กินบุฟเฟ่ต์อย่างไรไม่ให้ตัวบวม ? 6 เทคนิคเลือกรับประทาน ลดโซเดียมโดยไม่ต้องอดของอร่อย
บุฟเฟ่ต์เป็นมื้ออาหารที่หลายคนชื่นชอบ เพราะสามารถเลือกรับประทานได้หลากหลาย ทั้งปิ้งย่าง ชาบู ซูชิ อาหารทะเล และของทอด แต่หลังรับประทานอาหารมื้อใหญ่ บางคนอาจรู้สึกหน้าบวม มือบวม กระหายน้ำหรือแน่นท้องมากกว่าปกติ
หนึ่งในปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องคือ การได้รับโซเดียมในปริมาณสูง โดยเฉพาะจากน้ำซุป น้ำจิ้ม ซอสหมัก และอาหารแปรรูป ซึ่งโซเดียมมีส่วนเกี่ยวข้องกับการควบคุมสมดุลของน้ำในร่างกาย อย่างไรก็ตาม อาการบวมหลังมื้อบุฟเฟ่ต์ไม่ได้เกิดจากโซเดียมเพียงอย่างเดียว ความแน่นท้องจากการรับประทานอาหารมากเกินไปก็อาจทำให้รู้สึกไม่สบายตัวได้เช่นกัน
สำหรับใครที่อยากเพลิดเพลินกับบุฟเฟ่ต์โดยไม่รับโซเดียมเกินความจำเป็น ลองนำ 6 เทคนิคต่อไปนี้ไปปรับใช้ได้เลย :
ระวังน้ำซุป โดยเฉพาะชาบู และสุกี้
น้ำซุปเป็นแหล่งโซเดียมที่หลายคนอาจมองข้าม โดยเฉพาะน้ำซุปปรุงรสเข้มข้น น้ำซุปก้อน และน้ำซุปสำเร็จรูป แม้จะไม่ได้เติมเกลือหรือเครื่องปรุงเพิ่ม แต่การซดน้ำซุปในปริมาณมากก็อาจทำให้ได้รับโซเดียมเพิ่มขึ้นได้
วิธีง่ายๆคือ เน้นรับประทานเนื้อสัตว์ และผักที่ต้มสุกแล้ว โดยไม่จำเป็นต้องซดน้ำซุปจนหมดหม้อ หากมีตัวเลือกน้ำซุปรสอ่อนก็สามารถเลือกได้ แต่ควรจำไว้ว่า น้ำซุปใสไม่ได้หมายความว่าจะมีโซเดียมต่ำเสมอไป
ใช้น้ำจิ้มแต่น้อย ไม่จำเป็นต้องจุ่มทุกคำ
น้ำจิ้มสุกี้ น้ำจิ้มซีฟู้ด ซอสพริก ซีอิ๊ว และซอสปรุงรสต่างๆ อาจมีโซเดียมเป็นส่วนประกอบ การเติมน้ำจิ้มหลายชนิดหรือจุ่มอาหารทุกคำจึงทำให้ได้รับโซเดียมเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ลองตักน้ำจิ้มใส่ถ้วยในปริมาณพอเหมาะ ใช้แตะอาหารแทนการจุ่ม และเลือกใช้เท่าที่จำเป็น การลดปริมาณน้ำจิ้มลงเพียงเล็กน้อยก็ช่วยลดโซเดียมจากมื้อนั้นได้
เลือกเนื้อสดมากกว่าเนื้อหมัก และอาหารแปรรูป
เนื้อสัตว์หมัก เบคอน ไส้กรอก ลูกชิ้น แฮม และอาหารแปรรูปบางชนิดอาจมีโซเดียมสูงจากเกลือ และเครื่องปรุงที่ใช้ในการผลิตหรือหมักอาหาร
หากมีตัวเลือก ควรเลือกเนื้อสัตว์สดที่ไม่หมักหรือปรุงรสจัด เช่น เนื้อหมูสด เนื้อไก่สด ปลา และอาหารทะเลที่ไม่ผ่านการปรุงรสเข้มข้น แล้วสลับกับอาหารชนิดอื่นให้หลากหลาย
อย่างไรก็ตาม เนื้อสัตว์ที่ดูสดก็อาจผ่านการปรุงรสหรือแช่น้ำเกลือมาก่อน จึงควรสังเกตลักษณะอาหาร และเลือกแบบที่ปรุงรสน้อยเมื่อมีโอกาส
เพิ่มผักสด และผักต้มในมื้อบุฟเฟ่ต์
ผักสด และผักต้มที่ไม่ปรุงรสเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะช่วยเพิ่มใยอาหาร และทำให้มื้ออาหารมีความหลากหลายมากขึ้น ผัก และผลไม้หลายชนิดยังมีโพแทสเซียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่มีบทบาทต่อการทำงานของกล้ามเนื้อ ระบบประสาท และการควบคุมความดันโลหิต
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเข้าใจว่าการรับประทานผักที่มีโพแทสเซียมจะสามารถลบล้างโซเดียมที่ได้รับเข้าไปได้ทั้งหมด ผู้ที่เป็นโรคไตหรือมีข้อจำกัดเรื่องโพแทสเซียมควรเลือกอาหารตามคำแนะนำของแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร
ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ ไม่ต้องอดน้ำเพื่อแก้บวม
หลังรับประทานอาหารรสเค็ม ร่างกายอาจกระหายน้ำมากขึ้น การดื่มน้ำเปล่าตามความต้องการของร่างกายจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่าการอดน้ำเพราะกลัวตัวบวม
ไม่จำเป็นต้องฝืนดื่มน้ำปริมาณมากในคราวเดียว และไม่ควรคาดหวังว่าการดื่มน้ำมากๆจะช่วยขับโซเดียมออกได้ทันที ควรจิบน้ำตามปกติ และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงหรือเครื่องดื่มรสเค็มเพิ่มเติม
สำหรับผู้ที่มีโรคหัวใจ โรคไตหรือมีคำสั่งให้จำกัดปริมาณน้ำ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เป็นหลัก
ไม่จำเป็นต้องกินให้คุ้มด้วยการกินจนแน่นท้อง
การรับประทานบุฟเฟ่ต์ในปริมาณมากอาจทำให้รู้สึกแน่นท้อง อึดอัด และไม่สบายตัว ซึ่งเป็นอาการที่แตกต่างจากภาวะบวมน้ำจากโซเดียม
การเลือกอาหารที่อยากรับประทานจริงๆ และหยุดเมื่อเริ่มอิ่ม จึงเป็นวิธีดูแลตัวเองที่สำคัญ นอกจากนี้ ควรรับประทานช้าๆ เคี้ยวอาหารให้ละเอียด และไม่เติมอาหารเพียงเพราะต้องการให้คุ้มกับราคาบุฟเฟ่ต์
เหตุใดการกินบุฟเฟ่ต์แล้วหน้าบวม ตัวบวม ?
โซเดียมมีบทบาทในการควบคุมสมดุลของของเหลวในร่างกาย เมื่อได้รับโซเดียมมาก ร่างกายอาจกักเก็บน้ำเพิ่มขึ้น ทำให้บางคนรู้สึกบวมหรือมีอาการบวมบริเวณใบหน้า มือ และเท้าได้ โดยเฉพาะผู้ที่ไวต่อการเปลี่ยนแปลงของปริมาณโซเดียม
นอกจากนี้ การรับประทานอาหารปริมาณมากในเวลาอันสั้นอาจทำให้ท้องอืดหรือแน่นท้อง ซึ่งไม่ใช่อาการเดียวกับการบวมน้ำ ดังนั้น จึงควรสังเกตลักษณะอาการของตัวเองด้วย
หากมีอาการบวมเล็กน้อยหลังรับประทานอาหารเค็ม อาการอาจค่อยๆดีขึ้นเมื่อร่างกายปรับสมดุล แต่หากบวมต่อเนื่อง บวมมากผิดปกติหรือมีอาการร่วม เช่น หายใจลำบาก เจ็บหน้าอกหรือปัสสาวะลดลง ควรรีบเข้ารับการตรวจจากแพทย์ เพราะอาจมีสาเหตุอื่นที่ต้องได้รับการประเมิน
กินบุฟเฟ่ต์ได้อย่างมีความสุข โดยไม่เพิ่มโซเดียมเกินจำเป็น
การลดโซเดียมไม่ได้หมายความว่าต้องงดบุฟเฟ่ต์หรือเลิกรับประทานอาหารจานโปรดทั้งหมด แต่ควรใส่ใจแหล่งโซเดียมที่ซ่อนอยู่ เช่น น้ำซุป น้ำจิ้ม ซอสหมัก และอาหารแปรรูป พร้อมเลือกอาหารสด และผักให้หลากหลายขึ้น
องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้ผู้ใหญ่ได้รับโซเดียมน้อยกว่า 2,000 มิลลิกรัมต่อวันหรือเทียบเท่าเกลือไม่เกิน 5 กรัมต่อวัน โดยปริมาณดังกล่าวนับรวมโซเดียมจากอาหารทุกมื้อ และเครื่องปรุงที่รับประทานในแต่ละวัน
สุดท้ายแล้ว การดูแลสุขภาพไม่ได้ขึ้นอยู่กับอาหารเพียงมื้อเดียว แต่เป็นพฤติกรรมการกินโดยรวม หากรู้จักเลือกอาหาร ลดเครื่องปรุงรสเค็ม และรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม ก็สามารถเพลิดเพลินกับบุฟเฟ่ต์ได้โดยไม่ต้องละเลยสุขภาพ
อ้างอิง:
1.https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/sodium-reduction
2.https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/healthy-diet
3.https://ods.od.nih.gov/factsheets/Potassium-Consumer/
4.https://www.nhs.uk/symptoms/bloating/
ภาพประกอบ: Pixabay
เขียนโดย Wisdom Insight
นักสังเกตชีวิต และนักวิเคราะห์กระแสข่าว
ติดตามข่าวสารสำคัญทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
เน้นการตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง เพื่อให้เนื้อหาถูกต้อง เป็นกลาง และน่าเชื่อถือ
5 มหาวิทยาลัยไทยที่อัตราการแข่งขันสูงที่สุด บางสาขาคนสมัครหลายพัน แต่รับเพียงหลักสิบ
เบื้องหลัง "เส้นขีดสีขาวและสีแดง" ที่สลับกันบนเสาไฟฟ้าแรงสูงหรือปล่องโรงงาน!
ปฏิทินจีน งวด 16 พ.ย. 69 เผยเลขเด่น 426 จัดชุดสลับ 2 ตัว 3 ตัว ครบทุกตำแหน่ง
หนังที่ทำรายได้ถึง 1 แสนล้านบาท เรื่องแรกในประวัติศาสตร์โลก
เบื้องหลัง "ช่องรูเล็กๆ ตรงกลางแผ่นเก้าอี้พลาสติก" ที่เรานั่งกันอยู่ทุกวัน!
ขนมเค้กกับขนมไข่ แตกต่างกันอย่างไร?
เบื้องหลัง "เสียงติ๊งต๊องอันเป็นเอกลักษณ์ในลิฟต์" ที่ไม่ได้ใส่ไว้แค่บอกชั้น!
3 อำเภอของประเทศไทย ที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัดใหม่
ทำไมถังแก๊สหุงต้มตามบ้าน ถึงต้องทำ "ฐานขวดให้มีรูเจาะวงกลม" รอบๆ?
ภาพยนตร์ไทยเรื่องแรก ที่ทำรายได้รวมมากถึง 200 ล้านบาท
ความลับของ "รอยบากหยักที่ขอบใบเลื่อยวงเดือน" ที่ไม่ได้ทำไว้แค่ช่วยลดความร้อน!
ทำไมลิฟต์ตามตู้คอนโดหรืออาคารสูง ถึงต้องมี "แผ่นกระจกเงาบานใหญ่" ติดไว้ข้างใน?






