เวียงเชียงใหม่ กับผังเมืองตามทักษาโหรา
สืบเนื่องมาจากวันนี้เจ้านางไปดูดวงที่วัดหม้อคำตวงมาเจ้าค่ะ อิอิ
บังเอิญหมอดูทักให้ไปทำบุญตามทักษาเมือง เจ้านางเลยนึกขึ้นได้
รับรองว่าเนื้อหาในนี้จะเป็นประโยชน์ สำหรับผู้ที่จะแก้เคล็ดต่างๆนานาเจ้าค่ะ
ก่อนอื่นเลยต้องขออธิบายก่อนเจ้าค่ะ...
การสร้างเมืองในสมัยโบราณนั้น เมืองจะเปรียบเสมือนเป็น "ตัวคน" ที่มีแขนมีขา
และที่สำคัญคือ มีวันเกิด ตามที่โหราจารย์คำนวณไว้
ดังนั้นเมื่อดวงเมืองตก มีเหตุเภทภัยต่างๆ นานา ก็จะต้องทำ "พิธีสืบชะตาเมือง" เหมือนการสืบชะตาของบุคคล
สำหรับเมืองเชียงใหม่นั้น
หัวเมือง - อยู่ทางทิศเหนือ ประตูช้างเผือก เป็นทิศที่กษัตริย์จะเข้าออกเมืองทิศนี้
ตีนเมือง - ทิศใต้ ประตูเชียงใหม่ ประตูหายยา เป็นทางผีผ่าน กษัตริย์ห้ามเข้าออกทางนี้ เวลาเอาศพออกจากเมืองจะเอาออกทิศนี้
นอกจากนี้ เชียงใหม่ ยัง เป็นเมืองเดียว ที่มีการวางผังวัดตามทิศของดวงดาว ที่เรียกว่า ทักษาเมือง

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ในการสร้างเมืองเชียงใหม่นั้น พญามังรายได้ทรงให้เหล่าโหราจารย์ ราชบัณฑิต คิดหาฤกษ์ยามในการสถาปนาเมืองตามแนวคิดและความเชื่อของคนโบราณที่ว่า เมืองนั้นก็มีชีวิตเช่นเดียวกับคน เมื่อมีการสร้างเมืองขึ้นมาก็เหมือนกับการให้ชีวิตเมืองด้วย เมืองนั้นมีส่วนต่างๆ เหมือนคน มีหัว มีสะดือ มีส่วนต่างๆ อยู่ตามทิศต่างๆ และมีดวงเหมือนเหมือนคน เมืองแต่ละเมืองก็จะมีทิศของดวงต่างๆ ไม่เหมือนกัน เมื่อใดเกิดสิ่งไม่ดีขึ้นกับเมือง หรือเกิดภัยพิบัติจะต้องมีการสืบชะตาเมืองเหมือนกับคนด้วย โดยความเชื่อเกี่ยวกับทิศของดาวเมืองนี้เป็นสิ่งที่บันทึกไว้ในคัมภีร์มหาทักษา หรือ ภูมิพยากรณ์ ของศาสนาพราหมณ์
ทักษา หมายถึง ชื่อเรียกกลุ่มดาวอัฐเคราะห์ หรือดาวทั้งแปด คือ... อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ เสาร์ พฤหัสบดี ราหู ศุกร์
ที่จัดเข้าระเบียบเป็น... บริวาร อายุ เดช ศรี มูล อุตสาหะ มนตรี และกาลกิณี
เวียนขวา (ทักษิณาวรรต) ไปตามทิศทั้ง 8 คือ... บูรพา อาคเนย์ ทักษิณ หรดี ประจิม พายัพ และอุดร
ทักษาเมืองเชียงใหม่นั้นกำหนดตามทิศต่างๆ ดังนี้
- บริวารเมือง -ประตูสวนดอก
- มูลเมือง - ประตูท่าแพ
- เกตุเมือง - วัดสะดือเมือง
- ศรีเมือง - แจ่งศรีภูมิ
- กาลกิณีเมือง - แจ่งกู่เฮือง
- เดชเมือง - ประตูช้างเผือก
- มนตรีเมือง - ประตูเชียงใหม่
- อายุเมือง - แจ่งหัวลิน
- อุตสาหะเมือง - แจ่งขะต้ำ
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สำหรับแนวคิดในเรื่องวัดทักษาเมืองนั้นเกิดขึ้นในสมัยพระเจ้าติโลกราช ด้วยในสมัยนั้นทางอาณาจักรล้านนากับอาณาจักรอยุธยาได้ทำศึกสงครามเพื่อแย่งชิงเมืองเชลียง ทางกรุงศรีอยุธยาจึงได้ส่งพระเถระมังลุงหลวง ชาวพุกาม มาทำลายล้างเมืองเชียงใหม่
พระเจ้าติโลกราชเป็นกษัตริย์เชียงใหม่ที่เข้มแข็งแผ่อำนาจล้านนา ตรงกับพระบรมไตรโลกนาถของอยุธยา
ทั้งสองพระองค์สู้ชิงไหวพริบกัน ถือว่าเป็นมวยถูกคู่
เป็นที่มาของลิลิตยวนพ่าย คราวเมื่อพระบรมไตรฯ ทรงรบชนะพระเจ้าติโลกราช
พระเถระมังลุงหลวงได้ออกอุบายลวงพระเจ้าติโลกราชว่า ถ้าหากพระองค์มีพระประสงค์จะมีพระบรมเดชานุภาพปราบไปทั้งชมพูทวีป พระองค์ควรตัดต้นไม้ศรีเมืองและสร้างพระราชฐานบริเวณศรีเมืองนั้น เมื่อพระเจ้าติโลกราชทรงทำตามคำยุ ตัดต้นไม้นิโครธ (ต้นไทร) อันเป็นไม้ศรีเมืองทิ้ง ก็เกิดอาเพทเหตุอุบาทว์ต่างๆ นานากับเมืองเชียงใหม่ นอกจากนี้ทางกรุงศรีอยุธยาได้ส่งพวกผาสี (ชาวจีนอิสลาม) มาทำคุณไสยฝังสิ่งอัปมงคลต่างๆ ภายในทักษาเมืองเชียงใหม่
เมื่อพระเจ้าติโลกราชทรงทราบความจริงจึงทำการฆ่าพระเถระมังลุงหลวงและพวกผาสีทิ้ง ด้วยความเชื่อที่ว่าบ้านเมืองถูกกระทำคุณไสย ทำให้เป็นที่สร้างความวิตกกังวลในหมู่ชาวเมืองและพระเจ้าติโลกราช ดังนั้นพรเจ้าติโลกราชได้รับสั่งให้เหล่านักปราชญ์ราชบัณฑิต พระเถระชั้นผู้ใหญ่ กระทำพิธีแก้ขึด โดยการย้ายและสร้างศูนย์กลางเมืองมาที่ใหม่คือ พระธาตุเจดีย์หลวง โดยการเปลี่ยนฐานะจากกู่ (สถูป) บรรจุอัฐิพระเจ้ากือนามาเป็นเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พร้อมทั้งสถาปนาวัดเจดีย์หลวงเป็นเกตุเมือง และทรงอัญเชิญ พระแก้วมรกต มาประดิษฐานที่องค์พระเจดีย์
อีกทั้งให้หมื่นด้ำพร้าคต (สีหโคตเสนาบดี) เสริมสร้างความใหญ่โตและแข็งแรงให้แก่องค์พระเจดีย์เพื่อให้เป็นมิ่งขวัญเมือง พร้อมทั้งสถาปนาวัด 8 วัด ซ้อนทักษาเมืองเดิมที่ถูกทำลายไป (โดยเฉพาะศรีเมือง) และนี่ก็คือที่มาของวัดทักษาเมืองทั้ง 8 ทิศของเมืองเชียงใหม่ ซึ่งประกอบด้วย
- ศูนย์กลางเมือง หรือเกตุเมือง - วัดเจดีย์หลวง(โชติการาม)
- มูลเมือง - วัดบุพพาราม(อารามทิศตะวันออก)
- อุตสาหะเมือง - วัดชัยมงคล
- มนตรีเมือง - วัดนันทาราม
- กาลกิณีเมือง - วัดร่ำเปิง(ตโปธาราม)
- บริวารเมือง - วัดบุปผาราม(วัดสวนดอก)
- อายุเมือง - วัดเจ็ดยอด(โพธารามมหาวิหาร)
- เดชเมือง - วัดเชียงยืน(ทีฆวัสสาราม)
- ศรีเมือง - วัดชัยศรีภูมิ
ทักษาเมืองนอกจากจะเกี่ยวข้องกับดวงเมืองแล้ว ยังเป็นเครื่องหมายกำหนดอาณาเขตของการประกอบกิจกรรมหรือการแบ่งเขตที่อยู่ของชนชั้นต่างๆ ภายในกำแพงเมืองเชียงใหม่อีกด้วย แนวคิดเรื่องการตั้งเวียงเชียงใหม่แบ่งออกเป็นเขตต่างๆ อาศัยความเชื่อเรื่องดวงเมืองตามคัมภีร์มหาทักษา ทักษาเวียงเชียงใหม่ตามการคำนวณของดวงเมืองเวียงเชียงใหม่นั้นจะได้แก่
- อายุเมือง (ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ) - พระเจ้าแผ่นดิน
- เดชเมือง (ทิศเหนือ) - การเมืองการปกครอง
- ศรีเมือง (ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ) - พระเจ้าแผ่นดิน
- มูลเมือง (ทิศตะวันออก) - การพาณิชยกรรม
- อุตสาหะเมือง (ทิศตะวันออกเฉียงใต้) - การอุตสาหกรรม
- มนตรีเมือง (ทิศใต้) - ที่พักอาศัยขุนนางเจ้าหน้าที่
- บริวารเมือง (ทิศตะวันตก) - ที่พักอาศัยไพร่พลเมือง
เพลงบรรเลงเพลงนี้เพราะมากเจ้าค่ะ ท่อนกลางๆมีเสียงสะล้อด้วย สุดยอด ^^
ที่มา :
th.wikipedia.org/wiki/ทักษาเมืองเชียงใหม่
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
2 ภาษา ที่มีคนใช้น้อยที่สุดในโลก
10 โรงเรียนเอกชน ที่เก่าแก่สุดในประเทศไทย
15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
5 ความเจริญของไทย ภาพลักษณ์ใหม่ที่ชาวต่างชาติแห่ชื่นชม
มีบ้านหลายหลัง เป็น "เจ้าบ้าน" ในทะเบียนบ้านได้กี่หลัง?
ภาษาท้องถิ่นในไทยที่ไม่มีตัวอักษรและไม่สามารถเขียนได้
จังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทย
การครอบครองปรปักษ์คืออะไร? แย่งที่ดินกันได้จริงหรือ?
คณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว
ประเทศที่งบทางการทหาร มากที่สุดในโลก
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด

