“กุ้ยหลิน” ดินแดนแห่งสายน้ำและขุนเขา ดินแดนที่แสนงดงาม ราวกับภาพวาดจากพู่กันจีนที่มีชีวิต
“กุ้ยหลิน” ดินแดนแห่งสายน้ำและขุนเขา ดินแดนที่แสนงดงาม ราวกับภาพวาดจากพู่กันจีนที่มีชีวิต
หากพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศจีนที่มีทิวทัศน์งดงามราวกับภาพวาดพู่กันจีนโบราณ ชื่อของ “กุ้ยหลิน” (Guilin) มักเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นักเดินทางทั่วโลกนึกถึง เมืองแห่งนี้มีภูเขาหินปูนรูปร่างแปลกตาตั้งตระหง่านเหนือผืนดิน สายน้ำคดเคี้ยวผ่านหุบเขา และสายหมอกที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่ตามยอดเขา จนเกิดเป็นทัศนียภาพที่ดูราวกับหลุดออกมาจากภาพวาดจีนดั้งเดิม
ความงดงามของกุ้ยหลินไม่ได้เกิดจากภูเขาเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการผสมผสานระหว่างภูมิประเทศ แม่น้ำ ทุ่งนา หมู่บ้าน และวิถีชีวิตของผู้คน จนกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้พื้นที่แห่งนี้มีชื่อเสียงมายาวนาน
มีคำกล่าวภาษาจีนที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายว่า “桂林山水甲天下” ซึ่งมีความหมายโดยประมาณว่า “ทิวทัศน์ภูเขาและสายน้ำของกุ้ยหลินงดงามเป็นเลิศใต้หล้า” คำกล่าวนี้สะท้อนให้เห็นว่าความงามของธรรมชาติที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวในยุคปัจจุบัน แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับกวี จิตรกร และนักเดินทางมาหลายชั่วอายุคน
กุ้ยหลินอยู่ที่ไหน และเหตุใดภูเขาจึงมีรูปร่างแปลกตา?
กุ้ยหลินตั้งอยู่ในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางตอนใต้ของประเทศจีน พื้นที่แห่งนี้มีชื่อเสียงจากภูมิประเทศแบบคาสต์ (Karst) ซึ่งเกิดจากกระบวนการทางธรณีวิทยาที่ทำให้น้ำค่อย ๆ ละลายและกัดเซาะหินที่ละลายได้ง่าย โดยเฉพาะหินปูน จนเกิดเป็นภูเขา หน้าผา ถ้ำ และระบบทางน้ำใต้ดินที่มีรูปร่างโดดเด่น
กระบวนการดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นเวลายาวนานมาก ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ปี น้ำฝนซึ่งมีความเป็นกรดอ่อน ๆ จากคาร์บอนไดออกไซด์ที่ละลายอยู่สามารถทำปฏิกิริยากับหินปูนได้อย่างช้า ๆ เมื่อเวลาผ่านไปหลายพันหรือหลายล้านปี ภูมิประเทศจึงค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงจนกลายเป็นยอดเขาที่มีลักษณะเฉพาะตัว
สิ่งที่ทำให้กุ้ยหลินแตกต่างจากภูเขาทั่วไปคือ ยอดเขาหินปูนจำนวนมากตั้งกระจายอยู่บนพื้นที่ค่อนข้างราบ บางลูกมีลักษณะเป็นแท่งสูง บางลูกมีฐานกว้างแล้วเรียวขึ้นด้านบน ขณะที่บางแห่งถูกกัดเซาะจนเกิดเป็นถ้ำและช่องเปิดตามธรรมชาติ
เมื่อภูเขาเหล่านี้ตั้งอยู่ท่ามกลางแม่น้ำและผืนป่าสีเขียว จึงเกิดภาพที่มีทั้งมิติ ความลึก และความนุ่มนวล โดยเฉพาะในช่วงเช้าที่มีหมอกบาง ๆ ปกคลุมยอดเขา ทำให้ทิวทัศน์ดูคล้ายภาพวาดหมึกจีนที่ใช้เส้นสายเรียบง่ายแต่สื่อความงามได้อย่างลึกซึ้ง
แม่น้ำหลีเจียง หัวใจของทิวทัศน์กุ้ยหลิน
หนึ่งในสถานที่สำคัญที่สุดของกุ้ยหลินคือแม่น้ำหลีเจียง (Li River) ซึ่งไหลผ่านภูมิประเทศหินปูนอันโดดเด่น และเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของภูมิภาค
การล่องเรือตามแม่น้ำหลีเจียงเป็นกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวนิยม เพราะสามารถชมภูเขาหินปูนที่ตั้งเรียงรายอยู่สองฝั่งแม่น้ำได้อย่างต่อเนื่อง บางช่วงแม่น้ำกว้างและสงบนิ่ง บางช่วงมีภูเขาสูงชันอยู่ใกล้ริมฝั่ง จนรู้สึกราวกับกำลังเดินทางผ่านภาพวาดธรรมชาติขนาดใหญ่
เส้นทางล่องเรือท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงเชื่อมโยงบริเวณกุ้ยหลินกับเมืองหยางซั่ว โดยระหว่างทางจะพบกับทิวทัศน์ของภูเขา ทุ่งนา หมู่บ้าน และวิถีชีวิตริมแม่น้ำ ทั้งนี้ จุดขึ้นเรือ ระยะเวลา และรูปแบบการเดินทางอาจแตกต่างกันตามบริการที่เลือก
ช่วงที่มีหมอกบางหรือแสงแดดอ่อน ๆ มักทำให้ภูเขาดูมีมิติเป็นพิเศษ ส่วนวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสก็จะเห็นสีเขียวของพืชพรรณตัดกับผืนน้ำได้อย่างชัดเจน
แม่น้ำหลีเจียงยังเป็นแรงบันดาลใจสำคัญของงานศิลปะจีน โดยเฉพาะภาพวาดภูเขาและสายน้ำที่เน้นความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติกับความว่างเปล่า ทิวทัศน์ของที่นี่จึงไม่ได้มีเพียงความสวยงามทางสายตา แต่ยังเชื่อมโยงกับสุนทรียภาพและวัฒนธรรมจีนอย่างลึกซึ้ง
เขางวงช้าง สัญลักษณ์ประจำเมืองกุ้ยหลิน
หากมีโอกาสเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองกุ้ยหลิน หนึ่งในสถานที่ที่ไม่ควรพลาดคือเขางวงช้าง (Elephant Trunk Hill) ภูเขาหินปูนที่มีรูปร่างคล้ายช้างกำลังก้มงวงลงดื่มน้ำจากแม่น้ำ
รูปร่างอันโดดเด่นนี้เกิดจากกระบวนการกัดเซาะของธรรมชาติ โดยเฉพาะบริเวณช่องเปิดระหว่างส่วนที่ดูคล้ายงวงกับลำตัวของช้าง ทำให้ภูเขามีลักษณะเหมือนประติมากรรมขนาดใหญ่ที่ธรรมชาติสร้างขึ้นเอง
เขางวงช้างตั้งอยู่บริเวณจุดบรรจบของแม่น้ำหลีเจียงกับแม่น้ำเถาฮวา และเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่ผู้คนจดจำได้ง่ายที่สุดของเมือง บริเวณโดยรอบมีพื้นที่สำหรับเดินชมทิวทัศน์และถ่ายภาพ โดยสามารถมองเห็นภูเขาจากมุมต่าง ๆ ได้ตามเส้นทางที่เปิดให้เข้าชม
นอกจากความโดดเด่นทางธรรมชาติแล้ว บริเวณนี้ยังมีความเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่น ทำให้เขางวงช้างเป็นมากกว่าภูเขารูปร่างแปลกตา แต่เป็นส่วนหนึ่งของภาพจำและอัตลักษณ์ของกุ้ยหลินที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน
ถ้ำขลุ่ยอ้อ โลกใต้ภูเขาที่เต็มไปด้วยหินงอกหินย้อย
กุ้ยหลินไม่ได้มีความงดงามเฉพาะบนพื้นดินเท่านั้น เพราะใต้ภูเขาหินปูนยังมีถ้ำธรรมชาติที่ซ่อนความมหัศจรรย์เอาไว้ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงคือถ้ำขลุ่ยอ้อ (Reed Flute Cave)
ถ้ำแห่งนี้มีหินงอกและหินย้อยหลากหลายรูปทรง เกิดจากน้ำที่ซึมผ่านรอยแตกของหินปูนและค่อย ๆ สะสมแร่ธาตุไว้ตามผนังและเพดานถ้ำเป็นเวลายาวนาน หยดน้ำแต่ละหยดอาจมีแร่แคลเซียมคาร์บอเนตติดมาด้วย เมื่อมีการสะสมต่อเนื่องก็จะก่อให้เกิดโครงสร้างหินที่ค่อย ๆ เติบโตขึ้น
ภายในถ้ำมีการจัดแสงเพื่อช่วยเน้นรูปร่างของหินและเพิ่มมิติให้กับทิวทัศน์ สีสันที่มองเห็นจากไฟประดับเป็นส่วนหนึ่งของการจัดแสดงเพื่อการท่องเที่ยว ไม่ใช่สีดั้งเดิมของหินทั้งหมด
ชื่อถ้ำขลุ่ยอ้อมีที่มาจากต้นอ้อหรือพืชจำพวกกกที่ขึ้นบริเวณใกล้เคียง ซึ่งในอดีตสามารถนำมาทำเป็นขลุ่ยได้ เมื่อรวมกับรูปร่างของหินงอกหินย้อยที่ดูคล้ายประติมากรรม จึงทำให้ถ้ำแห่งนี้กลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่สะท้อนความหลากหลายของภูมิประเทศกุ้ยหลินได้อย่างน่าสนใจ
หยางซั่ว เมืองเล็ก ๆ ท่ามกลางภูเขาและทุ่งนา
เดินทางลงไปทางใต้จากกุ้ยหลิน จะพบกับเมืองหยางซั่ว (Yangshuo) ซึ่งมีชื่อเสียงจากภูเขาหินปูน ทุ่งนา และบรรยากาศที่ผ่อนคลายกว่าตัวเมืองใหญ่
หยางซั่วเป็นจุดหมายปลายทางที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้เวลาชื่นชมธรรมชาติอย่างช้า ๆ กิจกรรมยอดนิยม ได้แก่ การปั่นจักรยานผ่านชนบท เดินเล่นตามเส้นทางเลียบแม่น้ำ ล่องแพไม้ไผ่ในบริเวณที่เปิดให้บริการ และนั่งชมวิวภูเขาจากร้านอาหารหรือที่พัก
ทิวทัศน์ในชนบทของหยางซั่วมีเสน่ห์ตรงที่ภูเขาหินปูนตั้งอยู่ท่ามกลางพื้นที่เกษตรกรรมและหมู่บ้าน ผู้มาเยือนจึงสามารถเห็นภาพชีวิตประจำวันของผู้คนควบคู่ไปกับธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นแปลงนา ทางเดินชนบท หรือบ้านเรือนที่ตั้งอยู่ตามเชิงเขา
อีกหนึ่งจุดที่มีชื่อเสียงคือถนนเวสต์สตรีท (West Street) ซึ่งมีร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านขายของที่ระลึก และธุรกิจสำหรับนักท่องเที่ยวเรียงรายอยู่ตลอดแนวถนน บรรยากาศของพื้นที่นี้ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมท้องถิ่นกับความสะดวกสบายสมัยใหม่
หยางซั่วจึงเหมาะกับทั้งผู้ที่ชอบทำกิจกรรมกลางแจ้งและผู้ที่ต้องการพักผ่อนแบบไม่เร่งรีบ แต่หากอยากสัมผัสบรรยากาศชนบทอย่างเต็มที่ การเลือกออกไปเที่ยวตามเส้นทางนอกย่านใจกลางเมืองก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ
“Impression Sanjie Liu” การแสดงกลางแจ้งที่ใช้ธรรมชาติเป็นเวที
เมื่อพระอาทิตย์ตกดิน กุ้ยหลินและหยางซั่วยังคงมีเสน่ห์ในอีกมิติหนึ่ง หนึ่งในกิจกรรมยามค่ำคืนที่มีชื่อเสียงคือการแสดงกลางแจ้ง “Impression Sanjie Liu” ซึ่งจัดขึ้นบริเวณแม่น้ำหลีเจียงในพื้นที่หยางซั่ว
การแสดงนี้มีผู้กำกับหลักคือจาง อี้โหมว (Zhang Yimou) ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวจีนที่มีชื่อเสียง โดยนำภูเขาจริง ผืนน้ำจริง และทิวทัศน์ธรรมชาติมาเป็นส่วนหนึ่งของฉากการแสดง
แทนที่จะสร้างฉากขนาดใหญ่ขึ้นมาในโรงละคร การแสดงใช้ภูมิประเทศโดยรอบเป็นฉากหลัง ผสมผสานแสง สี เสียง ดนตรี และการแสดงของนักแสดงจำนวนมาก เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวและวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับชนเผ่าจ้วง รวมถึงภาพชีวิตของผู้คนในลุ่มแม่น้ำหลีเจียง
สิ่งที่ทำให้การแสดงมีเอกลักษณ์คือความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ภูเขาและแม่น้ำไม่ได้เป็นเพียงฉากประกอบ แต่เป็นส่วนสำคัญของประสบการณ์การชม ทำให้ผู้ชมสัมผัสความยิ่งใหญ่ของภูมิประเทศได้พร้อมกับเรื่องราวบนเวที
อย่างไรก็ตาม การแสดงกลางแจ้งอาจได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศและกำหนดการของผู้จัด จึงควรตรวจสอบรอบการแสดงก่อนเดินทาง โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกหรือสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย
หมี่กุ้ยหลิน อาหารท้องถิ่นที่ไม่ควรพลาด
การเดินทางไปกุ้ยหลินจะสมบูรณ์ยิ่งขึ้นเมื่อได้ลองอาหารพื้นเมือง โดยหนึ่งในเมนูที่มีชื่อเสียงที่สุดคือหมี่กุ้ยหลิน (Guilin Rice Noodles) หรือเส้นหมี่ข้าวเจ้าที่นำมาปรุงกับเครื่องเคียงและซอสตามแบบท้องถิ่น
เส้นหมี่มีเนื้อสัมผัสนุ่มและเหนียวพอประมาณ มักเสิร์ฟพร้อมเนื้อสัตว์ ถั่วลิสง ผักดอง ต้นหอม และเครื่องปรุงต่าง ๆ ตามสูตรของแต่ละร้าน บางรูปแบบเสิร์ฟแบบแห้งคลุกซอสก่อน แล้วจึงเติมน้ำซุปตามความชอบ ขณะที่บางร้านมีรูปแบบน้ำให้เลือกด้วย
รสชาติของหมี่กุ้ยหลินมีความหลากหลาย ตั้งแต่เค็มกลมกล่อมไปจนถึงเผ็ดและเปรี้ยวเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับซอสและเครื่องปรุงที่ใช้ อาหารจานนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประจำวันของคนท้องถิ่น ไม่ใช่เพียงเมนูที่จัดขึ้นสำหรับนักท่องเที่ยวเท่านั้น
นอกจากหมี่กุ้ยหลินแล้ว ผู้มาเยือนยังสามารถลองอาหารจากวัตถุดิบท้องถิ่น เช่น ปลาแม่น้ำ ผักตามฤดูกาล และอาหารพื้นเมืองของชุมชนต่าง ๆ ในเขตกว่างซี ซึ่งมีความหลากหลายทั้งด้านรสชาติและวัฒนธรรมการกิน
กุ้ยหลินเที่ยวช่วงไหนดี?
กุ้ยหลินมีสภาพอากาศแบบกึ่งร้อนชื้น มีฤดูร้อนที่ค่อนข้างร้อนและชื้น ส่วนฤดูหนาวมักเย็นกว่า แต่โดยทั่วไปไม่ได้หนาวจัดเท่าพื้นที่ทางเหนือของจีน ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเดินทางจึงขึ้นอยู่กับว่าต้องการชมทิวทัศน์แบบใด
ฤดูใบไม้ผลิ ประมาณเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม เป็นช่วงที่อากาศเริ่มอุ่น พืชพรรณเขียวชอุ่ม และอาจพบหมอกตามภูเขาในวันที่มีความชื้นสูง โดยเฉพาะช่วงหลังฝนตก ทิวทัศน์จะมีบรรยากาศนุ่มนวลคล้ายภาพวาดจีน อย่างไรก็ตาม ฝนในฤดูนี้อาจทำให้ระดับน้ำและสภาพการเดินทางเปลี่ยนแปลงได้
ฤดูร้อน ประมาณเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม เป็นช่วงที่อากาศร้อนและมีความชื้นสูง บางช่วงมีฝนตกหนักและระดับน้ำในแม่น้ำเพิ่มขึ้น ข้อดีคือธรรมชาติยังเขียวสด แต่ควรวางแผนกิจกรรมกลางแจ้งให้เหมาะสม และติดตามประกาศเกี่ยวกับสภาพอากาศ
ฤดูใบไม้ร่วง ประมาณเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน มักเป็นช่วงที่นักเดินทางจำนวนมากสนใจ เพราะอากาศมีแนวโน้มเย็นสบายลงเมื่อเทียบกับฤดูร้อน เหมาะกับการล่องเรือ ปั่นจักรยาน และเดินชมธรรมชาติ แต่สภาพอากาศจริงอาจแตกต่างกันในแต่ละปี
ฤดูหนาว ประมาณเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ มีนักท่องเที่ยวน้อยกว่าบางช่วงของปี และอาจได้เห็นภูเขาที่มีหมอกปกคลุมอย่างสวยงาม อย่างไรก็ตาม อากาศอาจเย็นชื้น และทิวทัศน์บางวันอาจถูกบดบังด้วยเมฆหรือหมอกหนา
หากต้องการเลือกช่วงเดินทางที่เหมาะที่สุด ควรพิจารณาทั้งสภาพอากาศ จำนวนผู้คน และกิจกรรมที่ต้องการทำ เพราะไม่มีฤดูกาลใดที่รับประกันได้ว่าจะเห็นทิวทัศน์แบบเดียวกันทุกวัน
กุ้ยหลินไม่ใช่แค่เมืองท่องเที่ยว แต่คือศิลปะแห่งธรรมชาติ
เสน่ห์ของกุ้ยหลินอยู่ที่การผสมผสานระหว่างภูมิประเทศอันน่าทึ่งกับวิถีชีวิตที่ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย ภูเขาหินปูนที่เกิดจากกระบวนการทางธรณีวิทยาอันยาวนาน แม่น้ำที่ไหลผ่านหุบเขา และทุ่งนาที่เปลี่ยนสีไปตามฤดูกาล ล้วนทำให้พื้นที่แห่งนี้มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่ใด
สำหรับบางคน กุ้ยหลินคือจุดหมายปลายทางสำหรับการถ่ายภาพและล่องเรือชมธรรมชาติ สำหรับบางคน ที่นี่คือแรงบันดาลใจจากศิลปะและวัฒนธรรมจีน ขณะที่อีกหลายคนอาจมองว่าเป็นสถานที่สำหรับพักใจจากชีวิตประจำวันที่เร่งรีบ
ไม่ว่าจะเดินทางมาเพื่อเหตุผลใด สิ่งหนึ่งที่ทำให้กุ้ยหลินน่าจดจำคือความรู้สึกเมื่อได้เห็นภูเขาตั้งตระหง่านเหนือสายน้ำด้วยตาตนเอง เพราะบางครั้งธรรมชาติที่งดงามที่สุดก็ไม่จำเป็นต้องมีสีสันฉูดฉาดหรือองค์ประกอบซับซ้อน เพียงภูเขา สายน้ำ และแสงหมอกที่เปลี่ยนแปลงไปตามเวลา ก็สามารถสร้างภาพที่ตราตรึงอยู่ในความทรงจำได้
หากคุณกำลังมองหาจุดหมายปลายทางที่มีทั้งความงามของธรรมชาติ วัฒนธรรมท้องถิ่น อาหารพื้นเมือง และกิจกรรมที่หลากหลาย กุ้ยหลินกับเมืองหยางซั่วก็นับเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ของจีนที่ควรค่าแก่การทำความรู้จัก เพราะที่นี่ไม่ใช่แค่สถานที่ที่ดูเหมือนภาพวาด แต่เป็นภูมิทัศน์ที่มีชีวิตและเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลอย่างแท้จริง
เขียนโดย dukedick
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เเนวทางเลขเด่น 4 จตุรเทพ จัดให้ 1 พ.ย. 69 (อ.น๊อตตี้, ดุ่ย ภรัณฯ, อ.ไม้เอก และอ.ต้น)
พระนางมหาปชาบดีโคตมีขอบวชเป็นภิกษุณีอย่างไร?
รู้จัก 5 สถาบันในไทยที่เปิดสอนวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมจุดเด่นแต่ละแห่ง
“มังกรเมรัย” ประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ... “เลขนี้ท่านได้แต่ใดมา”
หวย 5 ภาค จับคู่เลขเด็ดชุดใหม่ เลขสวยน่าลุ้น 93-69-26 คัดเน้น ๆ เอาใจคอหวย
เปิดอันดับโลก! ประเทศไหนมีคนจบปริญญามากที่สุด? แชมป์อาจไม่ใช่ประเทศที่เราคิด
เปิด 5 มหาวิทยาลัยราชภัฏที่มีนักศึกษามากที่สุดในปี 2569 อันดับเปลี่ยนจากปีก่อนหรือไม่?
เปิดแนวทางเลข วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569..จอมขมังเวทย์
เปิดรายชื่อ 8 มหาเศรษฐีระดับโลก ที่เลือกเมืองไทยเป็นจุดหมายพักผ่อนสุดหรู
“น้ำข้าวเหนียว” เคล็ดลับความแข็งแกร่งของกำแพงเมืองจีน ภูมิปัญญาโบราณที่วิทยาศาสตร์ยังให้ความสนใจ
เลขเด็ดปี 2417 จับตาเลขเก่ามีลุ้นกลับมาซ้ำ!
เลขเด็ด "มนต์สิทธิ์" งวด 1 พฤศจิกายน 2569...ให้เลขเน้นๆ งวดนี้มาแน่!
พบครั้งแรกในอุดรธานี! รอยตีนไดโนเสาร์กินเนื้ออายุ 120 ล้านปี คาดเจ้าของรอยตัวยาวกว่า 6 เมตร
หวย 5 ภาค จับคู่เลขเด็ดชุดใหม่ เลขสวยน่าลุ้น 93-69-26 คัดเน้น ๆ เอาใจคอหวย





