วังวินด์เซอร์ วังกลางทุ่ง
อ่านหัวเรื่องแล้วอาจจะงงๆ ว่าจะกล่าวถึงอะไรกันแน่ ภาพแรกที่เห็นก็ดูเหมือนจะเป็นสถานที่แถบยุโรปเสียมากกว่า แต่จริงๆ ภาพที่เห็นนี้เคยตั้งอยูกลางกรุงเทพฯนี่เอง ลองติดตามอ่านดูนะครับ
พระตำหนักหอวังก่อสร้างขึ้นโดยพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อพระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศเป็นที่ประทับ เนื่องด้วยสภาพพื้นที่ของพระตำหนักที่ตั้งอยู่กลางทุ่งประทุมวัน ชาวบ้านจึงนิยมเรียกว่า "วังกลางทุ่ง" หรือ "วังใหม่" ด้านหน้าของพระตำหนักหันไปทางถนนสระปทุม (ถนนพระรามที่ 1 ในปัจจุบัน) ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอังกฤษ โดยนำแบบมาจากพระราชวังวินด์เซอร์แห่งสหราชอาณาจักรเป็นต้นแบบ ชาวต่างชาติ ณ ราชกรีฑาสโมสร จึงเรียกขานกันพระตำหนักแห่งนี้ว่า "วังวินด์เซอร์"
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร
พระตำหนักหอวังได้รับการออกแบบเป็นอาคาร 3 ชั้น มีบันไดขึ้นลงตรงกลางอันเป็นรูปแบบของสถาปัตยกรรมกอธิก ใช้วัสดุก่อสร้างเป็นหินอ่อนนำเข้าจากต่างประเทศทั้งสิ้น หัวเสาได้รับการสลักศิลปะแบบโรมัน หากแต่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ มิได้เสด็จมาประทับ ณ พระราชวังแห่งนี้ด้วยเสด็จทิวงคตในปี พ.ศ. 2437
พระตำหนักหอวังเมื่อครั้งใช้เป็นสถานที่ตั้งของโรงเรียนเกษตราธิการ
พระตำหนักแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เมื่อมีการสถานปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงพระราชทานพื้นที่ของพระตำหนักหอวังและพื้นที่โดยรอบให้แก่มหาวิทยาลัย พระตำหนักแห่งนี้จึงได้ใช้เป็นสถานที่ทำการเรียนการสอนแก่นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในแผนกวิศวกรรมศาสตร์ เตรียมแพทยศาสตร์ โรงเรียนกระทรวงเกษตราธิการ โรงเรียนปรุงยา แผนกรัฎฐประศาสนศึกษา และแผนกฝึกหัดครู
พระตำหนักหอวังเคยใช้เป็นศูนย์กลางทำการของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยครั้นแยกเป็น 2 วิทยาเขตคือ วิทยาเขตประทุมวัน และวิทยาเขตโรงพยาบาลศิริราช ก่อนที่จะมีการสร้างตึกบัญชาการของมหาวิทยาลัย และได้มีการย้ายที่ทำการสอนของคณะรัฎฐประศาสนศาสตร์และคณะวิศวกรรมศาสตร์มาเรียนที่ตึกบัญชาการ ส่วนพระตำแหนักหอวังเป็นที่ทำการเรียนการสอนของคณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ จึงได้มีการปรับปรุงพระตำหนักเป็นที่ปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ ส่วนการปฏิบัติการวิชากายวิภาคศาสตร์และสรีรวิทยานั้น ทางมหาวิทยาลัยได้ปลูกโรงเรือน สร้างถังคอนกรีตสำหรับดองศพใกล้พระตำหนัก ส่วนการเรียนการสอนด้านอักษรศาสตร์ส่วนใหญ่เป็นการฟังคำบรรยาย การศึกษาในห้องสมุด การเรียนการสอนกลุ่มเล็กจึงไม่มีห้องปฏิบัติการ
ต่อมาในปี พ.ศ. 2472 ได้มีการตั้งแผนกฝึกหัดครูของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาปนาโรงเรียนมัธยมหอวังแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขึ้นเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2472 เพื่อให้นิสิตแผนกฝึกหัดครู ใช้ฝึกความชำนาญในการสอน และได้ใช้พระตำหนักนี้เป็นที่ทำการสอน จึงได้ใช้ชื่อโรงเรียนว่า "โรงเรียนหอวัง" และเรียกพระตำหนักหลังนี้ว่า "ตึกหอวัง"
[แก้]การรื้อถอน
ในปี พ.ศ. 2478 นาวาโท หลวงศุภชลาศัย อธิบดีกรมพลศึกษาในขณะนั้น มีดำริที่จะก่อสร้างกรีฑาสถานแห่งชาติขึ้น และได้พิจารณาที่ดินทำสัญญาเช่า ณ ตำบลวังใหม่จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยรื้อถอนพระตำหนักวินด์เซอร์รวมถึงสิ่งปลูกสร้างโดยรอบออก การก่อสร้างกรีฑาสถานแห่งชาติเสร็จสิ้นและได้ย้ายสถานทำการของโรงเรียนพลศึกษากลางและกรมพลศึกษามายังสถานที่ปัจจุบัน เมื่อ พ.ศ. 2481
ส่วนโรงเรียนมัธยมหอวังแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ย้ายที่ทำการใหม่ไปอยู่ ณ อาคารเรียน ริมถนนพญาไท จนกระทั่งปีพ.ศ. 2481 จึงยุบโรงเรียนลง เพื่อนำสถานที่ไปใช้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษามาจนถึงปัจจุบัน
โรงเรียนหอวังในอดีต
จากบทความนี้ก็เลยทำให้เราได้รุ้จักวังวินเซอร์ "หอวัง" , โรงเรียนหอวัง รวมถึงจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกันไปทีเดียวเลยนะครับ ส่วนตัวรู้สึกเสียดายที่คนรุ่นเก่าไม่ค่อยหวงแหนโบราณสถานที่สำคัญในบ้านเมือง ถ้าอนุรักษ์ไว้เราคงได้เห็นสถานที่อันสวยงามแถวปทุมวันอีกแห่ง รายละเอียดแต่ละแห่งมีอีกเยอะครับ แต่คงต้องตัดทอนมาพอให้เข้าใจเดี๋ยวจะยาวไป ใครเป็นศิษย์จุฬา หรือเตรียมอุดมคงรู้เรื่องนี้ดีนะครับ......mata
ที่มา: wikipedia.org
ส่องข้อกฎหมายปม "ปู - เด๋อ" เมื่อรัก 29 ปีต้องพ่ายให้กับทะเบียนสมรส
มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่มีจำนวนนักศึกษามากที่สุด
ประเทศที่นิยมปลาร้าไทย นำเข้าปลาร้าจากไทยมากเป็นอันดับหนึ่ง
5 ประเทศที่มี กองทัพอ่อนแอที่สุดในโลก
อำเภอเดียวในประเทศไทย ที่มีป้ายทะเบียนรถเป็นของตัวเอง
อาวุธที่มีระยะยิงไกลที่สุดซึ่งกองทัพไทยมีใช้งานจริงในปัจจุบัน
จังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ขึ้นต้นด้วย ภ.
รวม เลขปฏิทินจีน งวด 16/2/69
สายพันธุ์ข้าวที่คนนิยมที่สุด มีการบริโภคมากเป็นอันดับหนึ่งของโลก
กระทรวงที่ร่ำรวยที่สุด ได้รับงบประมาณมากที่สุดในประเทศไทย
การใส่ยาสีฟันลงในเครื่องซักผ้ามีประโยชน์อย่างไร?
ปลาทะเลที่คนไทยชอบที่สุด ถูกจับเพื่อการบริโภคมากที่สุด
ประเทศที่มีแรงงานชาวไทย ย้ายไปทำงานอยู่จำนวนมากที่สุด



