเวลา เป็นการดักกลิ่นที่ได้ผลงานชิ้นนี้เป็นที่นิยมใช้กันยาวนานกว่า 150 ปี จนถึงก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง มีการติดตั้งในสถานที่ราชการ แม้กระทั่งในวังเวสต์มินสเตอร์ ทำให้มีผู้ขนานนามส้วมของบรามาห์ว่าเป็น “โรลล์ซรอยศ์แห่งส้วม (Rolls Royce of toilets) กระนั้นก็ยังมีชนผู้ดีอีกมากที่ยังไม่ยอมรับส้วมชักโครกของบรามาห์ แต่ยังคงใช้หม้ออุจจาระ (chamber pots) ตามเดิม ก็ในเมื่อยุคโน้นมีข้าทาสบริวารมากมาย ก็ใช้ให้มันยกไปเทกได้นี้นา ชนชั้นสูงนี้มีโถอุจจาระประจำไว้แม้แต่ในห้องดินเนอร์โดยเก็บในตู้ถ้วยชาม ทั้งนี้เพื่อมิให้ต้องเสียเวลาออกไปจากห้องในระหว่างกำลังบริโภค ล่วงเข้าปี ค.ศ. 1880 จึงมีผลิตภัณฑ์ส้วมชักโครกสำเร็จรูป “ยูนิทาส Unitas” ออกจำหน่าย ทำด้วยเซรามิก รูปทรงสวยงามแบบชิ้นเดียวโดยซ่อนคอห่อนไว้ภายในมิดชิด ไม่รั่วไม่ซึม และด้วยการผลิตปริมาณมาก ( Mass Market) จึงราคาถูก ขายดิบขายดีนับล้านชุดทั่วโลก เป็นที่รู้จักดีกระทั่งว่าจนทุกวันนี้คำว่า Unitas ยังมีอยู่ในภาษารัสเซีย หมายถึง ส้วมชักโครก ปี 1854 จอร์จ เจนนิงส์ (Geoge Jennings) ออกแบบส้วมสาธารณะสำหรับชาวลอนดอนทั่วไปใช้โดยเสียเงิน 1 เพนนี เลยเกิดเป็นสำนวน ไปจ่ายหนึ่งเพนนี ( to spend a penny) เวลาจะไปส้วมสาธารณะ ราคานี้ใช้อยู่จนถึง ค.ศ. 1971 นับว่าน่าทึ่งที่คงอยู่ยาวนานถึง 120 ปี เมื่อโถส้วมเซรามิกเก็บท่อไว้ภายในไม่รุ่งรัง ผู้ผลิตก็เริ่มแข่งขันในด้านออกแบบให้เตะตาน่าจูงใจ เช่น เป็นรูปซามชุป เป็นรูปปลา ส่วนโถฉี่ของสุภาพบุรุษซึ่งมักเป็นรูปกลมเพื่อกันกระเด็นก็อาจออกแบบเป็นรูปลูกกอล์ฟเช่นในอัมสเตอร์ดัม หรือ ที่โตเกียวก็มีโถฉี่ที่เชิญชวนให้ฉี่ลงไปดับไฟ ก่อนที่จะมีการใช้กระดาษทิชชูเช็ดก้นนั้น ผู้คนจะใช้วัสดุแปลกๆ แตกต่างกันไป นักประพันธ์ฝรั่งเศสชื่อราเบเลส์ เคยเขียนไว้ว่าสิ่งที่ทำความสะอาดก้นหลังการอึนั่นดีที่สุดได้แก่ คอห่าน (จิตนาการถึงคอยาวๆที่มีขนนุ่มๆของห่าน) แต่ถ้าหากคุณกำลังเดินอยู่ในทุ่งหญ้าชนบท ก็โปรดทดลองใช้หญ้ามอสส์ซึ่งเช็ดได้หมดจดเช่นกัน ขนเป็ดขนไก่ก็ใช้ชำระได้ดีพอๆกับซังข้าวโพด บางคนคุ้นเคยกับการใช้เปลือกหอยซึ่งแข็งบางจับถนัดถนี่กว่า กระทั่งปี 1857 โจเซีฟ คาเยตตี้( Joseph Cayetty) ชาวอเมริกันจึงประดิษฐ์กระดาษชำระให้ใช้กัน แต่กระนั้นก็ยังมีผู้คนอีกมากที่นิยมใช้น้ำชำระล้างก้น ด้วยรู้สึกว่าสะอาดหมดจดเกลี้ยงเกลากว่าการใช้ทิชชู เช่นเดียวกับวิธีการนั่งถ่าย ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังแบ่งออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งถนัดแบบนั่งบนขอบโถชักโครก แต่อีกฝ่ายหนึ่งชอบที่จะนั่งยองๆโดยเฉพาะชาวเอเชียและแอฟริกา โดยมีข้อสังเกตที่น่าพิศวงว่าชาวตะวันตกที่นั่งโถนั้นจะเป็นมะเร็งลำไส้กับกระเพาะอาหาร (Bowel cancer) สูงกว่าชนชาติที่นั่งยองๆ จุงโก โคบายาชิ สถาปนิกโถส้วม (toilet architect) ชาวญี่ปุ่น กล่าวว่าเขาจะออกแบบให้มีส้วมนั่งยองไว้อย่างน้อยหนึ่งที่ในศูนย์การค้าสำหรับลูกค้าสูงอายุ นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงความอายของผู้ใช้ส้วมที่เกิดขึ้นในขณะปฏิบัติกิจเกรงว่าห้องข้างๆจะได้ยิน ดังนั้นจึงมักกดชักโครกติดต่อกันเพื่อกลบเลียงของตน แต่โดยเหตุที่เป็นการสิ้นเปลื้องน้ำ จึงคิดค้นวิธีการสร้างเสียงชักโครก โดยไม่มีน้ำไหลสำหรับลูกค้าหน้าบางทั้งหลาย การอำนวยความสะดวกสบายก็เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงสำหรับชาวญี่ปุ่นเช่นกัน ด้วยเหตุนี้จึงมีระบบอิเล็กทรอนิกส์ ในการให้ที่นั่งส้วมอบอุ่นก่อนจะหย่อนก้นลงไปโดยสามารถเลือกใช้อุณหภูมิที่เหมาะสมได้ นอกจากนี้ยังมีปุ่มกดให้มีน้ำฉีดพุ่งออกมาชำระล้างก้นโดยคุณไม่ต้องใช้มือให้เปรอะเปื้อนอีกด้วย ส้วมที่ถูกสุขลักษณะมีส่วนช่วยในการลดโรคระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ มูลนิธิบิลกับเมลินดา เกตส์ ( Bill and Melinda Gates Foundation) จึงจัดตั้งทุนสำหรับผู้ค้นคิดพัฒนาส้วม เช่น มหาวิทยาลัยเดลฟต์ ในเนเธอร์แลนด์ หนึ่งในองค์กรที่ได้รับทุน ก็กำลังค้นคิดติดตั้งอุปกรณ์ที่จะไมโครเวฟอุจจาระให้เกิดก๊าซเร็วขึ้น และนำก๊าซไปใช้ประโยชน์ในครัวเรือน เป็นต้น
|
ทำไมคุณไม่ควรใส่เกลือ เมื่อเริ่มเคี่ยวกระดูก?
ยกเลิกข้อความไม่ได้ไม่ใช่เครื่องพัง แต่เพราะ “หมดเวลา” ไขข้อสงสัย LINE ปี 2569 ที่คนใช้ไลน์ทุกคนควรรู้
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ทุกอำเภออยู่ติดฝั่งทะเลและชายแดน
5 ดินแดนที่สหรัฐอเมริกาเคยพยายามขอซื้อแต่ล้มเหลว
บทพิสูจน์นักรบแห่งอเมซอน พิธีกรรมมดกระสุน ความเจ็บปวดที่โลกต้องจารึก
อำเภอที่อยู่ไกลจากตัวจังหวัดที่สุด
เหอเจียจิ้ง อดีตซูเปอร์สตาร์วัย 66 ปี ทำแฟนคลับตกใจหลังเผยคลิปเข้ารับการรักษา จนหน้าเปลี่ยนสี ก่อนออกมาไลฟ์ชี้แจง
อำเภอไหนในอีสาน ที่พูดภาษากลางชัดเป๊ะที่สุด?
เปิดภาพ “เยาวเรศ นิสากร” นางเอกจักรๆ วงศ์ๆ รุ่นบุกเบิก เยือนบ้าน “ไพรัช สังวริบุตร”
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก