ภูกระดึงดินแดงแห่งแรงบันดาลใจ
"ความสุขหมายเลข5 "Find inspiration" (ภูกระดึง-เลย)
วันที่ 16 พฤศจิกายน 2555
หลังจากกลับมาจากเวียดนาม ร่างกายเดี้ยงมากเหนื่อยและไม่อยากออกไปไหน 
กลับมาได้ไม่กี่วันเพื่อนอีกกลุ่มก็โทรมาเอ่ยปากว่า "แกหนาวนี้ไปปีนภูมั้ย" ในชีวิตยังไม่เคยปีนภูที่ไหนเลยค่ะ
เลยคิดว่าอยากลองไปซักครั้ง เลยตบปากรับคำไปทั้งๆที่ไม่รู้ว่าจะหายเหนื่อยหรือยัง เพราะไปเวียดนามครั้งนี้ใช้พลังงาน
ไปเยอะพอสมควร..................
ไม่เคยเลยสักครั้งในชีวิตที่ได้เดินขึ้นที่สูงๆด้วยขาของเราเอง
ในกรุงเทพมีทั้ง ลิฟท์ บันไดเลื่อน ฉันแทบไม่เคยมองเห็นความสำคัญของบันได
แต่ครั้งนี้แหละที่้เปลี่ยนแปลงฉัน การไปภูกระดึงครั้งแรกฉันตบปากรับคำเพื่อนไป
โดยไม่รู้ว่ามีนรกรอฉันอยู่ 
วันที่ 16 ที่สถานีขนส่งหมอชิต เราซื้อตั๋วไว้ล่วงหน้า 3 วัน แนะนำเลยนะคะ
สำหรับท่านที่จะไปซื้อตั๋วล่วงหน้าก่อน 1 อาทิตย์จะดีมากและซื้อตั๋วของ บขส. เถอะค่ะ
ของเราตอนที่จองตั๋ว บขส เต็มค่ะ เลยต้องจองบริษัทอื่นซึ่ง.........เดี๋ยวเล่าค่ะ
แนะนำ บขส. จริงๆนะ ตอนซื้อตั๋วบอกว่าไปลง "ผานกเค้า" ค่ะราคาประมาณสามร้อยกว่าๆ
นั่งรถบริษัทเอกชนรอบ 3 ทุ่มค่ะจะไปถึงผานกเค้าตอนเช้าพอดี
ขณะกำลังนั่งรถ คุยกัน กินหนม ดี้ด๊า รถเคลื่อนตัวออกไปจากกรุงเทพ
ประมาณ 5 ทุ่ม รถจอดข้างทางแบบงงๆ ไฟและแอร์ดับลง
ไม่มีใครชี้แจงอะไร ทั้งรถเงียบผ่านไปหนึ่งชั่วโมงรถยังคงไม่ขยัีบ
เราเริ่มคิดในใจว่า นี่คงเป็นผลจากการจองรถบริษัทเอกชนแน่เลย
คนในรถเริ่มทนบรรยากาศอบอ้าวไม่ไหว ลงไปเดินด้านนอกรถจนได้ความว่า
รถเสีย รอรถมาเปลี่้ยนใช้เวลารอสองชั่วโมงครึ่ง
"ครั้งหน้าหนูจะจอง บขส."
ถึงผานกเค้าตอนเช้าตรู่ ที่ท่ารถจะมีร้านข้าวและจองตั๋วขากลับได้ค่ะ
เราต้องนั่งรถโดยสารต่อไปที่อุทยานอีกต่อ ค่ารถแล้วแต่คนในรถค่ะ ถ้าคนเต็มเร็วก็ 30
ถ้าเหมาก็ 300 แต่คนละคนหน้าตาเพลียมั่กๆ
พอถึงภูสิ่งแรกที่ต้องทำคือซื้อบัตรค่าผ่านทางค่ะ ลงทะเบียนนักท่องเที่ยวว่าขึ้นไปกี่วัน
ลงทะเบียนขยะ และ ใครที่คิดว่าแบกสัมภาระขึ้นไปไม่ไหว จ้างลูกหาบเลยค่ะกิโลละกี่บาทนี่จำไม่ได้แล้วค่ะ
ขออภัย เราจ้างหาบค่ะกลัวไม่ไหว
เดี๋ยวจะแย่ 
ด่านทั้งหมดที่ต้องฝ่าฟันค่ะ สังเกตุว่าลักษณะป่าจะหลากหลายมีอะไรแปลกตาตลอด
ยิ่งสูงยิ่งหนาว คงใช้ไม่ค่อยได้ที่นี่ เพราะอากาศร้อนทั้งวันเลย 
อันนี้คือชื่อด่านที่เราต้องตะลุยค่ะ บอสอยู่ด้านบน

จุดชมวิวแรก ทุกคนหอบแฮ่กๆ 
ของที่ควรติดตัว ยาดม น้ำดื่น ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อ (ในกรณีอยากประหยัด เพราะยิ่งสูงของยิ่งแพง)
อากาศร้อน เหงื่อไหล เริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ หน้าร้อนผ่าว ขาสั่น 
จุดพักเหล่านี้เปรียบเสมือน โอเอซิส กลางทะเลทราย ให้นักเดินทางผู้กระหายและเหนื่อยล้าได้พัก
เนื่องจากภูกระดึงเป็นสถานที่ปีนเขาเลเวล 1 Beginner ควรมาที่นี่ก่อนจะไป เขาหลวง,สอยดาว gลg
มีนักท่องเที่ยวมากมายมาที่นี่ เลยมีร้านอาหารและความสะดวกสบายบริการเยอะกว่าที่อื่น
เลือกร้านค้าได้เลย แม่ค้าอัธยาศัยดีชวนคุย ยิ้มแย้มแจ่มใส Happy มากๆๆที่ได้พักหม่ำข้าว


เหมือนสวรรค์มาโปรด 


หนทางนั้นไม่ได้เรียบง่าย ต้องกระโดดจากหินก้อนนี้ไปก้อนนั้น 
ใช้เวลาในการขึ้นไปถึงยอดประมาณ 5 ชั่วโมง อาจน้อยหรือมากกว่านั้นตามความสามารถของบุคคล
ถึงยอดแล้วววววว
ระยะทาง 5 กิโลเมตรที่เป็นทางขึ้นและขึ้นตลอดส่งผลให้ขาแข็งเป้ก
ในขณะที่กำลังดีใจอยู่นั้น เพื่อนบอกว่ายังไม่ถึงที่พักต้ิองเดินต่ออีก 3 กิโลเมตรทางตรงT^T ความฝันแตกเป็นเสี่ยง
ถึงกระนั้นก็ลากขาอัน(แข็ง)แรง ไปยังที่พักนักท่องเที่ยว
ตอนที่อยู่บนยอดภูฉันได้ยินเสียงแปลกๆ เพื่อนฉันบอกว่าลองเงี่ยหูฟังดีๆสิ
ฉันได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง เป็นเสียงที่ไม่คุ้นชินไม่เคยได้ยินที่ไหนมาก่อน
..............เสียงของลม ลมมีเสียงด้วยหรอ!!!
เป็นเสียงสายลมกำลังปะทะกับยอดสน และ ภูเขา เสียงของสายลมเพราะมาก
ตาฉันเบิกโพรงเมื่อเสียงนั้นเริ่มชัดเจนขึ้น สายลมกำลังพูดอะไรบางอย่าง
เป็นคำพูดที่คุณต้องไปฟังกันเอาเอง..............ว่าสายลมกำลังบอกอะไร
นั่งพัก,ลูกสนในป่าข้างทาง
ลางกางเต้นท์ ราคาย่อมเยามากค่ะจุได้สามคนแหนะได้บรรยากาศดี ที่เหลือก็แค่เช่าเบาะรองและถุงนอน
สามารถเตรียมขึ้นไปเองได้ และสำคัญมาก "ยากันแมลงและทากดูดเลือด" ระวังโดนไต่ขา
หรือใครกลัวลำบาก บ้านพักก็มีค่ะแต่ต้องจองล่วงหน้าเยอะๆ
เรื่องอาหารด้านบนมีขายทุกอย่างค่ะ จานละประมาณ 60 มีร้านให้เลือกเยอะแยะไม่ต้องกลัวอดหยาก
แถมให้เยอะมากๆด้วย ชนิดว่าล้นจาน
คุ้มค่ากับราคา ร้านขายของใช้ก็มีค่ะ
แต่ถ้าอยากประหยัดเตรียมมาก็ได้ พวกอาหารกระป๋องอาหารแห้ง แล้วมาขอน้ำร้อนด้านบน
วันนี้ขอนอนก่อนค่ะ พรุ่งนี้ไปดูพระอาทิตย์แรกกัน 
ตื่นตั้งแต่ตีสี่ เดินถือไฟฉายมาที่"ผานกแอ่น"เห็นแสงไฟจากท้องถนน อากาศที่เย็นต้องหยิบเสื้อกันหนาว
และผ้าพันคอติดมา อยากเจออาทิตย์แรกเป็นที่สุดเลย
ท่ามกลางไอเย็นๆ แต่ตาพวกเราร้อนผ่าวมาก
คุ่รักหลายคู่นั่งเคียงข้างกัน
กุมมือพิงไหล่แนบชิด สายตาหลายคู่คาดหวังอาทิตย์แรก เป็นภาพที่ทำให้คนโสดเกิดอาการร้อนผ่าว
เจ็ดโมงกว่าแล้ว พวกเราทุกคนค่อนข้างผิดหวังต้องเดินกลับที่พัก
เพราะเมฆมากไม่สามารถมองเห็นไข่แดงได้
อดเจอกันเลย 

บางที่ในภูกระดึงเราจะได้ยินเสียงกระดิ่ง ฉันมองหาต้นตอของเสียง พบว่ามีกระดิ่งห้อยอยู่ตามต้นไม้
มันคือหนึ่งในตำนานอันเก่าแก่ของภูกระดึงตั้งแต่สมัยก่อน เกี่ยวกับเสียงกระดิ่งบนภูเขา 
อากาศค่อนข้างเย็นสบาย เราทานข้าวเช้าแล้วเริ่มออกเดินทางสำรวจธรรมชาติบนภู
และจะไปจบทริปวันนี้ในสถานที่ยอดนิยมอย่าง"ผาหล่มสัก"
น้ำใสจัง



ธรรมชาติเป็นของฟรีที่เราไม่ต้องเสียเงิน น้ำก็ฟรี อากาศดีฟรี สวนทางกันกลางเมืองใหญ่ๆ
คนหลายคนยินดีจ่ายเยอะเพื่อได้บ้านในสวน มีพื้นที่ปลูกต้นไม้เยอะ มีสวน
แปลกที่ธรรมชาติสามารถขายได้ราคาสูงในเมือง ทั้งๆที่มันคือของฟรี
มีเรื่องละทึกใจมาเล่าให้ฟัง เรื่องมีอยู่ว่าเราก็เดินกันปกติในเส้นทางเดินชมน้ำตกตอนประมาณสิบเอ็ดโมง
พวกเราได้ยินเสียงไม้ไหวแต่ไม่มีใครทัก เดินมาอีกซักพักได้ยินเสียงเหมือนไม้ล้ม ทีนี้หละวิ่งกันตาเหลือก
เหตุเพราะกลัวว่าจะเป็นช้าง ซึ่งช้างเป็นสัตว์ที่ค่อนข้างดุร้าย ถ้าเจอกันในป่าเรามีสิทธิรอดยาก
หลังจากพวกเราวิ่งหนี ได้ยินเสียงชะนีในป่าร้องตามมาเป็นทอดๆคิดว่านั่นคงจะเป็นช้างแน่ๆ
ชะนีร้องเหมือนเตือนภัย ไปเที่ยวยังไงก็ต้องระวังช้างด้วยนะคะ 

ช่วงที่พวกเรามาใบเมเปิ้ลยังไม่แดงเท่าไรเลย
เห็นแค่นี้ก็ดีใจแล้ว คุ้มค่ากับที่มาตามหา

เดินไปเดินมาก็มาถึงสระอโนดาต เป็นเส้นทางที่ช่วงบ่ายสามจะปิด เพราะว่าสัตว์ป่าจะเริ่มมากินน้ำ
น้ำในสระในมาก อยากลองซักอึก
มุ่งหน้าต่อไปบนเส้นทางที่เวิ้งว้าง ตอนนี้เพิ่งบ่ายโมงเอง T^T หนทางยังอีกยาวไกลวันนี้เดินสิบกว่ากิโลเมตร


ณ จุดนี้มองในระยะหลายกิโลเมตรไม่เห็นเงาผู้คนเลย มีแค่เราสามคน

และแล้วก็มาถึงผาเหยียบเมฆ ฉันมองเห็นผู้ชายคนนึงเค้าเดินมาคนเดียว
มาหยุดที่หน้าผาแห่งนี้ เหม่อมองออกไปไกลแสนไกลฉันไม่รู้ว่าหัวใจของเค้าลอยไปถึงไหน
ภูกระดึงจะว่าไปก็เป็นสถานที่ๆโรแมนติคมาก
มีทั้งคู่รักมาเติมเต็มความทรงจำดีๆ...........ซึ่งกันและกัน
กลุ่มเพื่อนเดินทางด้วยกัน.........,ลำบากด้วยกัน,หัวเราะด้วยกัน
คนเดียว.........บางที่เค้าอาจจะมาเตือนความจำว่าครั้งหนึ่งเคย
ใช้เวลาแสนสำคัญร่วมกัีบใครซักคนที่นี่
ฉันมองออกไปพลางคิดแบบนี้ในหัว ทันใดนั้นมีเสียงตะโกนว่า
"จะเล่นมิวสิควีดีโอหรอ เดินต่อได้แล้ว" เพื่อนฉันตะโกนมาไกลๆ 

ดอกไม้ริมทาง ลองมองใกล้ๆและให้ความสำคัญ มันก็สวยดีนะ

ระหว่างเดินทางไปผาหล่มสักบ่ายสองกว่าๆ เหมือนเรากำลังอยู่ในแดนสนธยา
หมอกล้อมลอบตัวเราไว้ มองแทบไม่เห็นทางข้างหน้า


"มุมมหาชน"


มีคนบอกไว้ว่า
"ภูกระดึงสวยมากเลย จนลืมว่าเคยมีขา"
เป็นคำกว่าที่จริงและไม่สามารถโต้แย้งได้ วันนี้เราเดินกันราวๆ 18 กิโลเมตร
ตอนกลับจากผาหล่มสักนี่แทบแย่ ทางมืดๆ บวกขาที่ล้ามาทั้งวัน
มีหลายคนที่ต้องให้เพื่อนพยุง เราเดินกลับที่ำพักกับนักท่องเที่ยวกคนอื่น
คุยกันระหว่างทาง ช่วยเหลือกัน........ได้เพื่อนใหม่
ในความเหนื่อยยากก็ยังมีสิ่งดีๆอยู่
เช้าวันสุดท้ายบนภูจะต้องเดินกลับวันนี้ ใจหายเหมือนกัน
เซเล็บประจำภูเดินไปทางไหนมีแต่คนขอถ่ายรูป แถมรู้งานเวลาเรียกแล้วจะหันหน้ามามองกล้อง
เธอทำงานเป็นนางแบบได้ดีมาก น้องกวาง
และเดินกลับลงภูอีกเกือบสิบกิโลเมตร

การเดินทางครั้งนี้เพื่อนฉันว่าเราโชคร้ายที่ไม่เห็น พระอาทิตย์ขึ้นและตก
แต่สำหรับฉัน ฉันว่ามันคือโชคดีนะ โชคดีที่ฉันไม่เห็น
มันทำให้ซักวันนึง.........ฉันจะต้องกลับมานั่งมองมันอีก รอคอยอยู่ที่เดิม
เพื่อจะพบเจอ............แสงอาทิตย์
อ้อฉันลืมเล่าอะไรไปอย่าง............
ตอนที่เราเดินทางในภูฉันได้คุยกับคุณยายท่านหนึ่งอายุอานาม 60 กว่าๆ
คุณยายเล่าว่า มาที่ภูกระดึงคนเดียวและออกจากบ้านมาเกือบสิบวันแล้ว
เริ่มจาก ภูทอกที่จังหวัดบึงกาฬ เราได้แลกเปลี่ยนเรื่องข้อมูลการท่องเที่ยว
กับคุณยาย............
คุณยายบอกว่าเกษียรออกมา ตั้งใจว่าจะเดินทางเที่ยวรอบประเทศไทย
ถ่ายรูปไปให้ลูกหลานดู คุณยายรู้สึกโดดเดี่ยวมั้ย? เหงารึเปล่า?
ที่ต้องเดินทางไกลๆ ผู้หญิงอายุมากตัวคนเดียวเป็นเรื่องน่ากลัวเกินไป
แต่คุณยายกล้าหาญมาก.............หนูอยากบอกว่าหนูนับถือคุณยายจริงๆค่ะ
ที่ไม่ละทิ้งความฝันของตัวเองในการออกมามองโลก
หนูจะเป็นให้ได้อย่างคุณยายค่ะ 
"ภูกระดึงไม่เป็นอุปสรรคเลยต่ออายุ ร่างกาย และความฝันเลย"
ขอบคุณการเดินทางครั้งนี้
และแรงบันดาลเล็กๆจากคุณยาย
ขอบคุณนะสำหรับความสุขที่หาไม่ได้ในเมืองใหญ่หวังว่า ซักวันเราคงเจอกันอีก...............
หลังจากที่ฉันกลับมา ฉันเดินขากะเพลกไป 2 วัน 
ขอโทษที่ย้อนหลังไกลนะคะพอดีคอมพังช่วงสิ้นปีั เลยไม่ได้อัพ ตอนนี้จะเริ่มอัพย้อนหลัง
อย่าลืมติดตามตอนต่อไปนะคะ
ติดตามความเคลื่อนไหวเรื่องราวการท่องเที่ยวได้ที่ http://meledy.bloggang.com
คณะที่เรียนจบแล้ว มีงานทำง่ายที่สุด
ทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่น
อำเภอที่อากาศดีที่สุด ในประเทศไทย
น้ำมันแตะลิตรละ 60 บาท 4 ธุรกิจได้อานิสงส์ กำไรสวนทางต้นทุน
มีการค้นพบสัตว์หายาก ที่มีอายุ 100 ปี ซึ่งเหลืออยู่เพียงไม่กี่ตัวในโลกเท่านั้น
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
5 โรงเรียน ที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?
“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”
"งูเขียวล้วงตับตุ๊กแก" มิตรภาพ หรือ เพชฌฆาต
เผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!
เกาะที่ไม่มีรถยนต์
สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?
15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
จังหวัดในไทยที่มีอากาศดีและเย็นสบายที่สุดตลอดทั้งปี
แพลตฟอร์มที่ครูไทยใช้เยอะที่สุด
ฟุตบอลวาติกัน: เจาะตำนานแข้งศักดิ์สิทธิ์ ในประเทศที่เล็กที่สุดในโลก
มอเตอร์ไซค์คลาส 500 ซีซีที่นิยมที่สุดในประเทศไทย