ชีวิตของน้องนีโม่ กับอาการป่วยประหลาด...โรคฉี่หอม
หลายคนบนโลกใบนี้กำลังทนทุกข์ทรมานกับอาการป่วยด้วยโรคประหลาดมากมาย ที่เอ่ยชื่อออกมาแล้ว คงมีน้อยคนนักที่จะรู้จักกับโรคเหล่านั้น แม้แต่ในเมืองไทยเองก็ยังมีคนส่วนหนึ่งที่ป่วยด้วยโรคที่พบเห็นได้ไม่บ่อย นัก แต่หากใครเป็นแล้ว ก็มักจะเป็นข่าวให้เราได้รู้จักกัน
อย่างเช่น เรื่องราวของ "โรคฉี่หอม" ที่เชื่อได้เลยว่า คนส่วนใหญ่ไม่เคยได้ยินโรคประหลาดชื่อนี้มาก่อน และมาได้ยินเป็นครั้งแรก หลังจากรายการตีสิบ เมื่อคืนวันอังคารที่ 6 ธันวาคม ได้แนะนำให้เรารู้จักกับเด็กชายคนหนึ่งที่กำลังป่วยด้วยโรคนี้ และต้องทนทุกข์ทรมานจากโรคนี้ไปตลอดชีวิต
และหนูน้อยคนนี้ก็คือ น้องนีโม่ พชรพล โพธิ์จันทึก ซึ่งหากใครเห็นเพียงแค่แวบแรกอาจจะมองว่าน้องนีโม่เป็นผู้หญิง เพราะมีใบหน้าน่ารักละม้ายคล้ายเด็กผู้หญิงมากกว่าเด็กผู้ชาย จนเห็นแล้วอดหลงรักเด็กคนนี้ไม่ได้ แต่จริง ๆ แล้วน้องเป็นผู้ชาย และขณะ นี้อายุเกือบ 8 ขวบแล้ว แต่ยังคงมีพัฒนาเท่ากับเด็ก 1 ขวบ และไม่สามารถยืนได้ เพราะปลายเท้าเกร็งอยู่ตลอดเวลา อันเป็นผลพวงมาจากอาการป่วย "โรคฉี่หอม"
จากนั้น ในวันรุ่งขึ้น คุณแม่เดินทางมาเยี่ยมน้องที่โรงพยาบาล แต่กลับต้องตกใจ เมื่อทราบว่า ลูกชายอยู่ในห้องไอซียู ทั้งที่เมื่อวานก็มีอาการปกติดี สอบถามแพทย์จึงได้ความว่า น้องนีโม่ไม่ได้สตินอนแน่นิ่งอยู่ในห้องไอซียู เนื่องจากมีอาการสมองบวม เหมือนได้รับความกระทบกระเทือนมา คุณปุ๊กกี้ได้ยินดังนั้น จึงขอย้ายลูกชายไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลอีกแห่ง เนื่องจากค่าใช้จ่ายถูกกว่า และเมื่อแพทย์ได้เอ็กซเรย์สมองของน้องนีโม่ ก็พบว่าน้องมีอาการสมองบวมจริง ๆ โดยสีของแกนสมองซีดกว่าคนปกติทั่วไป ซ้ำร้ายไปกว่านั้นคือ โอกาสที่จะรักษาให้หายนั้นยากมาก เพราะเป็นโรคเกี่ยวกับสมอง และแม้ว่าหากโชคดีน้องฟื้นขึ้นมา น้องก็อาจจะเป็นเจ้าชายนิทราอยู่ดี ด้วยเหตุนี้ คุณหมอเองจึงได้เอ่ยปากบอกคุณแม่ว่า
"หากคุณแม่พร้อมจะให้หมอเอาสายออกซิเจนออกเมื่อไหร่ก็บอกหมอนะ" ซึ่งคำ ๆ นี้ ได้สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้เป็นแม่อย่างคุณปุ๊กกี้เป็นอย่างยิ่ง และคิดไปว่า อย่างไรเสียลูกก็ยังไม่ถึงฆาต เราจะไปฆ่าเขาไม่ได้ จึงขอร้องหมอไม่ให้ถอดสายออกซิเจน เพราะอยากจะรักษาลูกชายคนนี้ให้ดีที่สุด
คุณแม่ปุ๊กกี้บอกว่า แพทย์ได้แนะนำให้พาน้องไปทำกายภาพบำบัด เพื่อให้กล้ามเนื้อของน้องแข็งแรงขึ้น แต่เพราะทุกวันนี้เธอต้องเลี้ยงดูน้องนีโม่เพียงลำพัง หลังจากสามีหย่าขาดไปเมื่อสองปีก่อน ทำให้เธอต้องดิ้นรนทำงานเงินมาซื้อนมให้ลูก เธอจึงไม่ค่อยมีเวลาพาลูกเดินทางจากนครราชสีมาไปทำกายภาพบำบัดที่กรุงเทพฯ ได้บ่อยนัก เพราะต้องเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก แต่ทุก ๆ วัน คุณแม่ก็จะคอยนวดให้น้องเอง และพยายามประหยัดค่าใช้จ่ายทุกทางในบ้าน เพื่อให้สองชีวิตสามารถอยู่รอดต่อไปได้ แม้ว่าหลายครั้งที่คุณปุ๊กกี้จะรู้สึกเหนื่อย แต่เมื่อหันไปเห็นน้องนีโม่ เธอก็มักจะบอกกับลูกชายเสมอว่า
"นีโม่ต้องสู้เพื่อแม่นะ และแม่จะสู้เพื่อหนู หนูต้องเข้มแข็ง" ซึ่งหลังจากเธอพูดประโยคนี้ออกไป ก็ดูเหมือนว่าลูกชายจะเข้าใจสิ่งที่แม่ขอร้องได้เป็นอย่างดี แม้ว่าเขาจะไม่สามารถพูดอะไรออกมาให้ผู้เป็นแม่ได้รับรู้ถึงความปรารถนาได้ ก็ตาม แต่การกระทำหลาย ๆ อย่าง แสดงให้เห็นแล้วว่า น้องนีโม่กำลังสู้เพื่อแม่ เหมือนที่แม่ผู้เข้มแข็งกำลังต่อสู้เพื่อลูกชายสุดที่รักคนนี้เช่นกัน
ขอเป็นกำลังใจให้ทั้งสองคนค่ะ สู้ๆนะค่ะ 
เลข 5 โผล่ 3 สำนัก งวด 16 ต.ค. 69 หลายสำนักสะกิดตรงกัน จุดไหนน่าจับตา?
ร้านอาหารไทยในตำนาน ที่เคยเป็นร้านอาหารขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
เปิดอันดับกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชีย ปี 2569
เปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 ตุลาคม 2569
ดราม่าเที่ยวบินจีน ลูกเรือเข็นรถเข็นชนศอก คุกเข่าขอโทษแต่เรื่องก็ไม่จบ
ถนนที่ยาวที่สุดในประเทศไทย
4 สำนักเปิดข้อมูล งวด 16 ต.ค. 69 “ราชาตั๋วเด่น-เฮีย เสาชิงช้า” พบ 43-49 ตรงกัน
2 สำนักดัง เทใจให้เลขเดียวกัน “ทิดจันทร์” ชน “ประกันวิ่งบน” งวด 16 ต.ค. 69
เห็นแล้วใจหาย! บุกบ้านพักคนชรา พบกรงเหล็กยึดติดเตียง สภาพไม่ต่างจากคุก
5 จังหวัด ที่ดินราคาประเมินถูกที่สุดในไทย ตารางวาเริ่มต้นหลักสิบมีจริง
ประเทศที่นิยมกินไก่ของไทยมากที่สุด เป็นอันดับ 1 ของโลก
โรงแรมขนาดยักษ์ที่ใหญ่ที่สุด มีห้องพักมากสุดอันดับ 1 ในไทย
ถนนที่ยาวที่สุดในประเทศไทย



