วัดถ้ำสุขเกษมสวรรค์ อ.เถิน จ.ลำปาง
000000เว้นระยะไปพอสมควรสำหรับการนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ใน อำเภอเถิน ยังมีอีกเยอะครับ คือบางที่บางแห่งถ่ายทำไว้ แต่ขาดข้อมูล หรือ ยังไม่เป็นที่พอใจจำเป็นต้องถ่ายเพิ่มเติม ก็มีเหมือนกัน อย่างเช่น วัดถ้ำสุขเกษมสวรรค์ ผมเองไปถ่ายที่วัดหลายครั้ง ก่อนหน้านั้นก็ อุ่นใจว่าถ่ายตุนไว้ มากพอ เพราะที่ ตำบลแม่ถอด นี่มา ตะลุยหลายครั้งหลายครา ทั้งเรื่องโป่งข่ามด้วย แต่ที่ไหนได้ พอจะใช้งานขึ้มมา กลายเป็นว่าข้อมูลภาพหายเกลี้ยง ด้วยเหตุเพราะ ฮารด์ดิสพัง แล้วกู้ ข้อมูลไม่ได้ จำเป็นต้องถ่ายทำใหม่หมดเท่านั้นล่ะงานเข้าเลยล่ะครับท่าน เพราะว่ากว่าจะเคลียรคิวตัวเองแล้วกำหนดเวลาไปถ่าย นี่ล่ะเรื่องใหญ่ (ในครั้งนี้มีเบื้องหลังการทำงานสนุกๆ ไว้ติดตามบทความเบื้องหลังการลุย จะเล่าให้อ่านกันนะครับ)
มุมมองจากยอดเขามอง
วัดถ้ำสุขเกษมสวรรค์ ตั้งอยู่ที่ ตำบลแม่ถอด อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง บริเวณพื้นที่มีภูเขาสองลูก ห่างกันประมาณ 50 เมตร ลูกหนึ่งเป็นที่ตั้งวัด เดิมทีชาวบ้านเรียกกันว่า ถ้ำแม่แก่ง ตามบันทึกของทางวัด แต่ถ้าพูดถึงถ้ำแม่แก่งในปัจุบันจะหมายถึงถ้ำที่อยู่ที่บ้านแม่แก่งจริงๆ จะได้ชมเร็วนี้ครับ) พพื้นที่บริเวณวัดถ้ำ เป็นภูเขามีถ้ำใหญ่เดินทะลุออกได้เป็นหินอ่อนทั้งลูก โดยธรรมชาติกว้างใหญ่สวยงาม มีค้างคาวอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ภายในถ้ำลูกนี้ทางวัดได้สร้างกุฎิเป็นรูปโดมและรูปทรงไทยไว้รอบ ๆ เขา ภายในถ้ำเป็นทางแยกออกได้อีกทาง ซึ่งเรียกว่า ถ้ำหลวงปู่ อยู่ตรงหางพญานาคตัวขวามือ

บริเวณปากทางเข้าถ้ำ

บริเวณด้านหน้าถ้ำจะมีพระประดิษฐานหลายปาง

ส่วนใหญ่ด้านบนเป็นกุฎิพักภาวนาของหลวงพ่อ ส่วนอีกลูกหนึ่ง เรียกกันว่า ถ้ำพระบาท เพราะบนยอดเขาลูกนี้มีรอยพระพุทธบาทจมอยู่ในหินลึกประมาณ 1 ฟุต ยาวประมาณ 50 นิ้ว เห็นได้ชัดเจน ไม่มีการตกแต่งแต่อย่างใด วัดถ้ำสุขเกษมสวรรค์อยู่ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 3 กิโลครึ่ง ทั้ง 4 หมู่บ้าน คือ 1. บ้านแม่เติน 2. บ้านนาบ้านไร่ 3. บ้านแม่แก่ง และ 4. บ้านใหม่ทุ่งเจริญ ในบริเวณใกล้เคียงไม่มีหมู่บ้าน มาดูประวัติความเป็นมาของวัดดูบ้างครับ
ย้อนไปใน พ.ศ. 2506 พระอาจารย์วิชัย ปสันโณ (พระครูนาควัชราธร) ได้เข้ามาพักบำเพ็ญภาวนา ณ ที่ถ้ำนี้ ประจวบกับในสมัยนั้น โป่งข่ามอำเภอเถินกำลังโด่งดังมาก เพราะในเขตบริเวณของถ้ำมีบ่อแก้วโป่งข่ามอยู่ด้วย ท่านอาจารย์วิชัยเห็นว่าถ้ำนี้เงียบสงบดี อยู่ไกลจากหมู่บ้าน ไม่อึกกระทึก ประกอบกับเป็นที่โคจรของพระธุดงค์ที่หาความสงบเงียบของครูบาอาจารย์มาก
บรรยากาศภาพในถ้ำ
00000ท่านจึงริเริ่มสร้างเสนาสนะขึ้น ในสมัยนั้นได้สร้างศาลาการเปรียญและกุฎิหลายหลัง เป็นที่รู้จักและ รุ่งเรืองอยู่พักหนึ่ง แต่การคมนาคมก็ยังลำบากมาก ต้องเดินด้วยเท้า ท่านอยู่ได้ประมาณ 5 ปี ก็มีศรัทธาญาติโยมมานิมนต์ท่านไปอยู่ที่วัดช้าง จังหวัดกำแพงเพชร ท่านก็ได้ไปตามที่ญาติโยมนิมนต์ และท่านจึงได้ให้ลูกศิษย์อยู่ต่อ
00000พระที่อยู่ที่นี่อยู่ได้เพียงปีเดียวก็มรณภาพด้วยโรคมาเลเรีย ;วัดถ้ำนี้จึงร้างเรื่อย ๆ มา มีพระมาพักบำเพ็ญภาวนา ก็มากันเป็นเวลาชั่วครู่ชั่วยาม สิ่งก่อสร้างสมัยที่ท่านอาจารย์วิชัยสร้างไว้ก็เริ่มสลักหักพังด้วยปลวกบ้าง พายุบ้าง ไฟป่าบ้าง จนเห็นแต่ซากให้รู้ว่าเคยเป็นวัดมาก่อน

เจ้าคณะธรรมยุต จังหวัดลำปาง แพร่ น่าน พะเยา เชียงราย คือ ท่านเจ้าคุณพระพิศิษฎ์- ธรรมภาณ ท่านเคยมาตรวจและเห็นว่าเป็นถ้ำที่สวยงาม ก็รู้สึกเสียดาย พยายามหาพระมาอยู่ ทุกองค์ก็อยู่กันไม่ได้ไม่ทราบสาเหตุ องค์แล้วองค์เล่าก็อยู่กันไม่ได้
ต่อ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2524 ท่านเจ้าคุณพระพิศิษฎ์ธรรมภาณ ได้พา หลวงพ่อรวย กลยาโณ (พระครูวิมลคณาภรณ์) มา ณ วัดถ้ำแห่งนี้ เท่าที่ทราบกันว่าในขณะนั้นหลวงพ่อรวยท่านป่วยอยู่ หลวงพ่อรวยจึงไปกราบท่านเจ้าคุณพระพิศิษฎ์ธรรมภาณ เจ้าคณะธรรมยุตจังหวัด เพื่อขอเข้ามาอยู่ในถ้ำนี้
เพราะนอกจากท่านเป็นพระที่หลวงพ่อท่านเคารพและยังเป็นอุปัชฌาย์ของท่านด้วย ท่านจึงได้รับความเมตตาจากท่านเจ้าคุณพระพิศิษฎ์ธรรมภาณ ให้เข้าไปอยู่และมาส่งท่าน พร้อมด้วยของใช้ที่จำเป็นให้แก่หลวงพ่อมาใช้

00000000ในวันแรกที่หลวงพ่อท่านเข้ามาอยู่ในวัดถ้ำ รุ่งเช้าท่านออกบิณฑบาต ณ ที่หมู่บ้านแม่เติน เป็นระยะทางไปกลับ 7 กิโลเมตร อาหารที่ได้มาก็เพียงหน่อไม้ต้มกับข้าวเหนียวและขนมปัง 2 ชิ้น ในตอนสายวันนั้น ก็มีชาวบ้าน 5 6 คนเข้ามาหาท่าน และมาคุยเรื่องเก่า ๆ ในถ้ำนี้ ให้หลวงพ่อท่านฟัง
และได้เอ่ยถามหลวงพ่อท่านว่า หลวงพ่อจะอยู่ได้หรือ เพราะที่นี่หลายต่อหลายองค์อยู่กันไม่ได้สักองค์ ไม่ทราบเพราะเหตุใด พวกผมเห็นว่าหลวงพ่อผอมบางอย่างนี้ คิดว่าอยู่ได้ไม่นานนะ หลวงพ่อท่านได้แต่ยิ้มและบอกกับชาวบ้านพวกนั้นว่า อาตมาจะมาเพื่อบำเพ็ญภาวนารักษาตัว คิดว่าจะตายก็ขอให้ตายที่ถ้ำนี้จะลองอยู่ดู
บริเวณทางออกของถ้ำด้านหลัง
คุยกันอยู่พักหนึ่งเขาก็ลากลับกัน หลวงพ่อก็คงอยู่ของท่านไปจนใกล้จะเข้าพรรษา ชาวบ้านเห็นว่าหลวงพ่อท่านอยู่ได้เป็นเดือนแล้ว จึงเข้ามาหาและบอกว่าจะหาเด็กมาบวชเณรเพื่อเป็นเพื่อนในพรรษา เผื่อหลวงพ่อจะได้ไว้ใช้ในบางโอกาส หลวงพ่อก็ว่าดีเหมือนกัน ชาวบ้านเขาก็เอาเด็กมาให้ 4 คน หลวงพ่อท่านจึงนำไปให้ท่านเจ้าคุณพระพิศิษฎ์ธรรมภาณ อุปัชฌาย์ของท่านบวชเด็กทั้ง 4 เป็นสามเณรในพรรษานั้นเองหลวงพ่อท่านจึงได้ชักชวนสามเณรกับชาวบ้าน ช่วยกันถางหญ้าหน้าถ้ำ เพื่อให้พ้นจากสภาพที่รกร้าง

ปากถ้ำด้านหลัง
00000เนื่องจากถนนที่เข้าวัดยังลำบากมากในสมัยนั้น เงินก้อนนั้นหลวงพ่อท่านจึงขอชาวบ้านช่วยรื้อกุฎิที่ชำรุดหักพังมาทำการก่อ สร้างขึ้น โดยอาศัยไม้เก่า ๆ ไม่นานวัดก็เริ่มเป็นรูปร่างขึ้น พอมีกุฎิให้สามเณรพักอาศัยกันแดดกันฝน หลังจากออกพรรษาทางวัดได้รับกฐินสามัคคีจากคณะของพระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณ พระพุทธวราภรณ์ (ปัจจุบันเป็นสมเด็จพระพุทธปาพจนบดีวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพฯ) มาทอดได้เงินสามหมื่นเจ็ดพันห้าร้อยบาทถ้วน และในปีนี้เองได้มีพระภิกษุ สามเณร แม่ชีมาขออยู่ร่วมบำเพ็ญภาวนา มากขึ้น..ต่อจากนั้นได้มีคณะศิษยานุศิษย์ต่างๆ

00000ได้นำพาผู้มีจิตศรัทธาจากทั่วทุกสารทิศมาร่วมทำการก่อสร้างถาวรวัตถุ เพื่อใช้ในการประกอบกิจกรรม ของสงฆ์ และการอบรมการปฏิบัติธรรม ให้แก่ หน่วยงานราชการ,นักเรียน,นักศึกษา,และประชาชนทั่วไป.
หอประชุมสำหรับเป็นที่ฝึกอบรมการปฏิบัติธรรม
การสร้างอุโบสถ
0000ด้วยหลวงพ่อได้รับถวายไม้ซุงต้นใหญ่ไว้ประมาณ 30 ต้น จาก บริษัท ทหาร ร่วมรบเกาหลีที่ได้รับสัมปทานทำป่าไม้
ในเขตตำบลแม่ถอด ในขณะนั้นบริษัทกำลังจะหมดอายุการสัมปทานทำป่าไม้ แล้วจึงถวายไว้ให้เพื่อสร้างศาลาการเปรียญ
หลวงพ่อเห็นว่าต่อไปภายหน้าจะไม้มีไม้สักให้เห็นกันประการหนึ่ง

ด้านหลังอุโบสถไม้
00000อีกประการหนึ่งท่านอยากสร้างอุโบสถไม้สักแกะสักแบบสมัยรัชกาลปัจจุบัน ไว้ให้อนุชนรุ่นหลัง ไว้ศึกษา อีกทั้งในพื้นที่ ตำบลแม่ถอดนี้ เป็นแหล่งแร่ธาตุ ที่อยู่มากมายอยู่แล้ว
แต่สำหรับสัญลักษณ์ ของป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ นั้นยังไม่มี จึงคิดว่าถ้าสร้างอุโบสถไม้ แกะสลัก ไว้เพื้อให้คนรุ่นหลังได้รำลักถึงทรัพยกร ที่มีคุ่มค่า ของพื้นที่นี้ รวมทั้งเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถมีพระชนมายุ ครบ 60 พรรษาด้วย จึงได้สร้างเป็นอุโบสถไม้สักทองแกะสลัก เพื่ออนุรักษ์ไม้ไว้ให้อนุชนได้เห็นคุณค่า และศิลปะการแกะสลักภาพพุทธประวัติ และเป็นที่ทำสังฆกรรมของพระสงฆ์ .

บริเวณด้านหน้าอุโบสถในวันมาฆบูชา

พระประธานปางสมาธิในอุโบสถไม้

ทางเข้าด้านทิศเหนือ
0000ที่วัดถ้ำสุขเกษมสวรรค์ นี้ มีบริเวณค่อนข้างกว้างมีทางเข้าสองทางคือถ้ามาจาก อ.เถิน จะเจอซุ้มประตูด้านทิศตะวันออกของวัด อีกประตูจะเลี้ยวขึ้นเนินไปหน่อย อยู่ทางทิศเหนือ หากท่านยังไม่เคยไปจะศึกษาแผนผังของวัดซึ่งตั้งอยู่หน้าร้านสหกรณ์ ของวัด ก็คงช่วยได้เยอะ

แผนผังบริเวณวัดถ้ำสุขเกษมสวรรค์
จากที่ได้ชมบรรยากาศมาเบื้องต้น ก็ยังมีกุฏิกัลยาโน ซึ่งจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ศาสนสถาน ซึ่งจัดแสดงพระพุทธรูปปางต่างๆประดิษฐานอยู่มากมาย เลยทีเดียว และที่จะขาดไม่ได้นั่นคือ การขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทบาทยอดเขา บริเวณทางขึ้นจะมีรูปปั้นของนรกภูมิ เป็นเครื่องเตือนใจ

ทางขึ้นเขาไปนมัสการรอยพระพุทธบาท

ทางเดินที่ค่อยๆไต่ระดับขึ้นไปมองทิวทัศน์ได้โดยรอบ
ทางขึ้นในปัจจุบัน เดินขึ้นได้ไม่ลำบากเหมือน ครั้งแรกที่ผมเคยมาเพราะปัจจุบัน ทางวัดได้จัดสร้างทางขึ้น ที่ค่อยไต่ระดับ ขึ้นไปจะเหนื่อยนิดหน่อยช่วงต้น แต่ถ้าขึ้นไปจนถึง รับรองไปผิดหวังเพราะนอกจากจะได้มากราบรอยพระพุทธบาท แล้วยังมีรูปปั้นพระพุทธรูปองค์ใหญ่สีขาวเด่นเห็นแต่ไกลประดิษฐานอยู่บนยอดเขาที่ ท่านสามาถมองเห็นทัศนีย์ภาพของ อ.เถินได้รอบทิศทางเลยทีเดียว.

พระพุทธรูปบนเขา

รอยพระพุทธบาทบนยอดเขา

ทิวทัศน์มุมหนึ่งจากยอดดอย
ก็คงจะได้เที่ยวชมวัดถ้ำกันแบบจุใจเลยที่เดียวสำหรับบทความนี้ ยังมีวัด และ สถานที่ท่องเที่ยวใน อ.เถิน ที่จะทยอยมาให้ชมกันอีก