แนวทางการแก้ไข ปลายจมูก ทะลุแบบ Korea Style
โดย นายแพทย์ อดุลย์ชัย แสงเสริฐ
![]() |
| ท่าขี่ม้าที่ฮิตไปทั่วโลก |
หลังจากที่ จมูกปลายหยดน้ำ และ จมูกโด่งมากๆ ฮิต กันไปพักใหญ่ๆ ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักเป็นความต้องการของ คนไข้เอง ที่ ขอร้องหมอ หรือ บังคับหมอทำปลายหยดน้ำให้ แน่นอนครับหลังทำใหม่ ๆ ปลายจมูกสวย จมูกโด่งเว่อร์ ถูกใจทั้งคนไข้ และ หมอ แต่พอเวลาผ่านไป จมูกปลายหยดน้ำ ความสวยที่มาพร้อมกับความเสี่ยง ก็ทำให้เกิดปัญหาได้ จริงๆแล้ว การที่เกิดปัญหาปลายจมูกทะลุ นั้นไม่ได้เกิดจาก การเสริมจมูกปลายหยดน้ำเพียงอย่างเดียวนะครับ
สาเหตุการที่ปลายจมูกทะลุเกิดจาก สาเหตุ 2 สาเหตุหลักคือ
1 ) ตัว Silicone ที่ใสเข้าไป : ยิ่งโด่ง ยิ่งเกิดปัญหา , ยิ่งปลายแหลม ปลายหยดน้ำ ยิ่งเสี่ยง , ยิ่งอยากเสริมยกปลายจมูก เพื่อลดขนาดปีกจมูก ยิ่งทะลุง่าย , Silicone L-shape ( silicone มีขา มีโอกาสมากกว่า ไม่มีขา หรือ I -shape )
![]() |
| ขา silicone ยาวขนาดนี้ จะให้ไปยัดตรงไหนนะ |
2 ) ตัวคนไข้ที่ดูแลรักษาจมูก : ไม่ระวังถูกกระแทกบ่อยๆ โดยเฉพาะปลายจมูก ยิ่งเร่งวันเวลาให้ทะลุเร็วขึ้น หรือคนไข้ที่ชอบใช้ Laser พวก IPL ทาบไปบนจมูกที่เสริม Silicone บ่อยๆ ยิ่งเกิดการอักเสบเร็วขึ้นเพราะ ตัว silicone นั้น ดูดทั้งความร้อนและ ความเย็น เมื่อจมูกที่เสริมถูกทาบด้วย Laser มันย่อมอมความร้อน และก็พร้อมที่จะปล่อยความร้อนออกมาภายหลังทำให้ผิงหนังเหนือบริเวณที่เสริมเกิดการอักเสบได้
เมื่อรู้สาเหตุแล้วคราวนี้ เรามาดูกันว่า ถ้าปลายจมูกเริ่มบาง เริ่มแดงอักเสบ หรือ ใกล้ทะลุแล้วหมอเกาหลี เค้ามีแนวทางแก้ไข อย่างไร ( หมอขอนำวิธีที่อ่านจาก Text Book ที่ คุณหมอเกาหลี เขียนมาให้อ่านกันนะครับ เพราะ หมอไทย กับหมอเกาหลี มีแนวทางแก้ไขไม่เหมือนกัน )
โดยหมอเกาหลี เค้ามีแนวทางแก้ไข เป็นลำดับขั้นตามความรุนแรงของการเกิดปัญหาปลายจมูกทะลุตามลำดับดังนี้นะครับ
ระดับ 1 ) ปลายจมูกเริ่มบาง ใส : มีคนทักว่าปลายจมูกบาง หรือถ่ายรูปแล้วสังเกตว่าปลายจมูกบาง หรือ เริ่มมีอาการเจ็บ เสียวที่ปลายจมูก
![]() |
| ปลายจมูกบาง เห็น silicone ที่เสริมไว้ |
ระดับ 2 ) ปลายจมูก บางจนมี รูปทรงเปลี่ยนไป หรือ มีลักษณะ นูนออกมาจากปลาย Silicone ที่เสริม
![]() |
| ปลายจมูกผิดรูปมี silicone ยื่นออกมา |
ระดับ 3 ) ปลายจมูกแดงอักเสบ เหมือนเป็น สิวหัวช้า หรือ มีน้ำเหลือง ซึมออกมาที่ปลายจมูก
![]() |
| ปลายจมูกแดงอักเสบเหมือนเป้นสิวหัวช้าง |
![]() |
| Silicone ทะลุแล้ว อย่างเพิ่งเศร้า ทุกอย่างมีทางออก |
การแก้ไขเรื่องปลายจมูกบางและ ทะลุนั้น คุณหมอ Man Koon Suh เค้ามีแนวทางแก้ไขอยู่ 2 แบบหลักๆ
1 ) กรณีปลายจมูก เริ่มบางใส หรือ ปลายจมูกนูนจาก silicone นั้น เกิดจากปลาย Silicone นั้นดันเนื้อบริเวณนั้นอยู่เป็นเวลานาน จนในที่สุดผิวหนังบริเวณนั้นเริ่มบาง ฉะนั้นเมื่อเอา silicone ออกผิวหนังบริเวณปลายจมูกจะบุ๋ม
ดังนั้นเพื่อป้องกันการบุ๋มของปลายจมูก แพทย์จะต้องนำ เอาเนื้อเยื่อของคนไข้เองไปลองรับผิวบริเวณนั้นไม่ให้บุ๋มลงไป โดยเนื้อเยื่อที่ว่า จะเรียกว่า Dermal fat Graft : ซึ่งตำแหน่งของ Dermal fat Graft ที่หมอเกาหลี นิยมใช้นั้นไม่ใช่ เนื้่อเยื่อหลังหู แบบหมอไทยนะครับ
แต่ตำแหน่งที่ เค้าชอบคือ ร่องก้น !! โดยให้เหตุผลว่า ชั้น dermis ( ชั้นหนังกำพร้า ) บริเวณนี้หนาและ แข็งแรงกว่าบริเวณอื่น ( จริงๆ ถ้าถามว่าบริเวณไหน ของร่างกายที่มี ผิวหนังชั้น dermis หนา สุด ตำตอบคือ ผ่ามือ ผ่าเท้าครับ ---- แต่บริเวณนี้ไม่เหมาะที่จะเอามาใช้ทำอย่างอื่น นอกจากการหยิบจับเดินครับ หมอเลยคิดว่า หมอเกาหลีแกเลยเลือกตำแหน่งรองๆลงไป )
![]() |
| ร่องก้น ที่เอา dermal fat graft |
![]() |
| Dermal fat graft นำมาเสริมจมูก |
ซึ่งเมื่อแก้ไขไปแล้ว มักจะขัดใจคนไข้ที่ยังอยากโด่งอยู่ ในกรณีที่คนไข้ ยังอยากโด่งอยู่ หมอเกาหลีแนะนำว่า อาจเลือกที่จะ เสริมตรงบริเวณสันจมูกด้วย Silicone ส่วนตรงปลายจมูกที่บุ๋มแก้ด้วย dermal fat graft ก็ได้ ( หมอบางคนอาจเรียกวิธีนี้ว่า double implant )
![]() |
| ลักษณะ การวาง Double implant ในการเสริมจมูก |
2 ) กรณีที่ปลายจมูกแดงอักเสบ หรือมีชิ้นส่วนของ Silicone ทะลุออกมาแล้ว แน่นอนครับ เมื่อเกิดปัญหาแบบนี้ขึ้นมา ทั้งหมอและคนไข้ ต่างผิดหวังด้วยกันทั้งคู่ครับ หมอก็เศร้า คนไข้ก็เศร้าต่างคนต่างเศร้า แต่ความเศร้าไม่ได้ช่วยอะไรครับ มาร่วมมือกันแก้ไขปัญหาดีกว่าจะได้สวยเหมือนเดิม
ตอนนี้คนไข้มีทางเลือก อยู่ 2 ทางครับ หนทางแรกที่ หมอเกาหลี แนะนำคือ
2.1 ) ถอด Silicone ออกแล้ว เย็บบริเวณปลายจมูกที่ ทะลุ รอประมาณ 6 -8 เดือนทำการเสริมใหม่ แต่ในช่วงที่รออยู่ แนะนำให้นวดบริเวณปลายจมูกทุกๆวัน ให้นิ่ม และไม่บุ๋มมาก ( แต่สำหรับ หมอแน่นำว่า หลังเย็บปิดแผลไปได้ 2 อาทิตย์ แนะนำให้คนไข้กลับมาฉีด filler ที่ปลายจมูกในตำแหน่งที่ทะลุ เพื่อป้องกัน การบุ๋มของปลายจมูก หลังจากนั้นให้ นวดทุกๆ วันที่ปลายจมูก รอ 6 -8 เดือนมาเสริมใหม่ )
2.2 ) ถอด Silicone ออก เย็บแผลบริเวณปลายจมูก แล้ว เสริมใหม่ด้วย dermal fat graft ทั้งหมดตั้งแต่ สันจมูก จนถึงปลายจมูก เหตุผลที่ต้องใช้เนื่อเยื่อตัวเองทั้งหมดเป็น เพราะว่า เมื่อจมูกอักเสบ หรือ ทะลุแล้ว แสดงว่ามีเชื้อโรคเข้าไปแล้ว ในบริเวณที่จะเสริม ดังนั้นถ้าเสริมจมูกโดย Silicone หรือ Gortex ก็อาจเกิดการติดเชื้อได้ง่าย แต่อย่างที่บอกนะครับ dermal fat graft เสริมแล้วมักไม่โด่ง แพทย์เกาหลี จึงให้ รอซัก 3 -4 เดือนเพื่อทำการแก้ไขใหม่โดยการเสริม silicone
เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ คนไข้คงจะพอมองออกว่า เมื่อเกิดปัญหา ปลายจมูกบาง หรือปลายจมูกทะลุ การแก้ไขคือ ต้องหา เนื้อเยื่อ หรือ อะไรก็ตามไปหนุน ปลายจมูกที่บางนั้นไว้ และไม่ให้มันลงไปติดกับ เนื้อเยื่อกระดูกอ่อนด้านล่าง เพราะเมื่อกันลงไปติด หรือ เกิดการบุ๋มแล้ว แก้ยากครับ แก้ยากจริงๆๆ ฉะนั้น การเอา Dermal fat graft จากร่องก้นนั้น เอาไปเติมไว้ก่อนนั้น สำคัญมาก แล้วค่อยมาว่ากันในส่วนที่เหลือ ( สันจมูก ) ว่าจะเอากันยังงัยต่อดี
![]() |
| คุณ หมอ Man Koon Suh |
ฉะนั้นอย่าเอาบทความนี้ไป อ้างให้คุณหมอท่านอื่นเค้าปวดหัวนะครับ ต่างคนต่างคิด ต่างจิตต่างใจ แต่สำหรับ หมอคิดว่า วิธีนี้เป็นวิธีที่ดี และอยากให้คุณหมอท่าน อื่นๆได้อ่านไว้เป็น idea นะครับ

























