สัญญาณไฟจราจร สร้างมาเพื่อรถม้าไม่ใช่รถยนต์
สัญญาณไฟจราจร หรือที่เรียกในภาษาอังกฤษว่า Traffic lights, stoplights, traffic lamps, traffic signals, signal lights, robots หรือ semaphore อยู่กับท้องถนนมาช้านาน ว่าแต่สัญญาณไฟจราจรนี้มีที่มายังไง
สัญญาณไฟจราจรมีขึ้นครั้งแรกที่ประเทศอังกฤษ ในวันที่ 10 ธันวาคม ปี ค.ศ.1868 เป็นผลงานของ เจ.พี. ไนต์ วิศวกรชาวอังกฤษ โดยติดตั้งที่สี่แยกใจกลางมหานครลอนดอนบริเวณหน้ารัฐสภาอังกฤษ เพื่อใช้ควบคุมการสัญจรของรถม้า และคนเดินเท้าในบริเวณสี่แยก โดยสัญญาณไฟจราจรในสมัยนั้นมี 2 แขน เมื่อแขนทั้ง 2 ข้างเคลื่อนตัวขนานกับพื้น พาหนะที่กำลังสัญจรบริเวณสี่แยกจะต้องหยุดทันที แต่หากแขนทั้ง 2 ข้างเคลื่อนตัวทำมุม 45 องศา หมายความว่า ให้ผู้ใช้พาหนะทุกชนิดใช้ถนนอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ

บรรยากาศการสัญจรบนท้องถนนด้วยรถม้า
สัญญาณไฟจราจรนั้นมีเพียง 2 สี คือ สีแดง และสีเขียว โดยสีแดง หมายถึง "หยุด" ส่วนสีเขียวหมายถึง "ระวัง" ทั้งนี้ด้วยความที่สัญญาณไฟจราจรใช้พลังงานจากแก๊ส จึงมักมีอุบัติเหตุไม่คาดฝันอยู่เสมอ โดยในวันที่ 2 มกราคม ปี ค.ศ. 1869 หลังเปิดใช้ไม่นาน ดวงไฟก็เกิดการระเบิด จนเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บถึง 1,869 คน และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งดูแลการทำงานของสัญญาณไฟจราจร 1 คนเสียชีวิต
หลังจากนั้นสัญญาณไฟจราจรก็พัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ จนเริ่มเข้าสู่ปี ค.ศ.1912 ซึ่งเป็นยุคแห่งการประดิษฐ์คิดค้นสิ่งต่างๆ ก็มีการคิดค้นสัญญาณไฟจราจรแบบใช้พลังงานไฟฟ้า ที่เมืองซอลต์เลกซิตี รัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา โดย เลสเตอร์ ไวร์ ตำรวจชาวอเมริกัน โดยสัญญาณไฟจราจรยังคงมีเฉพาะไฟเขียว และไฟแดงเท่านั้น จนเมื่อเข้าสู่ปี ค.ศ. 1920 วิลเลียม พอตต์ ตำรวจจราจรเมืองดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน ก็ได้ออกแบบสัญญาณไฟจราจรแบบใหม่ ด้วยการเพิ่มไฟสีเหลือง เพื่อเตือนให้ผู้ขับขี่ระวัง และชะลอความเร็วก่อนที่จะหยุด หรือออกตัว ทั้งนี้การทำงานของสัญญาณไฟจราจรยังต้องให้มนุษย์ควบคุม

ต่อมาในปี ค.ศ. 1923 การ์แรตต์ มอร์แกน นักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน เชื้อสายแอฟริกัน ก็ได้ออกแบบสัญญาณไฟจราจรแบบอัตโนมัติ มีไฟ 3 สี ทำจากวัสดุที่เป็นแก้ว โลหะ หรือปุ่มสะท้อนแสงติดอยู่กับเสาไม้หรือเสาเหล็กเพื่อให้ในกลางคืนได้ง่าย
ทั้งยังสามารถตั้งเวลาเปลี่ยนไฟในช่วงวินาทีหรือนาทีตามแต่ความหนาแน่นของรถยนต์ในบริเวณนั้น โดยสัญญาณไฟจราจรนี้ติดตั้งที่เมืองคลีฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ ก่อนจะแพร่หลายไปทั่วโลก
ทั้งนี้ ในบางเมืองจะมีอุปกรณ์ที่เรียกว่า detector เพื่อควบคุมสัญญาณไฟจราจรด้วยสวิตช์หรือแม่เหล็กที่อยู่บนพื้นถนน เมื่อมีรถมากสัญญาณไฟจราจรก็จะเปลี่ยนเป็นสีเขียวเพื่อระบายรถออก ในทางตรงกันข้ามเมื่อมีรถบนถนนน้อยลงสัญญาณไฟจราจรก็จะเปลี่ยนเป็นสีแดง ทั้งนี้ ในปัจจุบันการควบคุมจราจรจะต้องมีการวางแผนและศึกษามาเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งที่ติดตั้ง หรือระยะเวลาการปล่อยรถ เพื่อให้การจราจรบนท้องถนนเป็นไปอย่างคล่องตัว และเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้ท้องถนน
เอสารอ้างอิง
www.mentalfloss.com, www.ideafinder.com, www.myuniversalfacts.com
Photo
qw88nb88.wordpress.com, justacarguy.blogspot.com, nenajackson.wordpress.com
ศาลสูงสหรัฐฯ คว่ำคำสั่งทรัมป์ ยืนยันเด็กเกิดในอเมริกาได้สัญชาติ
ค่าดองสาวลาวปัจจุบัน เรียกกันเท่าไหร่ ต้องเตรียมอะไรบ้าง
ห้างที่หรูหราและสวยงามมากที่สุด ในเขตต่างจังหวัดของประเทศไทย
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย
จังหวัดในไทยที่ชวนเข้าใจว่าติดทะเล
หญิงอินเดียคลอดลูกเองที่บ้านตามวิดีโอยูทูบ ก่อนเสียชีวิตจากตกเลือดหลังคลอด
รู้จัก Toby เจ้าเหมียว 28 นิ้วเท้า ที่ขึ้นแท่นแมวสุดพิเศษของกินเนสส์
ทำไมในตู้เย็นเย็น แต่ข้างหลังตู้กลับร้อน
หอดูดาวอวกาศ Swift กำลังเสียระดับ นาซาส่งยานหุ่นยนต์ช่วยก่อนสายเกินไป
ทำไมบางพื้นที่ในอังกฤษต้องรื้อแอร์? ท่ามกลางคลื่นความร้อนและเป้าหมาย Net Zero
ต้อง Restart มือถือทุกวันไหม? คำตอบที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนควรรู้
5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทย
ทำเองก็ได้นะ :: ผัดดอกไม้กวาด หมูสับ
ศาลสูงสหรัฐฯ คว่ำคำสั่งทรัมป์ ยืนยันเด็กเกิดในอเมริกาได้สัญชาติ
จังหวัดที่ชาวต่างชาติชอบที่สุด สำหรับการมาใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณ