หุบเขาอนุสาวรีย์ : Monument Valley
สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้อจะพาไปรู้จักกับธรรมชาติแสนแปลก ที่บรรจงสร้างสรรค์งานประติมากรรมจากที่ยิ่งใหญ่ให้เราได้ชมกันนั่้นคือ หุบเขาโมนูเมนต์ : Monument Valley ตั้งอยู่ที่เส้นเขตแดนระหว่างรัฐยูทาห์กับรัฐแอริโซนาทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศสหรัฐอเมริกา ชื่อหุบเขามีที่มาจากแท่งหินค้ำขนาดมหึมา ซึ่งกระจัดกระจายอยู่บนที่ราบไม้พุ่มอันแห้งแล้ง ภูมิภาคแถบนี้เต็มไปด้วยแท่งหินหรือซากหินที่หลงเหลือจากการสึกกร่อน
นักธรณีวิทยาเรียกแท่งหินลักษณะดังกล่าวนี้ว่า”โมนูเมนต์” ซึ่งมีลักษณะคล้ายสิ่งก่อสร้างจากฝีมือมนุยษ์เช่น อนุสาวรีย์ หรือตึกสูง หินแท่งรูปร่างแปลกตาจำนวนมากเหล่านี้ถูกเรียกขานว่า”หินรูปประสาท”ซึ่งเป็นแท่งหินที่มีลักษณะยอดราบ หรือเรียกอีกอย่างเนิน”เมซา” สูงกว่า 300 เมตร และด้านบนมีหินคล้ายใบเสมาปรากฏอยู่
นอกจากนี้ยังมี”หินรูปถุงมือ”ซึ่งมีลักษณะเป็นเนินยอดป้านดูคล้ายนิ้วมือทั้งสี่ ไม่ไกลมีแท่งหินรูป”แม่ไก่ในรัง” ถัดมาเป็น”เนินยอดบ้านเมอร์ริค”และ”เนินยอดบ้านมิตเชล” และมี”หินรูปแม่อธิการ”และ”หินแม่ชีทั้งสาม”ซึ่งทั้งสองเนินเป็นหินที่สูงที่สุดในกลุ่มแท่งหิน สูงกว่า 245 เมตร
เมื่อประมาณ 250 ล้านปีที่แล้ว ทรายสีแดงของพื้นที่นี้เคยปกคลุมด้วยทะเลตื้นๆ โคลนซึ่งจมสะสมอยู่บนพื้นท้องทะเลได้กดลงบนทราย ทำให้กลาย ทำให้เกิดหินทรายทีมีรูพรุน ส่วนโคลนค่อยๆกลายสภาพเป็นหินดินดานต่อมาน้ำทะเลค่อยๆตื้นเขินขึ้น และเมื่อ 70 ล้านปีที่แล้วเปลือกโลกเกิดการดันตัวอย่างรุนแรงจนสูงขึ้นมา ทำให้เปลือกโลกส่วนนั้นมีลักษณะเป็นรูปโดม ก่อนเย็นตัวลงและแข็งตัวในที่สุด พื้นที่ซึ่งเคยอยู่ใต้ทะเลจึงกลายเป็นที่ราบสูงหินทรายอันกว้างใหญ่ ปกคลุมด้วยหินดินดานและหินกรวดมน หลายปีต่อมา ชั้นหินนี้ถูกลมและน้ำแปรเปลี่ยนรูป โดยตอนแรกเป็นภูเขายอดราบ มีหุบผาชันและร่องธารพาดผ่านไขว้ไปมา กลายเป็นเนินเมซาทีมีพื้นที่ขนาดเล็กลงและในทีสุดก็เป็นแท่งหินสูงหรือเนินป้าน
ที่นี่เป็นฉากสำคัญในภาพยนตร์หลายเรื่องที่ต้องการอารมณ์แบบคาวบอยตะวันตกที่ตะลุยเข้าไปยังดินแดนตะวันตกที่ยังไม่พัฒนา ตั้งแต่เรื่อง Stagecoach นำแสดงโดยจอห์น เวย์น จนถึง Thelma and Louise, Forrest Gump, Mission Impossible ภาค 2 และโฆษณาอีกมากมายหลายชิ้น จนไปถึงหนังแนววิทยาศาสตร์อย่าง Back to the Future และอีกหลายเรื่องที่ต้องการอารมณ์เหมือนอยู่บนดาวดวงอื่น
พื้นที่ส่วนใหญ่ไม่เหมาะแก่การดำรงชีวิตของมนุษย์และสัตว์ แทบเรียกได้ว่าไร้ร่องรอยของมนุษย์ มีเพียงอินเดียนแดงชนเผ่านาวาโฮอาศัยอยู่ ซึ่งยังเลี้ยงแกะและแพะในถิ่น นอกจากนี้ ยังมีกระต่าย และ พวกสัตว์เลือดเย็นเช่น กิ่งก่าแผงคอ คางคกมีเขา และ งูหางกระดิ่ง ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยเพียง 20 เซนติเมตรต่อปี มีพืชทนแล้งขึ้นบ้างเช่น จูนิเพอร์ สนพินยอน และ กระบองเพชร
รัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้ยกพื้นที่บริเวณนี้ให้เป็นดินแดนปกครองตนเองของชาวนาวาโฮ (Navajo Indian Reservation) โดยที่รัฐบาลไม่เข้าไปก้าวก่าย หุบผาอนุสาวรีย์แห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยและถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวอินเดียนแดงเผ่านาวาโฮ (Navajo) มาเป็นเวลาหลายร้อยปีแล้ว ชาวพื้นเมืองถือว่าหินทุกก้อน เขาทุกลูกมีวิญญาณหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประทับอยู่ ฉะนั้นนักท่องเที่ยวจึงควรปฏิบัติต่อสถานที่ด้วยความเคารพ แล้วพบกันใหม่ครับ...mata
เรียบเรียงโดย พรชัย สังเวียนวงศ์ (mata)
ขอบคุณภาพบางส่วนจาก http://pracob.blogspot.com/2012/06/canyon-valley-glen-gorge.html
ขอบคุณแหล่งที่มา
ชนะลอตเตอรี่ 14 ครั้ง ด้วย “คณิตศาสตร์เด็กประถม”
ของจริงโคโยตีวิ่งเร็วกว่านกโรดรันเนอร์
รีโมทแอร์ใช้ถ่านอัลคาไลน์ได้ไหม
ขุยสะดือเกิดจากขนหน้าท้องจริงหรือ
สถิติหวยออก ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 1 สิงหาคม
พัฟฟลิง ลูกนกที่พ่อแม่ช่วยกันฟัก
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
20 ประเทศที่ผู้หญิง “เครียดหนักที่สุดในโลก” ปี 2569
คนยุคกลางเดินลงปลายเท้าจริงหรือ
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ
แฮเรียต ทับแมน หญิงผู้บุกแนวรบปลดทาส
รูเล็ก ๆ บนหัวซิป มีไว้ทำอะไร?
ของจริงโคโยตีวิ่งเร็วกว่านกโรดรันเนอร์
ทำไม.."คนญี่ปุ่น" ถึงนอนน้อยที่สุดในโลก
ถนนในประเทศไทยที่น่ากลัวที่สุด เสี่ยงอันตรายมากที่สุดในการขับขี่
กลิ่นฉี่แมวในไวน์ ทำไมคนถึงชม
😯 ชวนเข้ามาดูกันต่อกับเปิดมุมมองใหม่ ๆ บนโลกใบนี้ ด้วยภาพถ่ายหายากที่คุณอาจไม่เคยเห็นมาก่อน (ชุดที่ 6) 😆
เปิดดวงชะตาคนมี "ไฝในร่มผ้า" จุดไหนบอกว่าเป็นคนมีบุญเก่าและมีเทวดาตามคุ้มครอง



