5 อบต. ที่มีรายได้จากการจัดเก็บเองสูง ตัวเลขห่างจากที่อื่นแค่ไหน?
โดยทั่วไปเมื่อพูดถึงรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หลายคนอาจนึกถึงตัวเลขงบประมาณหลายร้อยล้านบาท แต่เงินจำนวนดังกล่าวไม่ได้มาจากการจัดเก็บของท้องถิ่นทั้งหมด เพราะรายได้ของ อบต. แบ่งออกเป็นหลายส่วน ทั้งเงินที่จัดเก็บเอง เงินที่รัฐบาลจัดสรรให้ และเงินอุดหนุนจากภาครัฐ
ข้อมูลรายได้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มีการจัดเก็บข้อมูลรายได้แยกตามปีงบประมาณ และชุดข้อมูลวิเคราะห์รายได้จัดเก็บเองครอบคลุมถึงปี 2568
แต่หากต้องการดูตัวเลขที่มีรายละเอียดแยกองค์ประกอบชัดเจน ปี 2567 เป็นอีกชุดข้อมูลที่น่าสนใจมาก เพราะพบว่า อบต. บางแห่งสามารถจัดเก็บรายได้ด้วยตัวเองได้ มากกว่า 300–400 ล้านบาทต่อปี
1. อบต.มาบยางพร จ.ระยอง — 410.45 ล้านบาท
ตัวเลขอันดับต้น ๆ ที่โดดเด่นคือ องค์การบริหารส่วนตำบลมาบยางพร จังหวัดระยอง ซึ่งในปีงบประมาณ 2567 มีรายได้ที่จัดเก็บเองประมาณ 410.45 ล้านบาท
ตัวเลขนี้น่าสนใจอย่างมาก เพราะรายได้รวมของ อบต.มาบยางพรอยู่ที่ประมาณ 624.55 ล้านบาท หมายความว่าเงินที่ อบต.จัดเก็บเองคิดเป็นสัดส่วนราว 65.7% ของรายได้รวม
รายได้ที่จัดเก็บเองระดับกว่า 410 ล้านบาท ทำให้มาบยางพรเป็นตัวอย่างของ อบต. ที่มีฐานเศรษฐกิจในพื้นที่แข็งแรง และสามารถสร้างรายได้เข้าสู่ท้องถิ่นด้วยตัวเองในสัดส่วนสูง
เมื่อเทียบกับอันดับ 5 อย่างราชาเทวะ ตัวเลขของมาบยางพรสูงกว่าประมาณ 179.21 ล้านบาท หรือเกือบ 1.8 เท่า
2. อบต.บางโฉลง จ.สมุทรปราการ — 408.76 ล้านบาท
อันดับถัดมาคือ อบต.บางโฉลง จังหวัดสมุทรปราการ มีรายได้จัดเก็บเองประมาณ 408.76 ล้านบาท
ตัวเลขของบางโฉลงแทบจะไล่จี้มาบยางพร เพราะต่างกันเพียงประมาณ 1.69 ล้านบาท เท่านั้น
ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ รายได้รวมของบางโฉลงอยู่ที่ประมาณ 673.18 ล้านบาท โดยรายได้ที่จัดเก็บเองคิดเป็นประมาณ 60.7% ของรายได้รวม
จึงเห็นได้ว่า อบต.แห่งนี้ไม่ได้มีรายได้สูงเพราะเงินอุดหนุนจากรัฐบาลเป็นหลัก แต่มีสัดส่วนรายได้ที่ท้องถิ่นจัดเก็บเองค่อนข้างมากด้วย
3. อบต.บางพลีใหญ่ จ.สมุทรปราการ — 385.19 ล้านบาท
อันดับ 3 คือ อบต.บางพลีใหญ่ จังหวัดสมุทรปราการ มีรายได้จัดเก็บเองประมาณ 385.19 ล้านบาท
แม้จะอยู่อันดับ 3 ในด้านเงินที่จัดเก็บเอง แต่เมื่อดู “รายได้รวม” กลับขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งของกลุ่ม อบต. โดยมีรายได้รวมประมาณ 1,027.83 ล้านบาท
โครงสร้างรายได้ของบางพลีใหญ่ประกอบด้วยรายได้จัดเก็บเองประมาณ 385.19 ล้านบาท เงินรัฐจัดสรรประมาณ 494.96 ล้านบาท และเงินอุดหนุนประมาณ 147.69 ล้านบาท
นั่นทำให้เห็นความแตกต่างระหว่างคำว่า “รายได้รวมสูงที่สุด” กับ “จัดเก็บเองสูงที่สุด” ได้อย่างชัดเจน เพราะ อบต.บางพลีใหญ่มีรายได้รวมทะลุ 1,000 ล้านบาท แต่ไม่ได้เป็นอันดับหนึ่งเมื่อวัดเฉพาะเงินที่จัดเก็บเอง
4. อบต.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ — 344.96 ล้านบาท
อันดับ 4 คือ อบต.บางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ มีรายได้จัดเก็บเองประมาณ 344.96 ล้านบาท
เมื่อรวมเงินจากทุกแหล่งแล้ว อบต.บางเสาธงมีรายได้รวมประมาณ 663 ล้านบาท
ดังนั้น เงินที่จัดเก็บเองคิดเป็นประมาณ 52.0% ของรายได้รวม ซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่ง
อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ พื้นที่ที่มีรายได้จัดเก็บเองสูงไม่ได้กระจายตัวเท่า ๆ กันทั่วประเทศ แต่กลุ่มที่มีฐานเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม ธุรกิจ และพื้นที่เมืองขนาดใหญ่สามารถสร้างรายได้ท้องถิ่นได้โดดเด่น โดยในชุด 5 อบต. รายได้รวมสูงสุดปี 2567 มีถึง 4 แห่งที่อยู่ในจังหวัดสมุทรปราการ
5. อบต.ราชาเทวะ จ.สมุทรปราการ — 231.24 ล้านบาท
อันดับ 5 คือ อบต.ราชาเทวะ จังหวัดสมุทรปราการ มีรายได้จัดเก็บเองประมาณ 231.24 ล้านบาท
รายได้รวมในปีเดียวกันอยู่ที่ประมาณ 574.62 ล้านบาท โดยมีเงินรัฐจัดสรรประมาณ 274.65 ล้านบาท และเงินอุดหนุนประมาณ 68.73 ล้านบาท
จุดที่น่าสนใจคือ แม้ราชาเทวะจะมีรายได้จัดเก็บเองน้อยกว่าสี่แห่งแรก แต่ก็ยังอยู่ในระดับกว่า 230 ล้านบาทต่อปี ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับ อบต.จำนวนมากที่มีรายได้จัดเก็บเองเพียงหลักล้านหรือหลักสิบล้านบาท
ข้อมูลของราชาเทวะยังแสดงให้เห็นว่าในปี 2567 รายได้จัดเก็บเองจริงอยู่ที่ 231.24 ล้านบาท ก่อนที่เทศบาลจะนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้เป็นฐานในการจัดทำประมาณการปีต่อ ๆ ไป
5 แห่งนี้รวมกันจัดเก็บเองกว่า 1,780 ล้านบาท
เมื่อนำรายได้ที่ อบต.ทั้ง 5 แห่งจัดเก็บเองมารวมกัน จะอยู่ที่ประมาณ 1,780.60 ล้านบาท
และถ้าเรียงเฉพาะตัวเลข “จัดเก็บเอง” จะเห็นความแตกต่างดังนี้
มาบยางพร 410.45 ล้านบาท
บางโฉลง 408.76 ล้านบาท
บางพลีใหญ่ 385.19 ล้านบาท
บางเสาธง 344.96 ล้านบาท
ราชาเทวะ 231.24 ล้านบาท
อันดับ 1 กับอันดับ 2 ต่างกันเพียง 1.69 ล้านบาท เท่านั้น เรียกได้ว่าสูสีกันมาก ขณะที่อันดับ 1 กับอันดับ 5 ต่างกันถึงประมาณ 179.21 ล้านบาท
ที่น่าสนใจคือ หากเปลี่ยนจากการวัด “จัดเก็บเอง” ไปเป็น “รายได้รวม” อันดับจะเปลี่ยนทันที โดยบางพลีใหญ่ขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งด้วยรายได้รวมกว่า 1,027.83 ล้านบาท ขณะที่มาบยางพรอยู่ที่ประมาณ 624.55 ล้านบาท
ตัวเลขเหล่านี้จึงสะท้อนให้เห็นว่า อบต.ที่มีรายได้รวมสูง ไม่จำเป็นต้องเป็น อบต.ที่จัดเก็บรายได้เองสูงที่สุดเสมอไป เพราะรายได้รวมยังมีเงินจากรัฐจัดสรรและเงินอุดหนุนเข้ามาประกอบด้วย
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ 4 ใน 5 แห่งที่มีรายได้รวมสูงสุดในปี 2567 อยู่ใน จังหวัดสมุทรปราการ ส่วนอีกแห่งคือมาบยางพรในจังหวัดระยอง ซึ่งทั้งสองพื้นที่ล้วนมีฐานเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และกิจกรรมทางธุรกิจที่สำคัญ จึงเห็นความแตกต่างด้านศักยภาพการจัดเก็บรายได้ของท้องถิ่นได้ค่อนข้างชัดเจน
ดังนั้น หากดูเฉพาะ “เงินที่ท้องถิ่นหาและจัดเก็บเอง” ตัวเลขระดับ 300–400 ล้านบาทต่อปี ถือว่าน่าสนใจมาก และยังทำให้เห็นภาพอีกด้านของเศรษฐกิจไทยว่า นอกจากจังหวัดหรือเทศบาลขนาดใหญ่แล้ว อบต.บางแห่งที่อยู่ในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญก็สามารถสร้างรายได้เข้าสู่ท้องถิ่นด้วยตัวเองได้ในระดับหลายร้อยล้านบาทต่อปี
รู้หรือไม่? การถ่ายภาพเอกสารราชการบางประเภทต้องระวังเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล เปิดเอกสารไว้บนมือถือก็อาจมีข้อมูลสำคัญกว่าที่คิด
เปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!
รู้หรือไม่ ชื่อของคนไทย เมื่อก่อนตั้งได้ แต่เดี๋ยวนี้ห้าม
5 จังหวัด ที่ดินราคาประเมินถูกที่สุดในไทย ตารางวาเริ่มต้นหลักสิบมีจริง
เปิดข้อห้ามการใช้โดรนในไทย พื้นที่ไหนต้องระวังเป็นพิเศษ?
โรงแรมขนาดยักษ์ที่ใหญ่ที่สุด มีห้องพักมากสุดอันดับ 1 ในไทย
จังหวัดอันดับ 1 ของไทย ที่โดดเด่นมากที่สุดเรื่องการปลูกทุเรียน
เปิดหมดใจ “เต วรากร” ไม่ติดแฟนสาววัย 28 มีลูกก็ไม่ใช่ปัญหา ครอบครัวไฟเขียว ลั่นยังไงก็ไม่ทิ้งบอล
รู้หรือไม่? 7 สิ่งที่ห้ามนำเข้าประเทศไทย หากฝ่าฝืนอาจมีความผิด
เปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทย
เตือนคนทำงานออฟฟิศ! “Office Syndrome” ไม่ใช่แค่ปวดคอบ่าไหล่ แต่ทำไมถึงทำให้ “เวียนหัว ตาพร่า หายใจไม่อิ่ม”?
รพ.พังงาเคลียร์ชัด! คลิปผู้ป่วยค้ำพื้นไม่ใช่ถูกปล่อยทิ้ง ยืนยันกำลังนำรถเข็นมาให้ พร้อมเตือนปมข้อมูลบิดเบือน
รู้หรือไม่? การถ่ายภาพเอกสารราชการบางประเภทต้องระวังเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล เปิดเอกสารไว้บนมือถือก็อาจมีข้อมูลสำคัญกว่าที่คิด
เปิดหมดใจ “เต วรากร” ไม่ติดแฟนสาววัย 28 มีลูกก็ไม่ใช่ปัญหา ครอบครัวไฟเขียว ลั่นยังไงก็ไม่ทิ้งบอล
เตือนคนทำงานออฟฟิศ! “Office Syndrome” ไม่ใช่แค่ปวดคอบ่าไหล่ แต่ทำไมถึงทำให้ “เวียนหัว ตาพร่า หายใจไม่อิ่ม”?
เปิดกฎหมายเกี่ยวกับการบันทึกเสียง ถ่ายคลิป และนำไปเผยแพร่ รู้ไว้ก่อนโพสต์
เปิดข้อห้ามเกี่ยวกับบุหรี่ในสถานที่สาธารณะของไทย สูบตรงไหนเสี่ยงถูกปรับ 5,000 บาท
เปิดข้อห้ามเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่สาธารณะ ดื่มตรงไหนต้องระวัง รู้ไว้ก่อนเสียค่าปรับ
รู้หรือไม่? การถ่ายภาพเอกสารราชการบางประเภทต้องระวังเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล เปิดเอกสารไว้บนมือถือก็อาจมีข้อมูลสำคัญกว่าที่คิด