หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

หมอจีนสมัยหมิงอาจใช้สารพิษจากพืชเป็นยาชาก่อนผ่าตัดจริงหรือ?

เขียนโดย คิดไปเรื่อย

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ

หลักฐานจากสุสานแพทย์จีนสมัยหมิงชี้ว่า อาจมีการใช้สารจากพืชทำให้ผิวชาก่อนผ่าตัด นักวิจัยพบคราบที่น่าจะมีอะโคไนตินบนกรรไกรและแหนบสองชิ้นจากสุสานของแพทย์ชื่อ Xia Quan ในเมืองเจียงอิน มณฑลเจียงซู ร่องรอยนี้เพิ่มหลักฐานทางกายภาพให้กับตำรายาจีนที่กล่าวถึงการใช้ยาชา

ทีมวิจัยใช้กล้องจุลทรรศน์แบบกระเจิงรามานชนิดกระตุ้น หรือ SRS ส่องคราบบนเครื่องมือโดยไม่ทำลายตัวอย่าง วิธีนี้ใช้แสงเลเซอร์อ่านรูปแบบการสั่นของโมเลกุล แล้วเทียบกับสัญญาณอ้างอิง จึงตรวจคราบขนาดเล็กที่มีอยู่น้อยได้ โดยไม่ต้องเก็บตัวอย่างออกจากเครื่องมือ

สัญญาณที่พบสอดคล้องกับสารในพืชสกุล Aconitum ซึ่งมีสารอัลคาลอยด์ที่เป็นพิษสูง ผู้วิจัยจึงเสนอว่าคราบอาจมีอะโคไนติน ตำราแพทย์จีนเก่าก็ระบุพืชสกุลนี้ไว้ในส่วนผสมของตำรับยาชา เมื่อพิจารณาข้อมูลสองด้านร่วมกัน ทีมวิจัยจึงตีความว่าคราบบนกรรไกรและแหนบอาจมาจากยาที่ใช้ในงานผ่าตัด

ตำแหน่งคราบช่วยบอกวิธีใช้ได้บางส่วน นักวิจัยพบร่องรอยบริเวณใช้งานของเครื่องมือ และเสนอว่ายาอาจถูกทาบนผิวตรงจุดที่จะกรีด เพื่อบรรเทาความเจ็บก่อนผ่าตัด นี่เป็นข้อสรุปจากตำรายาและตำแหน่งคราบ ไม่ใช่บันทึกการรักษาที่เล่าขั้นตอนของคนไข้รายใดไว้ครบถ้วน

อะโคไนตินเป็นสารพิษรุนแรง ผู้เขียนงานวิจัยเสนอว่าแพทย์สมัยหมิงอาจจำกัดพิษด้วยการใช้เฉพาะที่และควบคุมตำรับยา แต่การศึกษาคราบบนเครื่องมือไม่ได้บอกปริมาณยาที่ใช้ หรือยืนยันผลด้านความปลอดภัยในผู้ป่วยแต่ละคน คำอธิบายเรื่องการควบคุมพิษจึงเป็นการตีความของผู้วิจัยจากหลักฐานที่มี

งานนี้ตรวจเครื่องมือแพทย์เพียงสองชิ้นจากสุสานแห่งเดียว จึงยังตอบไม่ได้ว่าวิธีนี้แพร่หลายแค่ไหน หรือใช้กับการผ่าตัดทุกประเภทหรือไม่ จุดที่งานวิจัยแสดงได้ชัดคือการตรวจคราบด้วย SRS ช่วยเชื่อมสารตกค้างบนวัตถุเข้ากับตำรับยาในเอกสาร และทำให้เห็นเบาะแสการแพทย์จีนสมัยหมิงที่ตัวตำราเพียงอย่างเดียวไม่อาจยืนยันได้

ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
คิดไปเรื่อย's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 15 ครั้ง
เขียนโดย คิดไปเรื่อย
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
สาวสวยผัดข้าวจนเป็นไวรัล! ลูกค้าแห่ใช้บริการ..จนเจ้าของร้านต้องให้เลิกงานก่อนเวลาeSIM กับซิมธรรมดา: ต่างกันแค่แผ่นพลาสติก แต่ย้ายเครื่องต่างกันมากไทยเด้ง หลวงพี่โต้ง งวด 1 พ.ย. 2569 ถอดใบแนวทางเลขเขียนมือ แยกชุด 3 ตัว เลขวงกลม และเลขวิ่งเกิดการประท้วงครั้งใหญ่ใน 34 เมืองของเยอรมนี! บางคนฉวยโอกาสจากความวุ่นวายเพื่อปล้นสะดมรวมแนวทางเลขดังงวด 1 พ.ย. 69 แม่น้ำหนึ่ง คำชะโนด ม้าสีหมอก และเลขมงคลวันสำคัญปิงปองเพชรกล้า น้องนำโชค งวด 1 พ.ย. 69 เปิดเลขลูกบอลเด่น พร้อมชุด 2 ตัวจากงวดที่ 176"โนบิตะ" ได้เงินค่าขนมเท่าไหร่?สาเหตุ​ที่​ทำให้​เรา​แสบจมูก เพราะ​เหตุ​ใด?เปิด 10 อำเภอที่ดินถูกที่สุดในไทย บางพื้นที่ราคาประเมินเริ่มเพียง 10,000 บาทต่อไร่ที่ดินลาวใต้ราคาไร่ละกี่บาท คนไทยซื้อได้ไหม เปิดราคาจริงพร้อมข้อกฎหมายที่ต้องรู้ทำไมโนบิตะและเพื่อนๆ ถึงไม่ใส่ชุดนักเรียนไปโรงเรียน?รู้จักศัพท์ใหม่ Last Boss คืออะไร? ทำไมกลายเป็นคำปริศนาในคดีบุ๋ม ปนัดดา
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สาวสวยผัดข้าวจนเป็นไวรัล! ลูกค้าแห่ใช้บริการ..จนเจ้าของร้านต้องให้เลิกงานก่อนเวลาเปิด 10 อำเภอที่ดินถูกที่สุดในไทย บางพื้นที่ราคาประเมินเริ่มเพียง 10,000 บาทต่อไร่ไทยเด้ง หลวงพี่โต้ง งวด 1 พ.ย. 2569 ถอดใบแนวทางเลขเขียนมือ แยกชุด 3 ตัว เลขวงกลม และเลขวิ่งเกิดการประท้วงครั้งใหญ่ใน 34 เมืองของเยอรมนี! บางคนฉวยโอกาสจากความวุ่นวายเพื่อปล้นสะดมชาวเน็ตแห่ผวน ไวรัล ‘ป้ายร้านข้าวต้ม’ ตั้งชื่อภาษาจีน 3 คำ ดูเหมือนเป็นชื่อปกติ แต่พอผวนเท่านั้นแหละ คิดดีไม่ได้เลย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
วันฮาโลวีนห้ามส่องกระจกเพราะกลัวเจอผี? เจาะลึกตำนานสุดโรแมนติก เมื่อร้อยปีก่อนหญิงสาวโสดเคยส่องกระจกตอนเที่ยงคืนเพื่อตามหาเนื้อคู่ปฏิบัติการคาวบอยพาม้าลิปิซซาเนอร์เกือบ 400 ตัวไปยังเขตปลอดภัยของฝ่ายสหรัฐฯ ได้อย่างไร?หม้อดินอายุ 5,000 ปีเก็บร่องรอยมื้ออาหารที่ไหม้ติดก้นไว้ได้อย่างไร?ศาลยุโรปยุคกลางเคยไต่สวนหมู หนู หรือสัตว์จริงไหม และพวกมันถูกกล่าวหาเรื่องอะไร?
ตั้งกระทู้ใหม่