ใครจะเชื่อ? CIA เคยคิดจะฝึกแมวให้เป็นสายลับ
องค์กร CIA นั้นเคยบรรจุสายลับแมวเหมียวตัวหนึ่งเพื่อใช้สำหรับการสอดแนมผู้ต้องสงสัย เรื่องดังกล่าวมาจากหนังสือเล่มหนึ่งที่ให้ความกระจ่างกับเจ้าเหมียวชั้นยอดตัวนี้และความล้มเหลวครั้งยิ่งใหญ่ของมันระหว่างในระหว่างทำภารกิจ “Acoustic Kitty”
Emily Anthes, ผู้เขียนหนังสือชื่อ “Frankenstein’s Cat” นั้นกล่าวกับทีมข่าวว่าไม่ได้มีแต่แมวเท่านั้นที่เป็นสายลับที่ไม่ใช่มนุษย์
ซึ่งเคยมีทั้งแมลงและหนูดัดแปลง (ratbots) โดยเธอกล่าวเพิ่มเติมว่ามีประวัติการใช้งานสุนัขสำหรับภารกิจของตำรวจและทหารมายาวนาน ซึ่งมีสุนัขบางตัวได้ถูกติดตั้งด้วยกล้องและอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีอื่นๆอีกด้วย
ทางกองทัพสหรัฐฯเองยังเคยกระทั่งใช้เทคโนโลยีการปลูกฝังอุปกรณ์เพื่อควบคุมการเคลื่อนไหวของฉลามมาแล้ว
อย่างไรก็ตาม ภารกิจ Acoustic Kitty นั้นนับเป็นหนึ่งในความพยายามจะทำให้สัตว์กลายเป็นสายลับที่ค่อนข้างโดดเด่น โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในปี 1960
“ในเวลาหนึ่งชั่วโมง สัตวแพทย์ได้ทำการผ่าตัดเจ้าแมวเหมียวขนปุยให้กลายเป็นสายลับชั้นยอด” เธอกล่าว “ด้วยการฝังไมโครโฟนลงไปในหู ใส่ตัวส่งคลื่นวิทยุไปที่ฐานของกระโหลก และทอเสาสัญญาณชนิดบางลงกับขนสีเทาขาวบนตัวของมัน” โดยเป้าหมายของการผ่าตัดนั้นคือการเปลี่ยนเจ้าแมวดังกล่าวให้กลายเป็น “อุปกรณ์สอดส่องที่มีชีวิตและเคลื่อนไหวได้” ซึ่งเธอกล่าวว่าทาง CIA ได้ตั้งความหวังว่าจะฝึกเจ้าเหมียวตัวนี้ให้นั่งใกล้ๆกับเจ้าหน้าที่ต่างชาติเผื่อที่จะแอบฟังบทสนทนา
เป็นที่น่าประหลาดใจที่เจ้าแมวตัวดังกล่าวสามารถรอดชีวิตจากการผ่าตัดมาได้
“ในการทดสอบอย่างเป็นทางการในครั้งแรกนั้น เจ้าหน้าที่จาก CIA ได้พาเจ้าเหมียวไปยังสวนสาธารณะแล้วสั่งให้มันไปดักฟังบนสนทนาของผู้ชายสองคนที่กำลังนั่งคุยกันอยู่ที่ม้านั่ง”
“แต่กลับกลายเป็นว่าเจ้าเหมียวเดินหายไปในท้องถนนแล้วก็ไปถูกรถแท็กซี่คันหนึ่งทับตาย”
ซึ่งดูเหมือนจะเป็นการปิดฉากความหวังทั้งหมดที่มีว่าจะแมวจะสามารถกลายเป็นสายสืบชั้นยอดแบบเจมส์ บอนด์ได้
ในช่วงหลายปีมานี้ นักวิทยาศาสตร์ได้หันความสนใจไปยังสัตว์ชนิดอื่นเสียมากกว่า ซึ่ง Anthes ได้ชี้ว่าในปี 2006 นั้น DARPA หรือ Defense Advanced Research Projects Agency ซึ่งเป็นองค์กรการวิจัยทางทหารนั้นได้คิดถึงการควบคุมแมลงสำหรับใช้ในการตรวจเฝ้าระวัง
นักวิจัยมักจะศึกษาวิจัยแมลงชนิดต่างๆเพื่อที่จะออกแบบเครื่องจักรที่มีพฤติกรรมคล้ายคลึงกัน แต่ปกติแล้วพวกเขาแค่สร้างเครื่องจักรที่ก๊อปคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น Richard Bomphrey จากมหาวิทยาลัย Oxford ได้เริ่มโครงการหนึ่งเมื่อสองสามปีที่ผ่านมา ซึ่งโครงการดังกล่าวนั้นตั้งใจจะสร้างพาหนะใช้งานทางอากาศที่ติดตั้งด้วยปีกที่กระพือได้เหมือนแมลงจริงๆ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ DARPA ทำนั้นเกี่ยวข้องกับการดัดแปลงแมลง ซึ่งทาง DARPA ได้อธิบายไว้ว่า “อาจมีความเป็นไปได้ที่เราจะสามารถเปลี่ยนแมลงให้กลายเป็นอุปกรณ์ที่สามารถคาดการณ์การทำงานได้สำหรับการทำภารกิจที่จะต้องใช้เข้าแทรกซึมหรือแทรกแซงเข้าไปในพื้นที่ๆมนุษย์ไม่สามารถเข้าได้ หรือเป็นอันตรายต่อมนุษย์”
Anthes กล่าวว่าเรื่องดังกล่าวเป็นที่ฮือฮาในวงการวิทยาศาสตร์อยู่พอสมควร แต่เธอไม่คิดว่าแมลงพวกนั้นจะพร้อมใช้งานในเร็วๆนี้
ใครที่กำลังคิดจะผันตัวไปเป็นอาชญากรอาจจะควรต้องใส่ใจกับนกพิราบแทนแมลงเสียมากกว่า
Su Xuecheng จาก Robot Engineering Technology Research Center ของ Shandong University of Science and Technology ได้ประกาศว่าเขาและเพื่อนร่วมงานประสบความสำเร็จในการฝังอิเล็กโทรดขนาดเล็กลงไปในสมองของนกพิราบเพื่อการกำหนดให้นกพิราบสามารถบินไปในทิศทางที่ต้องการได้ไม่ว่าจะเป็น ซ้าย ขวา ขึ้น หรือ ลง
“เป็นการวิจัยกับนกพิราบที่ประสบความสำเร็จเป็นครั้งแรกในโลก” Xuecheng กล่าว
…อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าองค์กรพิทักษ์สัตว์นั้นดูจะไม่ค่อยพอใจเสียเท่าไหร่ ซึ่ง ณ ตอนนี้ก็ได้มีการออกจดหมายทักท้วงมาแล้ว
ที่มา : http://news.discovery.com/animals/pets/cat-spies-fail-130510.htm
จังหวัดไหนมีเส้นทางธรรมชาติขับรถสวยที่สุด
ใช้ปลั๊กไฟมาทั้งชีวิต เพิ่งรู้ ว่ารูเล็กๆ บนขา มีไว้ทำแบบนี้นี่เอง
เขื่อนคอนกรีตบดอัดที่ยาวที่สุดในโลก” อยู่ที่ประเทศไทย
หนึ่งชาติสองดินแดน : รู้จัก 4 ประเทศที่ตั้งอยู่บนสองทวีป
โรงเรียนเอกชนชื่อดังและเก่าแก่ที่ปิดกิจการไปแล้ว
5 (ต่าง)จังหวัด ที่สอบติดหมอมากที่สุดในประเทศไทย
รวม เลขปฏิทินจีน งวด 16/5/69
5 มหาลัยเอกชนที่เด็กไทยนิยมเรียนที่สุด
"Tupai King" ราชาของทุเรียนที่มีรสชาติเอร็ดอร่อย และหาทานได้ยากที่สุดชนิดหนึ่ง
ประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก ที่อยู่ในทวีปแอฟริกา
เลขเด็ด เลขมาแรง เลขดัง "รวมหวยเด็ดสำนักดัง vol.4" งวดวันที่ 16 พฤษภาคม 2569
เงินเดือน สารวัตรทหาร (ส.ห.)
เหตุใดจึงมีคำกล่าว "ยุงมันร้ายกว่าเสือ" เห็นทีน่าจะจริง!!