ก้อนหินที่ดูเหมือน “กบยักษ์” และอยู่ในป่ามานานกว่าศตวรรษ
🐸 ก้อนหินที่ดูเหมือน “กบยักษ์” และอยู่ในป่ามานานกว่าศตวรรษ
ในป่าอันเงียบสงบของรัฐนิวแฮมป์เชียร์ สหรัฐอเมริกา มีก้อนหินแกรนิตขนาดใหญ่ก้อนหนึ่งซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางต้นไม้ และถ้ามองจากมุมที่เหมาะสม รูปร่างของมันจะทำให้เราต้องหยุดมองอีกครั้ง เพราะมันดูคล้ายกับ กบยักษ์ที่กำลังหมอบตัวอยู่บนพื้นป่า อย่างน่าประหลาด
ก้อนหินก้อนนี้มีชื่อว่า Frog Rock ตั้งอยู่ในเมือง New Boston, New Hampshire และมีความสูงประมาณ 10 ฟุต หรือราว 3 เมตร ที่น่าสนใจคือมันไม่ได้เกิดจากฝีมือของช่างแกะสลักแต่อย่างใด แต่เป็นก้อนหินธรรมชาติที่มีรูปร่างและรอยแตกบนผิวหินซึ่งเมื่อมองจากบางมุม กลับทำให้เกิดภาพคล้ายส่วนหัว ลำตัว และท่าทางของกบขึ้นมาเอง
ความน่าสนใจของ Frog Rock ไม่ได้หยุดอยู่ที่รูปร่างประหลาดของมัน เพราะก้อนหินแห่งนี้มีเรื่องราวอยู่กับชุมชนมายาวนานกว่าร้อยปี
ข้อมูลจาก New Boston Historical Society ระบุว่า Frog Rock เป็นก้อนหินแกรนิตขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมือง และในอดีตมันไม่ได้ถูกปกคลุมด้วยป่าทึบเหมือนในปัจจุบัน บริเวณโดยรอบเคยเปิดโล่งมากกว่า ทำให้ผู้คนสามารถมองเห็นก้อนหินได้อย่างชัดเจน
ในช่วงศตวรรษที่ 19 Frog Rock เคยเป็นสถานที่ที่ผู้คนเดินทางมาเยี่ยมชม โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังพื้นที่ชนบทของนิวแฮมป์เชียร์เพื่อพักผ่อนในช่วงฤดูร้อน มีการเล่าถึงผู้คนที่เดินทางมาด้วยรถม้าเพื่อมาปิกนิกและชมก้อนหินประหลาดนี้ และในยุคนั้นมันถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวเล็ก ๆ ที่น่าสนใจของพื้นที่
Frog Rock ยังเคยปรากฏอยู่ในสื่อประชาสัมพันธ์ของ Mont Vernon Grand Hotel โดยใช้ชื่อว่า “Bullfrog Rock” เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มาพักยังโรงแรมอีกด้วย
หลักฐานเกี่ยวกับความเก่าแก่ของสถานที่แห่งนี้ยังปรากฏในงานเขียนเก่าอีกด้วย ภาพถ่ายร่วมสมัยในปัจจุบันเผยให้เห็นว่ามีบทกวีของ John Foster จากปี 1908 ที่กล่าวถึง Frog Rock โดยบรรยายให้ก้อนหินเปรียบเสมือนสิ่งที่ยังคงยืนมองพื้นที่รอบตัวอยู่ ขณะที่สิ่งก่อสร้างและชุมชนในอดีตได้เปลี่ยนแปลงหรือสูญหายไปแล้ว
นั่นหมายความว่า Frog Rock ไม่ใช่เพียงก้อนหินที่เพิ่งถูกค้นพบในยุคปัจจุบัน แต่เป็นสถานที่ที่ผู้คนในพื้นที่รู้จักกันมานานกว่าศตวรรษ และรูปร่างอันเป็นเอกลักษณ์ของมันก็ยังคงอยู่จนถึงทุกวันนี้
แล้วธรรมชาติสร้าง “กบ” ตัวนี้ขึ้นมาได้อย่างไร?
คำตอบไม่ได้เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตหรือความเชื่อเหนือธรรมชาติ แต่เป็นผลจากกระบวนการทางธรณีวิทยา ก้อนหินแกรนิตขนาดใหญ่สามารถเกิดรอยแตกและการผุพังตามธรรมชาติ เมื่อเวลาผ่านไป น้ำ อุณหภูมิ น้ำแข็ง การกัดกร่อน และกระบวนการทางธรรมชาติอื่น ๆ จะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงพื้นผิวและขอบของหิน
เมื่อรอยแตกและพื้นผิวเหล่านั้นมาประกอบกันในตำแหน่งที่พอดี มนุษย์จึงสามารถมองเห็นเป็นรูปร่างที่คุ้นเคย เช่น ใบหน้า สัตว์ หรือสิ่งของต่าง ๆ ปรากฏการณ์ที่สมองมนุษย์มองเห็นรูปแบบที่คุ้นเคยจากสิ่งที่ไม่มีรูปร่างแน่นอนนี้เรียกว่า pareidolia
สำหรับ Frog Rock รูปร่างโดยรวมของก้อนหินที่เอียงไปด้านหนึ่ง ประกอบกับส่วนที่ยื่นออกมาและรอยแตกบนพื้นผิว ทำให้เมื่อมองจากมุมหนึ่ง ภาพของ “กบที่กำลังหมอบ” ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน จนแทบอดไม่ได้ที่จะจินตนาการว่ามันมีหัว ลำตัว และขาของกบอยู่จริง
แต่ก้อนหินที่เคยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของผู้คนในอดีตกลับค่อย ๆ ถูกป่ากลืนเข้าไป
เมื่อเวลาผ่านไป พื้นที่โดยรอบเปลี่ยนจากภูมิประเทศที่เปิดโล่งกลายเป็นป่า ต้นไม้เติบโตขึ้นจนบดบังทัศนวิสัย และสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ ๆ ก็เข้ามาดึงความสนใจของผู้คน Frog Rock จึงค่อย ๆ กลายเป็นสถานที่ลึกลับที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก แม้ว่าก้อนหินขนาดมหึมาจะยังคงอยู่ที่เดิมก็ตาม
ปัจจุบัน Frog Rock ยังคงซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางผืนป่าของ Frances Hildreth Towne Memorial Forest ใน New Boston ผู้ที่เดินทางเข้าไปชมจะต้องเดินตามเส้นทางในป่าเข้าไปจึงจะพบกับก้อนหินประหลาดนี้
และเมื่อยืนอยู่ตรงหน้า Frog Rock สิ่งที่น่าทึ่งอาจไม่ใช่เพียงคำถามว่า “มันเหมือนกบจริงหรือ?” แต่คือการได้เห็นว่าธรรมชาติสามารถสร้างรูปร่างบางอย่างที่ทำให้มนุษย์จินตนาการเชื่อมโยงไปถึงสิ่งมีชีวิตได้อย่างน่าประหลาด
ไม่มีใครนำหินก้อนนี้มาแกะสลัก ไม่มีใครสร้างหัวกบหรือขากบขึ้นมา เพียงแค่ก้อนหินธรรมดาที่ผ่านกาลเวลา รอยแตก การผุพัง และกระบวนการทางธรรมชาติ จนในที่สุดเกิดรูปร่างที่ดูเหมือนสัตว์ตัวหนึ่งกำลังนั่งหมอบอยู่ในป่า
กว่าร้อยปีผ่านไป Frog Rock ยังคงอยู่ตรงนั้น ขณะที่โลกภายนอกเปลี่ยนแปลงไปมากมาย
ต้นไม้เติบโต เมืองขยายตัว นักท่องเที่ยวเปลี่ยนสถานที่ท่องเที่ยว และเรื่องราวในอดีตค่อย ๆ เลือนหาย แต่ก้อนหินแกรนิตรูปร่างประหลาดก้อนนี้ยังคงนั่งนิ่งอยู่ในป่า ราวกับ “กบยักษ์” ที่เฝ้ามองกาลเวลาผ่านไปอย่างเงียบ ๆ
บางครั้ง สิ่งมหัศจรรย์ของธรรมชาติอาจไม่ได้อยู่ในสถานที่ยิ่งใหญ่หรือภูเขาสูงตระหง่าน แต่อาจเป็นเพียงก้อนหินก้อนหนึ่งที่บังเอิญมีรูปร่างเหมือนสิ่งที่เราคุ้นเคย และเมื่อก้อนหินนั้นยังคงอยู่มานานกว่าหนึ่งศตวรรษ เรื่องราวธรรมดาก้อนหนึ่งก็กลายเป็นประวัติศาสตร์เล็ก ๆ ของชุมชนไปโดยไม่รู้ตัว
เขียนโดย dukedicknarak
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
จังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียว
เริ่มเทศกาลกินเจวันแรก ม้าทรงแห่รับพระกลางทะเลคึกคัก
ทำไมเงินไทยถึงเรียกว่า “บาท” ทั้งที่หลายประเทศใช้คำว่า ดอลลาร์ ปอนด์ หรือเยน?
ทำไมประเทศนี้จึงเขียน Laos แต่ออกเสียง ลาว
10 จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุดในไทย ทำไมบางพื้นที่ยังเผชิญความยากจน
เปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!
วัดถ้ำเชตวัน อันซีนเมืองน่าน วัดงามกลางหุบเขาที่รวมศิลปะล้านนาและพม่าไว้ด้วยกัน
ซื้อรถ EV วันนี้ ต้องคิดค่าซ่อมและราคาขายต่อแค่ไหน
เปิดอันดับกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชีย ปี 2569
เปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทย
เลโซโท ดินแดนแห่งท้องฟ้าคราม ประเทศที่ทุกพื้นที่อยู่เหนือระดับน้ำทะเลมากกว่า 1,000 เมตร
Anogramma ascensionis เฟิร์นจิ๋วผู้รอดชีวิตจากการสูญพันธุ์
10 จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุดในไทย ทำไมบางพื้นที่ยังเผชิญความยากจน
เคยเป็นไหม? อาการ เปิดตู้เย็นแล้วลืมว่าจะมาหยิบอะไร เกิดจากอะไรกันแน่?
เปิด 5 จังหวัดที่มีทุเรียนราคาสูงที่สุดในไทย จังหวัดไหนครองตลาดพรีเมียม
เริ่มเทศกาลกินเจวันแรก ม้าทรงแห่รับพระกลางทะเลคึกคัก
วัดถ้ำเชตวัน อันซีนเมืองน่าน วัดงามกลางหุบเขาที่รวมศิลปะล้านนาและพม่าไว้ด้วยกัน
ซื้อรถ EV วันนี้ ต้องคิดค่าซ่อมและราคาขายต่อแค่ไหน
ไขปริศนาความเชื่อโบราณ ทำไมห้ามตัดเล็บตอนกลางคืน มีเหตุผลอะไรซ่อนอยู่?
เคยเป็นไหม? อาการ เปิดตู้เย็นแล้วลืมว่าจะมาหยิบอะไร เกิดจากอะไรกันแน่?
บทบาท บทเรียน และข้อท้าทายของกิจกรรมจิตอาสาภาคประชาชนในการส่งเสริมสังคมและสิ่งแวดล้อม
เปิดความลับ ทำไมชาบูและหมูกระทะถึงเยียวยาจิตใจเราได้ดีที่สุดในวันเหนื่อยๆ?
