เมื่อเศรษฐกิจดีขึ้น คนอยากมีชีวิตอยู่ต่อ
เมื่อเศรษฐกิจดีขึ้น คนอยากมีชีวิตอยู่ต่อและอยากมีลูกมากขึ้นจริงหรือไม่? หรือการเพิ่มจำนวนประชากรแท้จริงแล้วก็คือการทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นแค่นั้นเอง
วันก่อนผมเห็นโพสต์บน X ของ อี แจ-มยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เขียนข้อความสั้น ๆ ให้กำลังใจประชาชนว่า
> “เราต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องอยู่ต่อไป”
พร้อมชวนให้คนที่กำลังเผชิญช่วงเวลายากลำบากติดต่อขอความช่วยเหลือจากภาครัฐ อ่านแล้วรู้สึกว่าเป็นข้อความธรรมดา แต่ค่อนข้างสะเทือนใจ เพราะเกาหลีใต้ยังเป็นประเทศที่มีอัตราการ ฆ่าตัวตุย สูงที่สุดในกลุ่ม OECD
มีคำพูดหนึ่งที่หลายคนชอบพูดแบบติดตลกว่า
“ปัญหาทางจิตจำนวนไม่น้อย บำบัดได้ด้วยการมีเงินมากขึ้น”
แน่นอนว่าเงินไม่ได้รักษาโรคทางจิตเวชโดยตรง แต่เงินช่วยลดตัวกระตุ้นสำคัญหลายอย่าง ทั้งหนี้สิน ค่าครองชีพ ความไม่มั่นคงในการทำงาน ค่าเช่าบ้าน ค่ารักษาพยาบาล และความรู้สึกว่าชีวิตไม่มีทางเลือก
ข้อมูลล่าสุดของเกาหลีใต้ทำให้ประโยคนี้น่าคิดขึ้นมาก
ช่วงครึ่งแรกของปี 2026 มีผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตุย 6,339 คน ลดลงจาก 7,188 คนในช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือลดลง 849 คน หรือ 11.8%
ที่น่าสนใจคือ ในจำนวนที่ลดลง 849 คนนั้น มีถึง 453 คน หรือ 53.4% ของการลดลงทั้งหมด มาจากกลุ่มที่ถูกจัดว่ามีปัญหาด้านเศรษฐกิจและการดำรงชีวิต รัฐบาลเกาหลีจึงประเมินว่า การปรับโครงสร้างหนี้ การระงับการติดตามทวงหนี้ และการช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบาง อาจมีส่วนช่วยลดแรงกดดันลง
หากย้อนดูสถิติอัตราการฆ่าตัวตุยต่อประชากรแสนคน จะเห็นภาพดังนี้
- ปี 2020: 25.7 คน
- ปี 2021: 26.0 คน
- ปี 2022: 25.2 คน
- ปี 2023: 27.3 คน
- ปี 2024: 29.1 คน
- ปี 2025: 27.8 คน
ปี 2025 มีผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตุย 14,144 คน ลดลงจากปีก่อน 728 คน หรือ 4.9% ถือเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบสามปี
แต่ก็ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าปัญหาคลี่คลายแล้ว เพราะอัตรา 27.8 ยังสูงกว่าปี 2020 และเมื่อปรับโครงสร้างอายุเพื่อเปรียบเทียบกับ OECD เกาหลีใต้อยู่ที่ 24.9 คนต่อแสนคน เทียบกับค่าเฉลี่ย OECD เพียง 10.9 คน
ที่น่ากังวลคือ อัตราในกลุ่มวัยรุ่นกลับเพิ่มขึ้น 7.5% เป็น 8.6 คนต่อแสนคน สะท้อนว่าปัญหาของคนแต่ละกลุ่มอาจมาจากคนละสาเหตุ ทั้งการแข่งขันทางการศึกษา การกลั่นแกล้ง ความสัมพันธ์ในครอบครัว และแรงกดดันทางสังคม
ในอีกด้านหนึ่ง ปี 2025 ถือเป็นปีที่ภาคเทคโนโลยีของเกาหลีใต้แข็งแกร่งมาก
การส่งออกรวมทำสถิติประมาณ 709,700 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 3.8% ขณะที่การส่งออกเซมิคอนดักเตอร์เพิ่มขึ้น 22.2% เป็นสถิติใหม่ที่ 173,400 ล้านดอลลาร์ จากความต้องการชิป AI และราคา Memory ที่สูงขึ้น
ตลาดหุ้น KOSPI เพิ่มขึ้นถึง 75.6% ตลอดปี 2025 แม้ GDP จริงจะเติบโตเพียง 1.1% และชะลอลงจาก 2.2% ในปี 2024 จึงต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจไม่ได้ดีขึ้นเท่ากันทุกภาค แต่ความมั่งคั่งจากตลาดทุน การส่งออก และอุตสาหกรรมชิปปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน
พร้อมกันนั้น อีกหนึ่งตัวเลขที่เคยลดลงต่อเนื่องอย่างหนักก็เริ่มฟื้นตัว นั่นคือ จำนวนเด็กเกิดใหม่
- ปี 2020: 272,300 คน อัตราเจริญพันธุ์ 0.84
- ปี 2021: 260,600 คน อัตราเจริญพันธุ์ 0.81
- ปี 2022: 249,200 คน อัตราเจริญพันธุ์ 0.78
- ปี 2023: 230,000 คน อัตราเจริญพันธุ์ 0.72
- ปี 2024: 238,300 คน อัตราเจริญพันธุ์ 0.75
- ปี 2025: 254,300 คน อัตราเจริญพันธุ์ 0.80
ปี 2025 จำนวนเด็กเกิดใหม่เพิ่มขึ้นถึง 6.7% จากปีก่อน แม้ยังต่ำกว่าปี 2020 และยังห่างจากระดับทดแทนประชากรที่ประมาณ 2.1 คนต่อผู้หญิงหนึ่งคนมากก็ตาม
ส่วนปี 2026 ตัวเลขระหว่างปียิ่งน่าสนใจ ช่วงเดือนมกราคมถึงกรกฎาคมมีเด็กเกิดใหม่ 170,079 คน เพิ่มขึ้น 14.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเดือนกรกฎาคมเป็นเดือนที่จำนวนเด็กเกิดเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 25
ขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมชิปยิ่งร้อนแรงกว่าเดิม เพราะเพียงครึ่งแรกของปี 2026 เกาหลีใต้ส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ถึง 192,400 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 162.6% และมากกว่ายอดส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ตลอดทั้งปี 2025 ไปแล้ว
แต่ภาพกลับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วในช่วงครึ่งหลังของปี
วันที่ 15 ตุลาคม KOSPI ร่วง 7.57% ภายในวันเดียว จนต้องหยุดการซื้อขายชั่วคราว และลงมาอยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดเดือนมิถุนายนประมาณ 40.4% ขณะที่ยอดสินเชื่อมาร์จินหรือเงินที่นักลงทุนกู้มาซื้อหุ้นอยู่สูงถึง 34.25 ล้านล้านวอน ทำให้นักลงทุนรายย่อยจำนวนมากเผชิญทั้งการขาดทุนและแรงบังคับขายหุ้น
สิ่งที่ต้องย้ำคือ ข้อความให้กำลังใจของประธานาธิบดีถูกโพสต์ขึ้น ก่อน วันที่ตลาดหุ้นร่วงหนัก จึงไม่ควรนำมาเชื่อมว่าเขาออกมาเตือนประชาชนเพราะตลาดหุ้นตกในวันที่ 15 ตุลาคมโดยตรง
แต่เมื่อมองไปข้างหน้า เหตุการณ์ตลาดหุ้นครั้งนี้อาจกลายเป็นบททดสอบที่น่าสนใจมาก
เพราะที่ผ่านมา เราเห็นสามตัวเลขเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ดูสัมพันธ์กัน
ภาคชิปและการส่งออกดีขึ้น
ผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตุยลดลง
จำนวนเด็กเกิดใหม่เพิ่มขึ้น
ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปว่าเศรษฐกิจหรือราคาหุ้นเป็นสาเหตุโดยตรง เพราะการตัดสินใจมีลูกและปัญหาสุขภาพจิตมีปัจจัยประกอบจำนวนมาก ตั้งแต่นโยบายครอบครัว จำนวนการแต่งงาน โครงสร้างประชากร ไปจนถึงระบบสวัสดิการและแรงกดดันทางสังคม
แต่หลังจาก KOSPI ร่วงลงอย่างรุนแรง นักลงทุนรายย่อยจำนวนมากขาดทุน และภาระจากการลงทุนด้วยเงินกู้เริ่มปรากฏชัด
น่าสนใจเหมือนกันว่าจะส่งผลกระทบต่ออัตราส่วนการฆ่าตัวตุยและการมีลูกของชาวเกาหลีหรือไม่
คงต้องรอดูข้อมูลทั้งปี 2026 และปี 2027 ว่าแนวโน้มที่กำลังดีขึ้นจะเดินหน้าต่อ หรือแรงกระแทกจากตลาดทุนจะส่งผ่านไปถึงความมั่นคงทางการเงิน สุขภาพจิต และการตัดสินใจสร้างครอบครัวของประชาชนมากเพียงใด
บางครั้งตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุด อาจไม่ใช่เพียง GDP การส่งออก หรือดัชนีหุ้น แต่อาจเป็นคำถามง่าย ๆ ว่า
ประชาชนยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อหรือไม่ และพวกเขายังกล้าพอที่จะพาชีวิตใหม่เข้ามาอยู่ในสังคมนี้หรือเปล่า
พริกแกงสูตรเชฟ ไม่ได้ตำเครื่องทุกอย่างพร้อมกัน
ใบเขียว งวด 1 พ.ย. 69 เผยสูตรคำนวณใหม่ พร้อมแนวทางจากกรอบตัวเลข
นามสกุลที่ซ้ำกันมากที่สุดในไทย เปิด 10 อันดับที่มีคนใช้หลักหมื่นคน
10 ชื่อ ที่คนไทยใช้มากที่สุด ชื่อเดียวมากถึงหลักแสนคน
เลขวิ่งสนามบินน้ำ งวด 1 พ.ย. 69 เปิดแนวทางเลขเด่นจากใบเขียนมือ เทียบข้อมูลอีกงวดมีเลขอะไรน่าสนใจ
โชคเงินล้าน เปิดแนวทางเลขเด็ดงวด 1 พฤศจิกายน 2569 เลขเด่น 1 และ 8 จับคู่เลขสองตัวครบชุด
ส่องเลขธูปมงคล เจ๊ฟองเบียร์ 1 พฤศจิกายน 2569
โชคลาภ..พีระมิด งวด 1 พ.ย. 69 เรียงชุดตัวเลข 4 ชั้น พร้อมแนวทางจากภาพต้นฉบับ
Win-Win คืออะไร ? เปิดแนวคิดที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์ โดยไม่จำเป็นต้องมีผู้แพ้
เทียบโพย 2 สำนัก ราชันดำ–ขุนคลังสั่งลุย งวด 1 พ.ย. 69 แยกเด็ดยอด เด็ดโคน และลุยหน้า ลุยข้าง
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
ชาวบ้านอึ้ง!! หลังพบสาวฮ่องกง เดินเปลือยกายบนถนน






