13 เมษา หรือวันไหนกันแน่ คือวันขึ้นปีใหม่ไทยในอดีต
สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน ใกล้วันปีใหม่เข้ามาทุกทีแล้วนะครับ หลายคนคงเตรียมตัวสำหรับกับการท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดแสนวิเศษแห่งปี แต่ถ้าถามว่าวันหยุดไทยในอดีตคือเดือนอะไร หลายคนคงตอบทันทีว่าเมษายน แต่ถ้าถามว่าแล้วตรงกับวันอะไร ผมเชื่อว่าต้องมีผิดเกินครึ่งแน่นอนครับ เพราะก่อนที่ผมจะมานั่งพิมพ์อยู่นี้ผมเองก็ตอบผิดครับ55555 ไม่น่าเชื่อว่าวันหยุดในอดีตของบ้านเมืองเราเองแท้ๆ กลับไม่รู้เสียอย่างนั้น ก็เลยนำข้อมูลในอดีตมาเผยแพร่ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันครับ
ความเป็นมาของ วันขึ้นปีใหม่
ในอดีต วันขึ้นปีใหม่ของไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงมาแล้ว 4 ครั้งคือ ครั้งแรกถือเอาวันแรม 1 ค่ำ เดือนอ้าย เป็นวันขึ้นปีใหม่ซึ่ง ตรงกับเดือนมกราคม ครั้งที่ 2 กำหนดให้วันขึ้นปีใหม่ตรงกับวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ตามคติพราหมณ์ ซึ่งตรงกับเดือนเมษายนแต่วันทางสุริยคติไม่แน่นอน คนสมัยก่อนจึงถือเอาวันที่ 13 เมษายน วันสงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่ด้วย
การกำหนดวันขึ้นปีใหม่ใน 2 ครั้งนี้ ถือเอาทางจันทรคติเป็นหลัก ต่อมาได้ถือเอาทางสุริยคติแทน โดยครั้งที่ 3 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยูหัว กำหนดให้วันที่ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ ตั้งแต่ พ.ศ.2432 เป็นต้นมา อย่างไรก็ตาม ประชาชนส่วนใหญ่โดยเฉพาะตามชนบทยังคงยึดถือเอาวันสงกรานต์เป็น วันขึ้นปีใหม่อยู่ ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตย ทางราชการเห็นว่าวันขึ้นปีใหม่วันที่ 1 เมษายน ไม่สู้จะมีการรื่นเริงอะไรมากนัก สมควรที่จะฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ จึงได้ประกาศให้มีงานรื่นเริงวันขึ้นปีใหม่ในวันที่ 1 เมษายน 2477 ขึ้นใน กรุงเทพฯเป็นครั้งแรก
การจัดงานวันขึ้นปีใหม่ที่ได้เริ่มเมื่อวันที่ 1 เมษายน ได้แพร่หลายออกไปต่างจังหวัดในปีต่อๆมา และในปี พ.ศ.2479 ก็ได้มีการ จัดงานรื่นเริงปีใหม่ทั่วทุกจังหวัด วันขึ้นปีใหม่วันที่ 1 เมษายน ในสมัยนั้นทางราชการเรียกว่า วันตรุษสงกรานต์
ต่อมาได้มีการพิจารณาเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่อีกครั้งหนึ่ง โดยคณะรัฐมนตรีได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้น ซึ่งมีหลวงวิจิตรวาทการ เป็นประธานกรรมการ ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่เป็นวันที่ 1 มกราคม ซึ่งถือว่าเป็นครั้งที่ 4 จนถึงปัจจุบัน โดยกำหนดให้วันที่ 1 มกราคม 2484 เป็น วันขึ้นปีใหม่เป็นต้นไป
เหตุผลที่ทางราชการได้เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่จากวันที่ 1 เมษายนมาเป็นวันที่ 1 มกราคม ก็คือ
1. ไม่ขัดกับพุทธศาสนาในด้านการนับวัน เดือน และการร่วมฉลองปีใหม่ด้วยการทำบุญ
2. เป็นการเลิกวิธีนำเอาลัทธิพราหมณ์มาคร่อมพระพุทธศาสนา
3. ทำให้เข้าสู่ระดับสากลที่ใช้อยู่ในประเทศทั่วโลก
4. เป็นการฟื้นฟูวัฒนธรรม คตินิยม และจารีตประเพณีของชาติไทย
กิจกรรมที่ชาวไทยส่วนใหญ่มักจะยึดถือปฏิบัติในวันขึ้นปีใหม่ได้แก่
1. การทำบุญตักบาตร โดยอาจตักบาตรที่บ้าน หรือไปที่วัดหรือตามสถานที่ต่างๆที่ทางราชการเชิญชวนไปร่วมทำบุญ
2. การกราบขอพรจากผู้ใหญ่ และอวยพรเพื่อนฝูง การมอบของขวัญ การมอบช่อดอกไม้ หรือการส่งบัตรอวยพร
3. การจัดงานรื่นเริง การจัดเลี้ยงในหมู่เพื่อนฝูง ญาติพี่น้องหรือตามหน่วยงานต่างๆ
และเพื่อไม่ให้เพื่อนๆ งง โดยเฉพาะครั้งที่ 2 กับครั้งที่ 3 ซึ่งเดือนเมษายนกับเดือนห้า ก็คือเดือนเดียวกัน ดังนี้นะครับ
ปีใหม่ไทยในอดีตมีการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด 4 ครั้ง
ครั้งที่ 1 วันแรม 1 ค่ำ เดือนอ้าย
ครั้งที่ 2 วันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ซึ่งนับทางจันทรคติ เมื่อเทียบกับทาง จึงเป็นวันที่ไม่แน่นอน
ครั้งที่ 3 วันที่ 1 เมษายน (เดือน 5)
ครั้งที่ 4 วันที่ 1 มกราคม
วันขึ้นปีใหม่นับเป็นโอกาสดีที่จะทำให้เราได้ทบทวนถึงการดำเนินชีวิตในอดีต เพื่อจะได้แก้ไขข้อบกพร่องให้ดีขึ้น หลายคนละทิ้งสิ่งต่างๆ ที่เลวร้ายให้มันผ่านไปกับวันสิ้นปีเก่า ก็หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคน ก่อนเขียนเรื่องนี้คิดว่าหากผมได้เผยแพร่ในโพสท์จัง เพื่อนๆ หลายคนคงได้รับข้อมูลที่อาจลืมเลือน และถ้าหลายคนที่อ่านได้ทำการแชร์ต่อๆ กันไป อย่างน้อยวันปีใหม่ไทยในอดีตก็อาจจะเป็นที่รู้จักสำหรับเด็กรุ่นใหม่ที่อาจไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าเคยมีวันขึ้นปีใหม่ไทยในอดีต ขออวยพรปีใหม่ล่วงหน้าแต่เพื่อนๆ ทุกคนในโพสท์จัง ให้มีความสุข ความสำเร็จ คิดสิ่งใดสมความปรารถนาทุกประการนะครับ แล้วพบกันใหม่ครับ....mata
เรียบเรียงโดย พรชัย สังเวียนวงศ์ mata
ขอบคุณภาพประกอบ google.co.th
ที่มา: th.wikipedia.org, sanookwidipedia.com
15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด
คณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว
“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
ไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุด
10วิทยาลัยที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
ประเทศที่งบทางการทหาร มากที่สุดในโลก
มีบ้านหลายหลัง เป็น "เจ้าบ้าน" ในทะเบียนบ้านได้กี่หลัง?
ประเทศที่ร้อนที่สุดในโลก!!
"งูเขียวล้วงตับตุ๊กแก" มิตรภาพ หรือ เพชฌฆาต
ชีวิตคนไม่มีแอร์ในหน้าร้อน…อยู่ยังไงให้รอด?”
ไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุด
สรุปดราม่า "พระสิ้นคิด" รุกป่า 12 ไร่ กรมป่าไม้ยืนยัน “ไม่จับ-ไม่ไล่ วัดอยู่ต่อได้”
บุคคลที่ร่ำรวยและมีทรัพย์สินมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของไทย
พลังแห่งอีโมจิ เมื่อสัญลักษณ์บนหน้าจอกลายเป็นเครื่องรางยุคใหม่
สงกรานต์รถแน่นมาก! 9 ทริคขับกลับบ้านให้ถึงแบบไม่เหนื่อยและปลอดภัย
"ช่องแคบฮอร์มุซ" จุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลก