หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เมื่อ AI ยิ่งเก่ง ทำไมคนมีประสบการณ์ยิ่งได้เปรียบ

โพสท์โดย tila

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ได้เปลี่ยนวิธีการทำงานของผู้คนอย่างรวดเร็ว งานที่เคยใช้เวลาหลายชั่วโมงสามารถสรุป วิเคราะห์ หรือจัดทำร่างแรกได้ภายในไม่กี่นาที ข้อมูลจาก McKinsey Global Survey ปี 2568 ระบุว่า องค์กรทั่วโลกกว่า 78% เริ่มนำ AI มาใช้ในกระบวนการทำงานแล้ว ขณะที่หลายการศึกษาพบว่าผู้ใช้งาน AI สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้เฉลี่ยราว 30-40% แต่ในโลกที่ทุกอย่างเร็วขึ้นอย่างก้าวกระโดด คำถามสำคัญกลับไม่ใช่ “ใครทำงานเร็วกว่า” อีกต่อไป แต่คือ “ใครตัดสินใจได้ดีกว่า” และนี่อาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ “การอ่าน” และ “การเรียนรู้เชิงลึก” กลับมีคุณค่ามากขึ้นในยุค AI

 

AI ไม่ได้ลดคุณค่าของประสบการณ์ แต่กำลังขยายคุณค่าของคนที่มีประสบการณ์

หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อยคือ เมื่อ AI เก่งขึ้น ความสำคัญของคนที่มีประสบการณ์จะลดลง เพราะใครๆ ก็สามารถเข้าถึงข้อมูล สร้างรายงาน หรือวิเคราะห์ข้อมูลได้ภายในเวลาไม่กี่นาที แต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริงในหลายองค์กรกลับเป็นตรงกันข้าม AI ไม่ได้ทำให้ประสบการณ์มีคุณค่าน้อยลง AI กำลังทำให้ประสบการณ์มีมูลค่าสูงขึ้นกว่าเดิม เพราะ AI สามารถสร้างคำตอบได้รวดเร็ว แต่ยังไม่สามารถเข้าใจบริบททางธุรกิจ ความซับซ้อนขององค์กร ความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ หรือผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้ครบถ้วนเหมือนมนุษย์

 

พนักงานรุ่นใหม่จำนวนมากมีทักษะด้านเทคโนโลยีสูง ใช้งาน AI ได้อย่างคล่องแคล่ว สามารถสร้างผลลัพธ์ได้รวดเร็วกว่าเดิมหลายเท่า แต่ความท้าทายที่องค์กรพบคือ การตั้งโจทย์ให้รอบด้าน การมองเห็นความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ หรือการเชื่อมโยงผลกระทบระหว่างหลายฝ่าย ยังคงต้องอาศัยประสบการณ์และวิจารณญาณที่สะสมจากการทำงานจริง ในอีกด้านหนึ่ง คนทำงานที่มีประสบการณ์สูงแต่ปฏิเสธการใช้ AI ก็ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ปลอดภัยเช่นกัน เพราะกำลังแข่งขันกับคนที่มีประสบการณ์ใกล้เคียงกัน แต่สามารถใช้ AI ช่วยลดเวลางานประจำ เพิ่มประสิทธิภาพ และขยายขอบเขตการทำงานได้มากกว่าเดิม

 

ภาพที่กำลังเกิดขึ้นจึงไม่ใช่การแข่งขันระหว่างคนรุ่นใหม่กับคนรุ่นเก่า หรือการแข่งขันระหว่างมนุษย์กับ AI แต่เป็นการแข่งขันระหว่าง “คนที่มีประสบการณ์และใช้ AI เป็น” กับ “คนที่มีเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง” คนรุ่นใหม่ที่มีทักษะดิจิทัลแต่ขาดประสบการณ์ อาจทำงานได้เร็ว แต่ยังไม่แม่นยำพอในสถานการณ์ที่ซับซ้อน ขณะที่คนมีประสบการณ์แต่ไม่เปิดรับเทคโนโลยี อาจตัดสินใจได้ดี แต่ทำงานได้ช้ากว่าความเร็วที่ธุรกิจต้องการ ผู้ชนะในยุค AI จึงไม่ใช่คนที่ใช้ AI เก่งที่สุด หรือคนที่มีประสบการณ์มากที่สุด แต่คือ “คนที่สามารถผสานทั้งสองสิ่งเข้าด้วยกันได้ดีที่สุด”

 

จากโลกที่แข่งกัน “รู้” สู่โลกที่แข่งกัน “คิด”

ในอดีต คนที่เข้าถึงข้อมูลได้มากกว่ามักได้เปรียบกว่า แต่วันนี้ AI สามารถค้นหา สรุป วิเคราะห์ และเรียบเรียงข้อมูลได้ภายในไม่กี่วินาที เมื่อข้อมูลกลายเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ง่าย ความได้เปรียบจึงไม่ได้อยู่ที่ “การรู้มากกว่า” แต่อยู่ที่ “การคิดลึกกว่า” สิ่งที่องค์กรต้องการมากขึ้น จึงไม่ใช่เพียงคนที่ตอบคำถามได้เร็ว แต่คือคนที่สามารถตั้งคำถามได้ดี มองเห็นประเด็นที่คนอื่นมองไม่เห็น และเชื่อมโยงข้อมูลที่กระจัดกระจายให้กลายเป็นการตัดสินใจที่มีคุณภาพ ในโลกที่ทุกคนมีเครื่องมือใกล้เคียงกัน ความแตกต่างจึงไม่ได้อยู่ที่ตัวเครื่องมือ แต่อยู่ที่วิธีคิดของผู้ใช้เครื่องมือ

 

ยิ่งข้อมูลหาง่าย ยิ่งต้องเข้าใจลึก

แม้ AI จะทำให้การเข้าถึงข้อมูลเป็นเรื่องง่ายขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน แต่พฤติกรรมของผู้คนกลับสะท้อนภาพที่น่าสนใจ ข้อมูลจากสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) ระบุว่า งานมหกรรมหนังสือระดับประเทศยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถดึงดูดผู้เข้าร่วมงานได้มากกว่า 1.3 ล้านคน และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 500 ล้านบาทต่อครั้ง ขณะที่มูลค่าตลาดหนังสือไทยยังอยู่ในระดับมากกว่า 20,000 ล้านบาท

 

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า แม้ข้อมูลจะเข้าถึงได้ง่ายขึ้น แต่ความต้องการเรียนรู้เชิงลึกไม่ได้ลดลง เพราะผู้คนเริ่มตระหนักว่า “ข้อมูล” และ “ความเข้าใจ” ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน โลกกำลังเข้าสู่ยุคที่ข้อมูลมีมากขึ้นทุกวัน แต่ความสามารถในการตีความ วิเคราะห์ และนำไปใช้กลับกลายเป็นทรัพยากรที่หายากขึ้น

 

แล้วการอ่านสำคัญตรงไหน?

หาก AI คือเครื่องมือที่ช่วยให้เราทำงานได้เร็วขึ้น การอ่านคือเครื่องมือที่ช่วยให้เราคิดได้ดีขึ้น ประสบการณ์ไม่ได้เกิดจากจำนวนปีที่ทำงานเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการสะสมมุมมอง บทเรียน และความเข้าใจที่หลากหลาย “หนังสือ” จึงเปรียบเสมือนทางลัดของประสบการณ์ หนังสือหนึ่งเล่มอาจใช้เวลาอ่านเพียงไม่กี่วัน แต่สามารถถ่ายทอดบทเรียนที่ผู้เขียนใช้เวลาสะสมมาหลายสิบปี ยิ่ง AI ทำให้งานเชิงเทคนิคหลายอย่างใช้เวลาน้อยลงเท่าไร คนทำงานก็ยิ่งต้องใช้เวลามากขึ้นกับงานที่ต้องอาศัยวิจารณญาณ ความคิดเชิงกลยุทธ์ และการตัดสินใจ ซึ่งเป็นทักษะที่ไม่สามารถพัฒนาได้จากการเสพข้อมูลแบบผิวเผิน แต่เกิดจากการเรียนรู้เชิงลึกอย่างต่อเนื่อง

“เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมสนับสนุนการเข้าถึงองค์ความรู้ผ่านสิทธิพิเศษในร้านหนังสือชั้นนำอย่างต่อเนื่อง เพราะเชื่อว่าการอ่านไม่ใช่เพียงกิจกรรมยามว่าง แต่คือการลงทุนในทุนมนุษย์ (Human Capital) ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของศักยภาพการแข่งขันในเศรษฐกิจยุคใหม่ สำหรับสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีที่ต้องการลงทุนกับตัวเองผ่านการอ่าน สามารถเลือกซื้อหนังสือจากร้านหนังสือและแพลตฟอร์มชั้นนำ พร้อมรับสิทธิพิเศษในหมวดหนังสือ เพื่อเปลี่ยนทุกการอ่านให้เป็นอีกหนึ่งการลงทุนที่ช่วยต่อยอดศักยภาพของตัวเองในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

 

การลงทุนที่ให้ผลตอบแทนทบต้นมากกว่าที่คิด

ในโลกการเงิน เราคุ้นเคยกับคำว่า “ผลตอบแทนทบต้น” แต่ในความเป็นจริง การพัฒนาตัวเองก็ให้ผลตอบแทนในลักษณะเดียวกัน การอ่านในวันนี้อาจไม่ได้สร้างผลลัพธ์ในทันที แต่สามารถเปลี่ยนวิธีคิด คุณภาพการตัดสินใจ และโอกาสในอนาคตได้อย่างต่อเนื่อง AI อาจทำให้ต้นทุนของ “ข้อมูล” ลดลงอย่างมหาศาล แต่ไม่ได้ทำให้คุณค่าของ “วิจารณญาณ” ลดลงตามไปด้วย ในทางกลับกัน ยิ่งทุกคนเข้าถึงคำตอบได้ง่ายขึ้นเท่าไร คนที่ตั้งคำถามได้ดีกว่า คิดได้ลึกกว่า และตัดสินใจได้แม่นยำกว่า ก็ยิ่งมีคุณค่ามากขึ้นเท่านั้น และนั่นคือเหตุผลที่ในยุค AI การอ่านไม่ใช่เรื่องของการหาข้อมูล แต่คือการสร้างวิธีคิดที่แตกต่าง เพราะท้ายที่สุดแล้ว AI อาจช่วยให้เราทำงานได้เร็วขึ้น แต่การอ่านยังคงเป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการทำให้เราคิดได้ดีขึ้น

ขอบคุณเนื้อหา และสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่: https://www.marketplus.in.th/content/detail.php?id=41857
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
tila's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 5 ครั้ง
โพสท์โดย tila
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
วาติกันเผยผลตรวจ พบมะเร็งปอด ในร่างกายของสมเด็จพระสันตะปาปาลีโอจังหวัดเดียวของประเทศไทย ที่ไม่มี พื้นที่ติดกับจังหวัดอื่นเลยกระรอกบินไซบีเรียน นักร่อนตัวจิ๋วดวงตากลมโตแห่งผืนป่ายูเรเชีย108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียงส่องแนวทาง 3 เจ้าพ่อดังเปิดเลขเด่นชนสนั่น วันที่ 16 ตุลาคม 2569สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 16/10/69ย้อนตำนานลอตเตอรี่ไทย เลขรางวัลที่ 1 ครั้งแรกคืออะไร ได้เงินรางวัลเท่าไร?รู้จัก “ซาฟฟรอน มายา สนูค” สาวไทยผงาด Miss Global 2026 โปรไฟล์ไม่ธรรมดา จบเกียรตินิยมอันดับ 1 จากอังกฤษสนามบินแห่งเดียวของไทย ที่ตัวสนามบินตั้งอยู่ในเขต 2 จังหวัดแพนแพนพารวย งวด 16 ตุลาคม 2569 เปิดเลขเด่น 1-9 พร้อมตารางสูตรและเลขเน้นพิเศษรู้หรือไม่? ประเทศเพื่อนบ้านชาติไหนมีพรมแดนติดไทยยาวที่สุดนิวตันทำนายโลกแตกปี 2060 จริงหรือ ? เปิดบันทึกโบราณที่คนจำนวนมากเข้าใจผิด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
“ฮุน มาเนต” เห็นด้วยเพิ่มศิลปะเขมรให้ “ฝ่ามือแห่งความสุข” แลนด์มาร์กใหม่กำปอต นักท่องเที่ยวแห่เช็กอินคึกคักอำเภอที่มีคนอยู่น้อยกว่า 5000 คน เพียง 2 อำเภอเท่านั้นในไทย“มะขวิด” ผลไม้โบราณหาทานยาก ผลกลมเปลือกแข็ง กลิ่นหอมเฉพาะตัวที่คนรุ่นใหม่อาจไม่คุ้นเคยวาติกันเผยผลตรวจ พบมะเร็งปอด ในร่างกายของสมเด็จพระสันตะปาปาลีโอรีวิว The HOBBIT An Unexpected Journey กับการผจญภัยสุดคาดคิด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
🫒 น้ำมันมะกอกใช้ในครัวอย่างไร ให้ใส่ใจทั้งชนิดและปริมาณสนามบินแห่งเดียวของไทย ที่ตัวสนามบินตั้งอยู่ในเขต 2 จังหวัดนิวตันทำนายโลกแตกปี 2060 จริงหรือ ? เปิดบันทึกโบราณที่คนจำนวนมากเข้าใจผิดมนุษย์อยู่ได้เพราะสงคราม ถ้าไม่มีสงครามมนุษย์จะตาย ทฤษฎีนี้จริงไหม
ตั้งกระทู้ใหม่