หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

ปลายฝนต้นหนาว คนป่วยง่ายขึ้น ไม่ใช่เพราะอากาศเย็นทำป่วยโดยตรง แต่เพราะไวรัสชอบอากาศแห้งและเย็น

เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี

ช่วงปลายฝนต้นหนาวทีไร หลายคนอาจเริ่มสังเกตว่าคนรอบตัวไอ จาม เป็นไข้ หรือหยุดเรียนหยุดงานกันมากขึ้น บางบ้านมีเด็กเล็กป่วย ขณะที่ในโรงเรียนและสถานที่ทำงานก็เริ่มมีคนไม่สบายต่อเนื่อง ภาพเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้าม เพราะเมื่อเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนฤดูกาล โรคติดต่อทางเดินหายใจอย่างไข้หวัดใหญ่และ RSV มักพบการระบาดได้บ่อยขึ้น

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้เตือนถึงความเสี่ยงของโรคทั้งสองชนิด โดยเฉพาะในโรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก และสถานที่ชุมชนที่ผู้คนมีโอกาสสัมผัสใกล้ชิดกัน

แต่คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมช่วงอากาศเย็นและแห้งจึงมักมาพร้อมกับการเจ็บป่วยที่เพิ่มขึ้น ทั้งที่ความจริงแล้ว อากาศเย็นเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้เราเป็นไข้หวัดโดยตรง

อากาศเย็นไม่ได้ทำให้ป่วยโดยตรง ต้องมีเชื้อก่อน

สิ่งสำคัญที่ควรเข้าใจคือ คนเราเจ็บป่วยจากโรคติดเชื้อทางเดินหายใจเพราะได้รับเชื้อไวรัส ไม่ใช่เพียงเพราะอากาศเย็นลงหรือออกไปตากฝน หากไม่มีเชื้อไวรัส อากาศเย็นเพียงอย่างเดียวก็ไม่ทำให้เกิดไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่

อย่างไรก็ตาม สภาพอากาศสามารถส่งผลต่อการอยู่รอดและการแพร่กระจายของเชื้อ รวมถึงสภาพแวดล้อมภายในทางเดินหายใจของเราได้ ขณะเดียวกัน พฤติกรรมของผู้คนในช่วงอากาศเปลี่ยนก็มีส่วนเพิ่มโอกาสสัมผัสเชื้อด้วย

จึงไม่ใช่ว่าทุกครั้งที่อุณหภูมิลดลงจะต้องเกิดการระบาด แต่เป็นช่วงที่มีหลายปัจจัยมาประกอบกัน ทำให้โรคทางเดินหายใจแพร่กระจายได้ง่ายขึ้นหากขาดการป้องกันที่เหมาะสม

สามเหตุผลที่อากาศเย็นและแห้งเอื้อต่อการแพร่เชื้อ

ไวรัสอยู่รอดและแพร่กระจายได้ดีขึ้น

งานวิจัยด้านฤดูกาลของโรคทางเดินหายใจอธิบายว่า ไวรัสไข้หวัดใหญ่สามารถอยู่รอดและแพร่กระจายได้ดีกว่าในสภาพอากาศเย็นและแห้ง เมื่อความชื้นสัมพัทธ์ต่ำ ละอองฝอยจากการไอหรือจามจะแห้งเร็วขึ้น อนุภาคมีขนาดเล็กลงและสามารถลอยค้างในอากาศได้นานขึ้น จึงเพิ่มโอกาสที่คนอื่นจะสัมผัสเชื้อในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

การทดลองการแพร่เชื้อไข้หวัดใหญ่ในสัตว์ทดลองของ Lowen และคณะ ก็พบว่าเชื้อแพร่ได้ดีในสภาพอุณหภูมิต่ำและความชื้นต่ำเช่นกัน ข้อมูลเหล่านี้ช่วยอธิบายว่าทำไมสภาพอากาศบางแบบจึงเอื้อต่อการแพร่เชื้อ แต่ไม่ได้หมายความว่าอากาศเย็นทุกครั้งจะทำให้เกิดการระบาดเสมอไป

ความชื้นต่ำอาจทำให้แนวป้องกันในทางเดินหายใจอ่อนลง

นอกจากผลต่อเชื้อไวรัสแล้ว อากาศแห้งยังส่งผลต่อร่างกายได้ด้วย เมื่อเยื่อบุทางเดินหายใจแห้ง แนวป้องกันตามธรรมชาติของร่างกายอาจทำงานได้ลดลง รวมถึงการตอบสนองของภูมิคุ้มกันเฉพาะที่

งานวิจัยของ Kudo และคณะ ในปี 2019 อธิบายถึงผลของความชื้นต่ำต่อการป้องกันเชื้อในทางเดินหายใจ ประเด็นนี้ทำให้เห็นว่า ความเสี่ยงไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเชื้อเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมที่ร่างกายต้องเผชิญด้วย

ผู้คนรวมตัวในอาคารมากขึ้น

อีกปัจจัยหนึ่งมาจากพฤติกรรม เมื่ออากาศเย็นลง ผู้คนมักใช้เวลารวมตัวกันภายในอาคารหรือสถานที่ปิดมากขึ้น หากบริเวณนั้นมีการถ่ายเทอากาศน้อย และมีผู้ติดเชื้ออยู่ด้วย โอกาสสัมผัสเชื้อก็อาจสูงขึ้นตามไปด้วย

กล่าวได้ว่า สภาพอากาศ พฤติกรรมการใช้ชีวิต และการสัมผัสเชื้อ ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำงานร่วมกัน ไม่ใช่เพียงอุณหภูมิที่ลดลงอย่างเดียว

งานวิจัยจากสวีเดนช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ของฤดูกาล

งานวิจัยของ Sundell และคณะ จากมหาวิทยาลัยโกเธนเบิร์ก ในสวีเดน ศึกษาตัวอย่างสว็อบจมูก 20,000 ตัวอย่างตลอด 3 ฤดูกาล พบว่าสัปดาห์ที่มีอากาศเย็นและแห้งมักเกิดขึ้นก่อนการเริ่มต้นระบาดของไข้หวัดใหญ่ราว 1 สัปดาห์

ข้อมูลนี้เป็นหลักฐานจากเขตอบอุ่น จึงใช้ประกอบความเข้าใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสภาพอากาศกับการระบาดได้ แต่ไม่ควรนำมาใช้เป็นกฎตายตัวสำหรับประเทศไทย เพราะสภาพภูมิอากาศและรูปแบบการระบาดของแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน

ประเทศไทยพบไข้หวัดใหญ่ได้ทั้งปี แต่บางช่วงต้องระวังมากขึ้น

ประเทศไทยอยู่ในเขตร้อน จึงสามารถพบไข้หวัดใหญ่ได้ตลอดทั้งปี แต่โดยทั่วไปมักพบมากในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว ขณะที่ไข้หวัดใหญ่และ RSV เป็นโรคทางเดินหายใจที่สามารถแพร่กระจายเป็นกลุ่มก้อนได้ หากไม่มีการป้องกันที่เหมาะสม

กลุ่มที่ควรระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว เพราะอาจมีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยรุนแรงมากกว่ากลุ่มอื่น

อาการของไข้หวัดใหญ่ที่ควรสังเกต ได้แก่ ไข้สูงเฉียบพลัน หนาวสั่น ปวดเมื่อยตามตัว ปวดศีรษะ ร่วมกับไอแห้งและเจ็บคอ ส่วน RSV ในเด็กเล็กอาจทำให้เกิดอาการรุนแรง เช่น หอบเหนื่อย หายใจมีเสียงหวีด กินนมได้น้อย หรือซึมลง

หากพบอาการรุนแรง โดยเฉพาะในเด็กเล็กหรือผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ควรรีบไปพบแพทย์ ไม่ควรรอดูอาการต่อเพียงเพราะคิดว่าเป็นหวัดตามฤดูกาล

ป้องกันด้วยหลัก “ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด”

กรมควบคุมโรคแนะนำหลักป้องกันโรคทางเดินหายใจที่จำง่ายและนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ ได้แก่

ปิด สวมหน้ากากอนามัยเมื่อมีอาการไอหรือจาม หรือเมื่อต้องอยู่ในสถานที่แออัด เพื่อลดโอกาสแพร่เชื้อไปยังผู้อื่น

ล้าง หมั่นล้างมือด้วยน้ำและสบู่เป็นประจำ โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหารและหลังสัมผัสสิ่งของที่ใช้ร่วมกัน

เลี่ยง หลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับผู้ป่วย และลดการสัมผัสใกล้ชิดเมื่อมีคนในบ้านหรือคนรอบตัวกำลังป่วย

หยุด หากป่วยควรหยุดเรียนหรือหยุดงาน พักรักษาตัว และหลีกเลี่ยงการนำเชื้อไปแพร่ให้ผู้อื่น หากอาการรุนแรงควรรีบพบแพทย์

หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคติดต่อ สามารถติดต่อสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

อากาศเปลี่ยนไม่ต้องตื่นตระหนก แต่ควรเพิ่มความระมัดระวัง

ปลายฝนต้นหนาวไม่ใช่ช่วงที่ทุกคนจะต้องป่วย และอากาศเย็นก็ไม่ใช่สาเหตุโดยตรงของไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ สิ่งที่ควรเข้าใจคือ สภาพอากาศที่เย็นและแห้งอาจเอื้อต่อการอยู่รอดและแพร่กระจายของเชื้อ ขณะที่พฤติกรรมการรวมตัวในสถานที่ปิดและแนวป้องกันของร่างกายก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย

การดูแลสุขอนามัย ล้างมืออย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับผู้ป่วย และหยุดพักเมื่อไม่สบาย จึงเป็นสิ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงได้ในช่วงนี้ โดยเฉพาะเมื่อมีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้มีโรคประจำตัวอยู่ในครอบครัว

เมื่อเข้าใจสาเหตุอย่างถูกต้อง เราก็ไม่จำเป็นต้องกลัวอากาศเย็นจนเกินไป แต่ควรยกการ์ดเรื่องสุขอนามัยขึ้นอีกนิด เพื่อดูแลตัวเองและลดโอกาสแพร่เชื้อให้คนรอบข้างในช่วงเปลี่ยนฤดูกาล

แหล่งที่มา: กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข, งานวิจัยด้านฤดูกาลของโรคทางเดินหายใจ
อ้างอิง: https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=61008&deptcode=brc
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
พีรพัฒน์ พีพี's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 19 ครั้ง
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
เนื้อหาโดย: พีรพัฒน์ พีพี
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ตำนานรักซามูไร Oda Nobunaga กับ Mori Ranmaruหวยมหาอุด 1 พ.ย. 69 เปิดเลขเด่น 4–7–8 ชี้ 7 ครบ 15 ชุดเลข 2 ตัว 6 ชุดเลข 3 ตัว พร้อมเลขระวังเบิ้ล 44–77–88รวมแนวทางเลขสัตว์นำโชค (เสือตกถังพลังเงินดี ม้าวิ่ง ม้าสีหมอก และนกตาทิพย์) วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569ไขปริศนาไม้บรรทัด ทำไมเลข 0 ไม่ชิดขอบ เผยเหตุผลที่หลายคนไม่เคยรู้ทำไมโดราเอมอนถึงเป็นสีฟ้า?เตือนสายมู! เปิด 3 วอลเปเปอร์มือถือที่ควรระวัง ข้อ 2 คนใช้เสริมดวงต้องอ่านเปิดแนวทางเลขมงคล หมอปลาย พรายกระซิบ ลุ้นโชคงวด 1 พฤศจิกายน 2569เลขปิงปอง "น้องเพชรกล้า เด็กชายนำโชค" 1 พฤศจิกายน 69รู้จัก 5 สถาบันในไทยที่เปิดสอนวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมจุดเด่นแต่ละแห่งเจาะลึกโฮมสคูลฝั่งตะวันตก ไม่มีครู ไม่มีเกรด แล้ววัดผลได้ยังไง?ไข่เสียดูยังไง? เช็ก 3 จุดก่อนกิน ระวังเสี่ยงอาหารเป็นพิษ!เลขเด็ด เลขมาเเรง เลขดัง "รวมหวยเด็ดสำนักดัง vol.3" งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ตำนานรักซามูไร Oda Nobunaga กับ Mori Ranmaruหวยมหาอุด 1 พ.ย. 69 เปิดเลขเด่น 4–7–8 ชี้ 7 ครบ 15 ชุดเลข 2 ตัว 6 ชุดเลข 3 ตัว พร้อมเลขระวังเบิ้ล 44–77–88ผัดกะเพราจานธรรมดาที่ไม่ธรรมดา! ทำไมเมนูนี้ถึงครองใจคนไทย กินได้ทุกวันไม่มีเบื่อทำไมโดราเอมอนถึงเป็นสีฟ้า?เตือนสายมู! เปิด 3 วอลเปเปอร์มือถือที่ควรระวัง ข้อ 2 คนใช้เสริมดวงต้องอ่าน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สุขภาพ
ไข่ไก่หนึ่งฟองมีโปรตีนกี่กรัม? ขนาดฟองทำให้ตัวเลขเปลี่ยนแค่ไหนคนไทยกินโซเดียมวันละเท่าไร? เทียบกับเกณฑ์แนะนำแล้วเกินแค่ไหนผู้ใหญ่หนัก 70 กก. มีเลือดราว 5 ลิตร แต่ตัวเลขไม่เท่ากันทุกคนกะพริบตาทั้งวันได้กี่ครั้ง? คิดจากเวลาตื่น ไม่ใช่ 24 ชั่วโมง
ตั้งกระทู้ใหม่