ทำบุญร่วมชาติ ตักบาตรร่วมขัน..แล้วฉันจะได้คู่กับเธอ
โพสท์โดย

มีความเชื่อกันว่า คนที่เกิดมาเป็นคู่กันนั้น เป็นเพราะชาติก่อนได้ทำบุญร่วมชาติ ตักบาตรร่วมขันกันมาแต่ชาติก่อน ชาตินี้จึงได้เกิดมาเป็นคู่กัน
ผมเองก็ไม่ค่อยจะเชื่อสักเท่าใดหรอกนะ เกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะผมระลึกชาติไม่ได้ เลยไม่คิดว่ามันจะเป็นจริงขึ้นมาได้
ซึ่งหากว่าความเชื่อดังกล่าวเป็นจริงแล้ว คนที่ไม่มีคู่ อยู่กับความโสดจนขึ้นคานทอง ก็หมายความว่า เขาไม่เคยทำบุญร่วมชาติ ตักบาตรร่วมขันกับใครมาเลยหรือ
แล้วคนที่มีคู่ครองหลายคน นั่นเป็นเพราะเขาทำบุญร่วมชาติ ตักบาตรร่วมขันกับผู้อื่นมาเยอะเลยหรือเปล่า
ก็ลองคิดกันดูนะครับ.....
ในเรื่องของคู่ครองนั้น ถ้าสังเกตดีๆแล้วท่านก็อาจจะเห็นได้ว่า มีอยู่ด้วยกัน สอง แบบ คือคู่บุญ และ คู่เวรคู่กรรม
คู่บุญนั้น สังเกตได้ไม่ยากครับ เพราะคู่ประเภทนี้จะรักกันมาก แทบไม่เคยจะทะเลาะเบาะแว้งกันเลย อยู่กันจนแก่จนเฒ่า ซึ่งหาได้ยากเต็มที
คู่ประเภทนี้ ถ้าจะให้เหตุผลตามคำกล่าวข้างต้น ก็คงจะต้องบอกว่าพวกเขาทำบุญร่วมชาติกันมาเยอะ ทำด้วยความตั้งใจ ละมั๊ง
แต่คู่เวรคู่กรรมนี่สิ มีให้เห็นกลาดเกลื่อนไปหมด คู่ประเภทนี้ถึงแม้ว่าจะทะเลาะกันสามเวลาหลังอาหาร แต่ก็ยังครองคู่กันจนแก่จนเฒ่า
เรียกว่า ถ้าวันไหนไม่ได้ด่ากัน ทะเลาะกัน มันเหมือนจะนอนกันไม่ค่อยจะหลับ บางวันก็อาจจะมีรายการพิเศษ มวยไทยวันละท่า เป็นของแถม
คู่แบบนี้ ก็อาจจะเป็นเพราะพวกเขาทำบุญร่วมชาติกันมาแบบไม่ได้ตั้งใจ หรือฝืนใจทำร่วมกันมา ก็เลยเกิดมาเป็นคู่เวรคู่กรรมกันละสิ
แต่ยังไงก็ตาม คู่ทั้งสองแบบนี้ เป็นยังเป็นคู่ที่ยังครองรักกันยืดยาว......
แต่ก็มีคู่อีกแบบหนึ่ง ซึ่งน่าสนใจอยู่ไม่น้อยก็คือ คู่แบบชั่วคราว หรือประเภทมินิซีรีย์ คู่ประเภทนี้เราจะเห็นได้บ่อยจากดารานักแสดงทั้งหลาย
ลักษณะพิเศษของคู่ประเภทนี้ ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นได้ว่า ตอนจีบกันใหม่ๆ รักหวานปานน้ำผึ้ง แต่พอแต่งงานกันได้พักเดียว ตายละหว่า นี่มันผสมยาพิษมาด้วยนี่
เรื่องราวความรักของคู่ประเภทนี้ จึงคล้ายๆกับเรื่องสั้น เป็นแบบมินิซีรีย์ ตอนเดียวจบ
ถ้าคำโบราณที่เขาว่ากัน เขาก็จะบอกว่า หม้อข้าวยังไม่ทันดำเลย ก็เลิกกันเสียแล้ว
แต่พอมาในยุคนี้ อาจจะต้องเปลี่ยนแปลงคำนี้เสียใหม่ว่า หม้อข้าวไฟฟ้ายังไม่ทันพังเลย ก็เลิกกันเสียแล้ว
เพราะเดี๋ยวนี้คงไม่มีใครไปใช้เตาถ่านหุงข้าวกันแล้วละ ถ้ายังใช้คำเดิมอยู่ ก็คงจะใช้ไม่ได้
แล้วคู่ประเภทนี้เขาทำบุญร่วมชาติ ตักบาตรร่วมขันกันมาแบบไหนละครับ หรือว่า เขาทำร่วมกันเพียงครั้งเดียว มันก็เลยอยู่กันได้พักเดียวก็เลิกกัน
หรือเพราะว่าเขาไม่ได้ทำร่วมกันมา เลยอยู่กันไม่ยืนยาว
ทั้งนี้ก็แล้วแต่ว่าจะให้เหตุผลกันไปอย่างไร แต่อ่านแล้วก็ไม่ต้องคิดมากนะครับ เพราะเป็นการนำมาคิดกันเล่นๆ ตามประสาคนช่างคิด
แต่ถ้าเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องจริงละก็ ท่านใดสามารถยืนยันกับผมได้ ก็ช่วยยืนยันหน่อยนะครับ
จงเร่งรีบหาคนไปทำบุญด้วย เผื่อชาติหน้าท่านทั้งหลายจะได้มีคู่กับเขาบ้าง
................................................
ชาติก่อนเราเพียง คู่เคียง เก็บดอกไม้ร่วมต้น แต่ว่าเราสองคน ไม่สนใจ ใส่บาตรร่วมขัน ชาตินี้เราสอง เราสองจึงต้องโศกศัลย์ รักกันชอบกัน ไม่ได้กัน บุญเรานั้นไม่มี
พี่จะทำบุญ ก่อทุน ไว้ตามน้องชาติหน้า ชาตินี้พี่จะลา ก่อนหนา น้องจ๋าคนดี ก่อนลาน้องจ๋า น้องจ๋าจงได้ปราณี ขอหอมซักที เถิดคนดี ก่อนพี่จะจากไป
พี่จากน้องไป น้องเอ๋ย อย่าได้กังวล พี่จะอุทิศตน โกนหัว นุ่งห่มผ้าไตร อโหสิกรรม เถิดหนา ถ้าพี่พลั้งไป บุญมีพบกันชาติใหม่ อย่าได้ อย่าได้อาวรณ์
พี่บวชเป็นพระ จะมา บิณทบาตรโปรดเจ้า ถ้าหากนงเยาว์ ใส่ข้าว พี่ก็จะให้พร ชาตินี้วันนี้ บุญพี่ ไม่ถึงบังอร ขอลางามงอน ด้วยอาวรณ์ แม่รักซ้อน พี่อ่อนใจ
................................................ โดย นายหวั่นไหว |
ที่มา: jompra.com
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
28 VOTES (4/5 จาก 7 คน)