เงินเดือนเท่านี้ เช่าห้องเท่าไหร่ถึงไม่เหนื่อย เปิดสูตร 25–30% ก่อนเงินเดือนหายทั้งเดือน
เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านบทความหนึ่งเกี่ยวกับการวางแผนค่าเช่าห้องสำหรับมนุษย์เงินเดือนแล้วเห็นว่า เป็นเรื่องใกล้ตัวที่หลายคนมองข้าม เพราะบางครั้งเราไม่ได้ลำบากจากค่าเช่าเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะค่าใช้จ่ายทุกอย่างรวมกันจนเงินเดือนแทบไม่เหลือ
หลักง่าย ๆ ที่ใช้เป็นแนวทางได้ คือ พยายามควบคุม ค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัยให้อยู่ราว 30% หรือต่ำกว่าของรายได้ โดยเกณฑ์ 30% เป็นตัวเลขที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในการประเมินภาระค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัย ส่วนเกิน 30% ถือว่าเริ่มมีภาระสูงขึ้น และหากสูงมากกว่านั้น ความเสี่ยงต่อสภาพคล่องก็ยิ่งเพิ่มขึ้น
ดังนั้น หากมีเงินเดือน 30,000 บาท การตั้งงบที่อยู่อาศัยประมาณ 7,500–9,000 บาท ถือเป็นกรอบเบื้องต้นที่พอใช้วางแผนได้ แต่ต้องไม่ลืมว่าค่าใช้จ่ายจริงอาจมีค่าน้ำ ค่าไฟ อินเทอร์เน็ต ค่าส่วนกลาง หรือค่าที่จอดรถเข้ามาเพิ่มเติม
ลองคำนวณง่าย ๆ ดังนี้
- เงินเดือน 15,000 บาท → ประมาณ 3,750–4,500 บาท
- เงินเดือน 20,000 บาท → ประมาณ 5,000–6,000 บาท
- เงินเดือน 25,000 บาท → ประมาณ 6,250–7,500 บาท
- เงินเดือน 30,000 บาท → ประมาณ 7,500–9,000 บาท
- เงินเดือน 40,000 บาท → ประมาณ 10,000–12,000 บาท
- เงินเดือน 50,000 บาท → ประมาณ 12,500–15,000 บาท
- เงินเดือน 60,000 บาท → ประมาณ 15,000–18,000 บาท
สูตรจำง่าย ๆ คือ เงินเดือน × 25% = งบแบบระมัดระวัง และเงินเดือน × 30% = เพดานเบื้องต้นสำหรับค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัย
แต่คนที่มีหนี้ ผ่อนรถ จ่ายบัตรเครดิต หรือมีค่าเดินทางสูง ควรตั้งงบต่ำกว่า 25% หากทำได้ เพราะเงินที่เหลือจะต้องใช้กับอาหาร การเดินทาง หนี้สิน เงินออม และเหตุฉุกเฉินอีกมาก
ที่สำคัญ อย่าดูแค่ตัวเลขค่าเช่า เช่น ห้องราคา 7,000 บาทอาจดูถูกกว่าห้องราคา 9,000 บาท แต่ถ้าห้องที่ถูกกว่าทำให้ต้องเสียค่าเดินทางเพิ่มเดือนละ 3,000 บาท สุดท้ายอาจไม่ได้ประหยัดจริง
ก่อนเซ็นสัญญา จึงควรถามตัวเองให้ครบ 4 ข้อ คือ ค่าใช้จ่ายที่อยู่อาศัยทั้งหมดเดือนละเท่าไร, ค่าเดินทางเพิ่มหรือลดเท่าไร, หลังจ่ายทุกอย่างแล้วยังมีเงินเก็บหรือไม่ และถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินยังจ่ายค่าเช่าไหวหรือไม่
สรุปแล้ว สูตร 25–30% เป็นเพียง แนวทาง ไม่ใช่กฎตายตัว คนรายได้น้อยหรือมีภาระหนี้อาจต้องใช้สัดส่วนที่ต่ำกว่านี้ ขณะที่บางคนอาจจำเป็นต้องจ่ายสูงกว่า แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ เมื่อจ่ายค่าที่อยู่อาศัยแล้ว ต้องยังมีเงินเหลือพอสำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็น หนี้สิน เงินออม และชีวิตประจำวัน ไม่ใช่จ่ายค่าเช่าแล้วต้องรอเงินเดือนเดือนต่อไปอย่างเดียว
สรุปสั้น ๆ
เงินเดือน 20,000 บาท → ควรเริ่มมองงบประมาณราว 5,000–6,000 บาท
เงินเดือน 30,000 บาท → ราว 7,500–9,000 บาท
เงินเดือน 40,000 บาท → ราว 10,000–12,000 บาท
แต่ถ้ามีหนี้หรือค่าใช้จ่ายประจำสูง ควรลดงบค่าเช่าลงอีก
แหล่งที่มา
- U.S. Department of Housing and Urban Development (HUD) – แนวคิดเกณฑ์ภาระค่าใช้จ่ายที่อยู่อาศัย 30%
- Consumer Financial Protection Bureau (CFPB) – คำแนะนำเรื่องค่าเช่าและค่าใช้จ่ายที่อยู่อาศัย
- HUD User – ข้อมูลเรื่อง Housing Cost Burden และสัดส่วนรายได้ที่ใช้กับที่อยู่อาศัย
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
กระเป๋าตกค้างเป็นหมื่นไม่ได้เกิดจากจุดเดียว วิกฤตการบินไทยลามอย่างไร แล้วถ้ากระเป๋าไม่มาเราควรทำอะไร?
รู้หรือไม่? ทำไมเรียกว่า “ห้องสมุด” ทั้งที่ข้างในมีแต่หนังสือ?
เปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทย
ส่องสถิติเลขท้าย 2 ตัว ย้อนหลัง 10 ปี งวด 16 ต.ค. เด่นตัวไหนสุด?
หนังดังสัญชาติไทย ที่ถูกนำไปสร้างใหม่เป็นภาพยนตร์ตะวันตก
5 จังหวัด ที่ดินราคาประเมินถูกที่สุดในไทย ตารางวาเริ่มต้นหลักสิบมีจริง
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น! เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบียถูกโจมตี กลุ่มฮูตีวางระเบิดโรงงานผลิตพลังงาน
รู้จัก อำเภอที่เล็กที่สุดในประเทศไทย ดังมาก นักท่องเที่ยวเพียบ
รู้หรือไม่? สมุดเล่มแรกของไทย หน้าตาไม่เหมือนสมุดที่เราใช้ทุกวันนี้
ทำไมประตูตู้เย็นถึงปิดแน่น ทั้งที่ไม่มีตัวล็อก? คำตอบซ่อนอยู่ในยางขอบประตู
ชายผู้ใช้เวลามากกว่า 10 ปีในการตามล่าหาสมบัติ ได้ขุดพบเพชรสีเหลืองขนาด 6.03 กะรัต ซึ่งคาดว่ามีมูลค่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐ
5-3-4 มาแบบนี้! เปิดตาราง “แม่น คม ชัด” งวด 16 ต.ค. 69 ส่อง 4 ชุด 3 ตัวที่เลข 5 โผล่ซ้ำ
เปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!



