หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

การรักษาโรค...ด้วยปลิง!


โพสท์โดย

ปลิง ป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ตามหนองน้ำหรือลำธาร จะหากินด้วยการดูดเลือดจากสัตว์อื่น ๆ ไม่เว้นแม้คน ปลิงจะมีน้ำลายที่มีสาร

ทำให้เลือดของเหยื่อไม่แข็งตัว ถ้าปลิงเข้าไปดูดเลือดในร่างกายของคนและหากนำออกมาไม่ทัน อาจทำให้คนผู้นั้นเสียชีวิต

ได้....ปกติเราจะรู้เรื่องราวปลิง แบบผู้ร้าย...แต่คราวนี้ เจ้าปลิงได้กลายเป็นพระเอกซะแล้ว...เรามาดูกันนะคะว่าปลิงรักษาโรคให้คน

ได้อย่างไร?........

                   

                                                                              http://www.youtube.com/watch?v=mkHzS0XCbJU

 

หลายคนอาจจะรู้จักปลิงในฐานะของปรสิตที่ดูดเลือดกินเป็นอาหารและคิดว่าปลิงเป็นสัตว์ที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ แต่ทราบหรือไม่ว่าที่จริงแล้วปลิงถูกนำมาใช้ช่วยรักษาโรคได้ ปลิงจัดอยู่ในไฟลัมแอนนิลิดา (Annelid)  subclass Hirudinea มีสองเพศในตัวเดียว (Hermaphrodite) คือมีทั้งอันฑะและรังไข่อยู่ในตัวเดียวกัน ผสมพันธุ์ภายในตัวเองโดยใช้ clitellum ในการเก็บไข่ ปลิงอาศัยอยู่ทั้งบนบกและในน้ำ มีขนาดลำตัวอยู่ระหว่าง 5  45 มิลลิเมตร ปลิงบางชนิดเป็นปรสิตที่กินเลือดสัตว์จำพวกปลาไปจนถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมและมนุษย์ โดยปลิงจะใช้อวัยวะที่เรียกว่าแว่นดูดหรือ sucker ซึ่งภายในจะมีขากรรไกรที่มีลักษณะเป็น 3 แฉกแต่ละแฉกจะมีฟันซี่เล็กๆอยู่จำนวนมากใช้สำหรับเกาะที่ตัวเหยื่อ นอกจากนั้นในน้ำลายของปลิงยังมีสาร Hirudin ที่มีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด ทำให้เลือดบริเวณที่ถูกปลิงกัดนั้นมีการไหลเวียนได้ตลอดเวลา และนี่คือเหตุผลที่แพทย์เลือกปลิงมาใช้เป็นการแพทย์ทางเลือก

 

 เมื่อ 2500 ปีก่อน ปลิงเริ่มเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในวงการแพทย์สมัยโบราณ โดยปลิงถูกนำมาใช้ในการรักษาโรคและช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยได้ ซึ่งประวัติการนำปลิงมาใช้รักษาโรคนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณ อ้างอิงได้จากภาพวาดบนฝาผนังที่พบบริเวณหลุมศพในช่วงราชวงศ์ฟาโรห์ เนื่องจากวงการแพทย์สมัยนั้นยังไม่เจริญแพทย์ชาวอียิปต์จึงนำปลิงไปใช้รักษาอาการโรคไขข้ออักเสบ ช่วยบรรเทาอาการไข้ และช่วยในการผ่าตัดหลอดเลือดดำ คนอิยิปต์โบราณเชื่อว่าการที่คนเราเจ็บป่วยหรือเป็นโรคนั้นเกิดจากความไม่สมดุลในร่างกายและหากต้องการทำให้อาการป่วยนั้นหายไปจะต้องปฏิบัติดังนี้คือ ให้ผู้ป่วยขับสารพิษออกจากร่างกายโดยการถ่ายอุจจาระ หรืออาเจียนออกมา หรือให้ผู้ป่วยอดอาหารเพื่อรอให้ร่างกายขับสารพิษออกมาและวิธีสุดท้ายคือการเอาเลือดเสียออกจากร่างกาย ซึ่งนี่เป็นจุดเริ่มต้นของการนำปลิงมาช่วยรักษาโรคนั่นเอง

 ปัจจุบันวิทยาการทางการแพทย์ได้มีการค้นคว้าและทำงานวิจัยเพื่อนำปลิงมาใช้รักษาผู้ป่วยที่มีอาการอักเสบ ปวดบวมหรือมีอาการทางสมองเช่น ปวดศีรษะหรือเลือดคั่งในสมอง โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องใช้การปลูกผิวหนังหรือเนื้อเยื่อรวมไปถึงการผ่าตัดอวัยวะต่างๆ เช่น การต่อกระดูกนิ้วเท้า ต่อแขน ขา โดยปลิงจะถูกนำมาช่วยรักษาอาการเลือดคั่งตามผิวหนังบริเวณที่เพิ่งได้รับการปลูกถ่ายใหม่ตลอดจนช่วยฟื้นฟูระบบการหมุนเวียนของเลือดบริเวณที่ผ่าตัดได้ ดังจะเห็นได้จากผลการวิจัยของ Essen – Mitte Clinic ในเยอรมันที่นำปลิงมาใช้รักษาคนไข้จำนวน 16 คน โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงที่มีอายุเฉลี่ย 68 ปีและได้รับความเจ็บปวดจากโรคข้อต่อกระดูกอักเสบ ซึ่งวิธีการรักษานั้นเริ่มจากการนำปลิงจำนวน 4 ตัวไปวางไว้ตรงบริเวณที่ผู้ป่วยมีอาการปวด เช่น บริเวณหัวเข่า จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีแล้วจึงนำปลิงออก ทำเช่นนี้ติดต่อกันเป็นเวลา 3 วัน ผู้ป่วยจะรู้สึกว่าอาการปวดนั้นบรรเทาลง ถ้าสังเกตจากขั้นตอนการรักษาแล้วดูเหมือนว่าปลิงจะมีส่วนช่วยทำให้อาการปวดนั้นบรรเทาลงได้ แต่ความจริงแล้วที่ผู้ป่วยไม่รู้สึกเจ็บปวดนั่นอาจเป็นเพราะผู้ป่วยได้รับสารHirudin ในน้ำลายของปลิงที่ทำให้ผู้ป่วยเกิดความรู้สึกชา นั่นหมายความว่าปลิงไม่ได้ช่วยทำให้อาการของโรคข้อต่อกระดูกอักเสบหายไปเพียงแต่ช่วยทำให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกเจ็บปวดในขณะที่ทำการรักษามากกว่า ส่วนข้อควรระวังของการนำปลิงมาใช้รักษาโรคคือ ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการแพ้สาร Hirudin ที่ได้รับจากปลิง อาจทำให้เกิดอาการแพ้จนเกิดเป็นผื่นคันตามผิวหนัง และอาจมีอาการคลื่นไส้และอาเจียนร่วมด้วย ดังนั้นแพทย์จึงต้องทำการทดสอบผู้ป่วยก่อนทุกครั้งก่อนที่จะนำปลิงมาใช้รักษาทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของตัวผู้ป่วยเอง

 

ขอบคุณที่มาข้อมูล  kroo.ipst.ac.th/biology/main.php?url=article_view...id...

 

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เทพสุภรณ์กุล's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 11,045 ครั้ง
โพสท์โดย เทพสุภรณ์กุล
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
68 VOTES (4/5 จาก 17 คน)
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
มารู้จัก “ตะขบยักษ์” ผลไม้พื้นบ้านลูกโต รสหวาน ปลูกง่ายเหรียญ 10 มูลค่า 1 ล้านบาท5 อันดับแมวที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลกบ้านอีต่องหมู่บ้านในสายหมอกที่เติบโตจากอดีตเหมืองแร่4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุดเจาะลึกสูตร "เลขสัมประสิทธิ์ส่วนต่าง" คัดกรองคู่เด่น 2 ตัวตรงล่างงวดนี้ 16/07/2569เบื้องหลังความเสี่ยงที่โลกไม่เคยบอก: เจาะลึก 5 อาชีพ “ใกล้ตัว” ที่อันตรายถึงชีวิตแบบไม่คาดคิด10 รถจักรยานยนต์ยุค 80 รุ่นดัง ที่หลายคนยังจดจำย้อนรอยประวัติศาสตร์ ทุ่งนาบางกะปิสู่ย่านธุรกิจสําคัญ"รูบนรองเท้าแตะรังผึ้ง" ไม่ใช่แค่ดีไซน์เก๋ แต่มีประโยชน์ซ่อนอยู่มากกว่าที่คิดทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้ไขข้อข้องใจทําไมเส้นเลือดใต้ผิวหนังถึงดูเป็นสีฟ้า
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
10 คฤหาสน์คนดังที่แลกมาด้วยบทเรียนราคาแพง เมื่อ “บ้านในฝัน” กลายเป็นฝันร้าย5 อันดับแมวที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลก"รูบนรองเท้าแตะรังผึ้ง" ไม่ใช่แค่ดีไซน์เก๋ แต่มีประโยชน์ซ่อนอยู่มากกว่าที่คิดเจาะลึกสาเหตุทําไมนนทบุรีกลายเป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่นที่สุด
ตั้งกระทู้ใหม่