เตือน!! NASA ได้ยืนยันออกมาแล้ว!!
เตือน!! NASA ได้ยืนยันออกมาแล้ว!! หลังพระอาทิตย์ตกดินในเย็นวันที่ 21 ธันวาคม 2555 ท้องฟ้าจะมืดมาก ซึ่ง NASA เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า
..
..
..
..
..
..
..
..
..
..
..
..
..
..
..
..
....
..
..
..
..
..
..
..
..
..
..
..
..
..
..
..
..
..
..
..
..
..
..
..
..
..
..
..
.
.
..
.
.
.
..
.
.
..
"กลางคืน





เค้าล้อเล่นความจริงก็คือ
..
..
..
..
..
..
..
.
.
..
.
.
.
..
.
.
..
"กลางคืน






เค้าล้อเล่นความจริงก็คือนาซ่า ยืนยันโลกไม่แตกปี 2012 และอยู่ได้ถึง 4 พันล้านปี
เว็บไซต์ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือนาซ่า ได้ให้ความสำคัญกับการไขปริศนาปฏิทินชาวมายันกับปรากฎการณ์วันสิ้นโลกวันที่ 21 ธันวาคม 2555 โดยเลือกตอบคำถามในประเด็นที่อยู่










เว็บไซต์ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือนาซ่า ได้ให้ความสำคัญกับการไขปริศนาปฏิทินชาวมายันกับปรากฎการณ์วันสิ้นโลกวันที่ 21 ธันวาคม 2555 โดยเลือกตอบคำถามในประเด็นที่อยู่
ในความสนใจ โดยนักวิทยาศาสตร์ที่เชื่อถือได้ของนาซ่า ยืนยัน จะไม่มีภัยคุกคามโลกในปีนี้ และโลกจะไม่แตกแน่นอน และจะดำเนินแบบนี้ต่อไปอีก 4,000 ล้านปี ส่วนทฤษฎีแกนโลกสลับขั้วนั้น นาซา บอกว่า แกนโลกจะหมุนแบบค่อยเป็นค่อยไปอยู่แล้ว ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะสลับขั้วแบบเฉียบพลัน
ยืนยัน วันสิ้นโลกเป็นเพียงตำนานเท่านั้น วันสิ้นสุดปฏิทินของชาวมายา ไม่ใช่วันสิ้นโลก แต่เหมือนกับปฏิทินที่ติดไว้ในครัว ซึ่งเมื่อหมดปีแล้ว ก็ขึ้นปีใหม่ เพียงแต่ปฏิทินของชาวมายา นับเวลาที่ยาวนานกว่ามากเท่านั้น นอกจากนี้นาซ่ายังระบุว่า ถือเป็นภัยคุกคามที่ทำให้คนตื่นกลัว หดหู่ และฆ่าตัวตายได้
กระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมโลกรวมทั้งในประเทศไทย โดยเฉพาะในโซเชียลเน็ตเวิร์ก เฟสบุ๊กว่าด้วยเรื่องโลกจะแตกในวันที่ 21 ธันวาคมนี้ โดยกลุ่มที่มีความเชื่อเรื่องนี้ พากันชักชวนว่า ควรจะทำในสิ่งที่ยังไม่เคยทำ และหาความสุขใส่ตัวให้มากที่สุด
ด้านรองศาสตราจารย์ บุญรักษา สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันดาราศาสตร์ กล่าวว่า โลกจะแตกนั้น เป็นเรื่องความเชื่อที่มีที่มาที่ไป จากปฏิทินมายาของชนเผ่ามายา ซึ่งทำปฏิทินเอาไว้เมื่อประมาณ 5,000 ปีก่อน โดยชนเผ่ามายาได้ทำปฏิทินทำนายเหตุการณ์ต่างๆไว้ เป็นระยะเวลาประมาณ 3,000 ปี โดยปฏิทินมาสิ้นสุดในวันที่ 21 ธันวาคม ปี ค.ศ.2012 พอดี จึงกลายเป็นที่มาของความกลัวที่ว่านี้
อย่างไรก็ตามหลายคน ก็ออกมาคัดค้านความเชื่อดังกล่าว โดยบอกว่า น่าจะเป็นเหมือนวันสิ้นปีของชนเผ่ามายามากกว่าวันสิ้นโลก และนอกจากปฏิทินมายาแล้ว ยังมีความพยายามสร้างประเด็น ที่ดูเหมือนจะเป็นหลักวิทยาศาสตร์ แต่นักวิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์มาแล้วว่า ไม่สามารถเชื่อถือได้ทั้ง 5 เรื่อง คือ
1.พูดกันว่าดาวดวงหนึ่งชื่อ นิบิรุ จะพุ่งมาชนโลกในวันที่ 21 ธันวาคมนี้ ซึ่งถ้าเป็นความจริง นักดาราศาสตร์ โดยเฉพาะองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติหรือนาซา คงจะมองเห็นดาวดวงนี้แล้ว แต่ปรากฏว่าที่ผ่านมายังไม่เห็นแม้แต่เงา
2.การเกิดพายุสุริยะ หรือการปล่อยอนุภาคพลังงานสูงออกมาจากดวงอาทิตย์ ซึ่งแม้เรื่องนี้จะเป็นความจริงว่าจะมีพายุสุริยะ แต่ก็เป็นเพราะทุกๆ 11 ปี ดวงอาทิตย์จะปล่อยอนุภาคพลังงานสูงออกมา หรือเรียกว่า "โซลาร์ แม็กซิมัม" ซึ่งนาซาพบว่า การเกิดโซลาร์ แม็กซิมัมครั้งต่อไป น่าจะอยู่ในช่วงกลางปี ค.ศ.2013 และก่อนเกิดทุกครั้งจะแจ้งล่วงหน้าให้ทุกประเทศทราบเพื่อหาทางป้องกัน การสร้างประเด็น
3.ที่นักวิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วว่า ไม่สามารถเชื่อถือได้ คือ เรื่องความกลัวกันว่าสนามแม่เหล็กในโลก จะกลับขั้วจากเหนือเป็นใต้และจากใต้เป็นเหนือ ซึ่งเรื่องนี้พิสูจน์แล้วว่า สนามแม่เหล็กสามารถกลับขั้วได้ แต่ต้องใช้เวลานับแสนปี และเวลานี้ยังไม่มีใครทำนายได้ว่าสนามแม่เหล็กโลกจะกลับขั้วหรือไม่
4. ที่พูดกันว่าเป็นสาเหตุของโลกแตก คือ ดาวเคราะห์เรียงตัวกันทำให้เกิดการดึงดูดกันเองจนชนกันและโลกจะแตก ซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย และในวันที่ 21 ธันวาคมนี้นักดาราศาสตร์ก็ยืนยันแล้วว่า จะไม่มีปรากฏการณ์ดาวเรียงตัวแต่อย่างใด
และเรื่องสุดท้าย คือ ระบบสุริยจักรวาลจะมีหลุมดำขนาดใหญ่อยู่ที่ใจกลาง โดยในวันที่ 21 ธันวาคมนี้ หลุมดำจะดูดโลกเข้าไปและโลกจะแตก ซึ่งเรื่องนี้ไม่มีเหตุผลใดๆ ที่วิทยาศาสตร์จะอธิบายปรากฏการณ์นี้ได้เลย
ยืนยัน วันสิ้นโลกเป็นเพียงตำนานเท่านั้น วันสิ้นสุดปฏิทินของชาวมายา ไม่ใช่วันสิ้นโลก แต่เหมือนกับปฏิทินที่ติดไว้ในครัว ซึ่งเมื่อหมดปีแล้ว ก็ขึ้นปีใหม่ เพียงแต่ปฏิทินของชาวมายา นับเวลาที่ยาวนานกว่ามากเท่านั้น นอกจากนี้นาซ่ายังระบุว่า ถือเป็นภัยคุกคามที่ทำให้คนตื่นกลัว หดหู่ และฆ่าตัวตายได้
กระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมโลกรวมทั้งในประเทศไทย โดยเฉพาะในโซเชียลเน็ตเวิร์ก เฟสบุ๊กว่าด้วยเรื่องโลกจะแตกในวันที่ 21 ธันวาคมนี้ โดยกลุ่มที่มีความเชื่อเรื่องนี้ พากันชักชวนว่า ควรจะทำในสิ่งที่ยังไม่เคยทำ และหาความสุขใส่ตัวให้มากที่สุด
ด้านรองศาสตราจารย์ บุญรักษา สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันดาราศาสตร์ กล่าวว่า โลกจะแตกนั้น เป็นเรื่องความเชื่อที่มีที่มาที่ไป จากปฏิทินมายาของชนเผ่ามายา ซึ่งทำปฏิทินเอาไว้เมื่อประมาณ 5,000 ปีก่อน โดยชนเผ่ามายาได้ทำปฏิทินทำนายเหตุการณ์ต่างๆไว้ เป็นระยะเวลาประมาณ 3,000 ปี โดยปฏิทินมาสิ้นสุดในวันที่ 21 ธันวาคม ปี ค.ศ.2012 พอดี จึงกลายเป็นที่มาของความกลัวที่ว่านี้
อย่างไรก็ตามหลายคน ก็ออกมาคัดค้านความเชื่อดังกล่าว โดยบอกว่า น่าจะเป็นเหมือนวันสิ้นปีของชนเผ่ามายามากกว่าวันสิ้นโลก และนอกจากปฏิทินมายาแล้ว ยังมีความพยายามสร้างประเด็น ที่ดูเหมือนจะเป็นหลักวิทยาศาสตร์ แต่นักวิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์มาแล้วว่า ไม่สามารถเชื่อถือได้ทั้ง 5 เรื่อง คือ
1.พูดกันว่าดาวดวงหนึ่งชื่อ นิบิรุ จะพุ่งมาชนโลกในวันที่ 21 ธันวาคมนี้ ซึ่งถ้าเป็นความจริง นักดาราศาสตร์ โดยเฉพาะองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติหรือนาซา คงจะมองเห็นดาวดวงนี้แล้ว แต่ปรากฏว่าที่ผ่านมายังไม่เห็นแม้แต่เงา
2.การเกิดพายุสุริยะ หรือการปล่อยอนุภาคพลังงานสูงออกมาจากดวงอาทิตย์ ซึ่งแม้เรื่องนี้จะเป็นความจริงว่าจะมีพายุสุริยะ แต่ก็เป็นเพราะทุกๆ 11 ปี ดวงอาทิตย์จะปล่อยอนุภาคพลังงานสูงออกมา หรือเรียกว่า "โซลาร์ แม็กซิมัม" ซึ่งนาซาพบว่า การเกิดโซลาร์ แม็กซิมัมครั้งต่อไป น่าจะอยู่ในช่วงกลางปี ค.ศ.2013 และก่อนเกิดทุกครั้งจะแจ้งล่วงหน้าให้ทุกประเทศทราบเพื่อหาทางป้องกัน การสร้างประเด็น
3.ที่นักวิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วว่า ไม่สามารถเชื่อถือได้ คือ เรื่องความกลัวกันว่าสนามแม่เหล็กในโลก จะกลับขั้วจากเหนือเป็นใต้และจากใต้เป็นเหนือ ซึ่งเรื่องนี้พิสูจน์แล้วว่า สนามแม่เหล็กสามารถกลับขั้วได้ แต่ต้องใช้เวลานับแสนปี และเวลานี้ยังไม่มีใครทำนายได้ว่าสนามแม่เหล็กโลกจะกลับขั้วหรือไม่
4. ที่พูดกันว่าเป็นสาเหตุของโลกแตก คือ ดาวเคราะห์เรียงตัวกันทำให้เกิดการดึงดูดกันเองจนชนกันและโลกจะแตก ซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย และในวันที่ 21 ธันวาคมนี้นักดาราศาสตร์ก็ยืนยันแล้วว่า จะไม่มีปรากฏการณ์ดาวเรียงตัวแต่อย่างใด
และเรื่องสุดท้าย คือ ระบบสุริยจักรวาลจะมีหลุมดำขนาดใหญ่อยู่ที่ใจกลาง โดยในวันที่ 21 ธันวาคมนี้ หลุมดำจะดูดโลกเข้าไปและโลกจะแตก ซึ่งเรื่องนี้ไม่มีเหตุผลใดๆ ที่วิทยาศาสตร์จะอธิบายปรากฏการณ์นี้ได้เลย












เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
208 VOTES (4/5 จาก 52 คน)
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
8 ดอกไม้ห้ามไหว้พระ
จังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทย
10 โรงเรียนเอกชน ที่เก่าแก่สุดในประเทศไทย
ภาษาท้องถิ่นในไทยที่ไม่มีตัวอักษรและไม่สามารถเขียนได้
5 ความเจริญของไทย ภาพลักษณ์ใหม่ที่ชาวต่างชาติแห่ชื่นชม
2 ภาษา ที่มีคนใช้น้อยที่สุดในโลก
เปิดแอร์ 24 ชม. จ่ายกี่บาท?
เพิ่งรู้ว่า มี 9 ประเทศแล้ว ทึ่แบนโซเชียลสำหรับเยาวชน
ไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุด
ประเทศที่ร้อนที่สุดในโลก!!
การครอบครองปรปักษ์คืออะไร? แย่งที่ดินกันได้จริงหรือ?
คณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาวHot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทย
ไอศกรีมรสโปรดบอกนิสัย
โรงเรียนที่มีครูสอนเพียงแค่1คน
5 วิธีเก็บผลไม้ที่คนไทยเรียกว่า ราชินีผลไม้
5 จุด "ต้องห้าม"ห้องน้ำในห้องนอน ฮวงจุ้ยเสีย ทำทรัพย์จาง-สุขภาพพัง