หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

“บลูยีนส์” จากเครื่องแบบกรรมกร สู่สัญลักษณ์ระดับตำนาน

เขียนโดย kyogisa

        กางเกงยีนส์สีน้ำเงินตัวโปรดที่แขวนอยู่ในตู้เสื้อผ้า อาจดูเหมือนเครื่องแต่งกายธรรมดาสามัญที่ใครๆ ก็สวมใส่ แต่ภายใต้เนื้อผ้าเดนิมหนาและหมุดโลหะเล็กๆ ตรงมุมกระเป๋า กลับซ่อนแผนที่ประวัติศาสตร์ความยาวกว่า 400 ปี ที่ถักทอขึ้นจากการลี้ภัยทางศาสนาในยุโรป การค้าทางทะเลของสาธารณรัฐอิตาลี การกดขี่แรงงานทาสในไร่คราม การปฏิวัติทางเคมีในเยอรมนี ไปจนถึงความหวังของผู้ลี้ภัยในยุคตื่นทองของอเมริกา กางเกงยีนส์หนึ่งตัวจึงไม่ใช่แค่แฟชั่น แต่คือบันทึกประวัติศาสตร์การเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของมนุษยชาติที่ไม่มีสิ่งใดเหมือน

จุดเริ่มต้นจากหมุดทองแดง 68 ดอลลาร์
        เมื่อปี 1873 สำนักงานสิทธิบัตรแห่งสหรัฐอเมริกาได้ออกเอกสารสิทธิบัตรหมายเลข 139,121 สำหรับสิ่งประดิษฐ์ที่เรียบง่ายอย่างเหลือเชื่อ นั่นคือการนำหมุดย้ำทองแดงชิ้นเล็กๆ มาตอกยึดมุมกระเป๋ากางเกงทำงานเพื่อป้องกันการฉีกขาด เอกสารฉบับนั้นมีชื่อผู้ถือสิทธิ์ร่วมกันสองคน

        คนแรกคือ ลีวาย สเตราส์ พ่อค้าส่งสิ่งทอชาวเยอรมัน-ยิว ผู้สร้างเครือข่ายธุรกิจที่มั่นคงในซานฟรานซิสโก ส่วนอีกคนหนึ่งคือ เจคอบ เดวิส ช่างตัดเสื้อผู้อพยพมาจากจักรวรรดิรัสเซีย ผู้ซึ่งล้มเหลวในทุกอาชีพที่เคยทำ จนกระทั่งค้นพบวิธีตอกหมุดทองแดงลงบนกางเกงของคนตัดไม้ แต่กลับไม่มีเงินแม้แต่ 68 ดอลลาร์เพื่อจ่ายค่าธรรมเนียมจดสิทธิบัตร เดวิสจึงส่งจดหมายไปหาซัพพลายเออร์ผ้าของเขา เพื่อเสนอแบ่งปันสิทธิบัตรแลกกับเงินทุน ความร่วมมือครั้งนี้ได้เปลี่ยนประวัติศาสตร์เครื่องแต่งกายไปตลอดกาล โดยเดวิสเลือกความมั่นคงในฐานะผู้คุมการผลิต ส่วนชื่อของสเตราส์ได้กลายเป็นแบรนด์ที่คนทั่วโลกรู้จัก

ภาพลวงตาของยุคตื่นทอง
        ตำนานที่มักเล่าขานกันว่า กางเกงยีนส์ตัวแรกตัดเย็บมาจากผ้าใบเต็นท์กลางเหมืองทองปี 1849 แท้จริงแล้วเป็นเพียงเรื่องเล่าทางการตลาด ลีวาย สเตราส์ ไม่เคยเป็นช่างตัดเสื้อและไม่ได้ตัดกางเกงจากผ้าใบ แต่เขาคือพ่อค้าผู้นำเข้าสินค้าแห้งและสิ่งทอจากนิวยอร์กมาขายในแคลิฟอร์เนีย

        ความจริงในยุคตื่นทองคือ คนขุดทองส่วนใหญ่ไม่ได้ร่ำรวยและมักหมดตัว แต่คนที่มั่งคั่งมหาศาลกลับเป็นบรรดาพ่อค้าที่ขายสิ่งจำเป็นในราคาสูงลิ่ว ไม่ว่าจะเป็นพลั่ว กระทะร่อนทอง อาหาร และโดยเฉพาะ "เสื้อผ้า" เพราะคนงานต้องยืนแช่น้ำเย็นจัดวันละหลายชั่วโมง คุกเข่าบนก้อนกรวด และใส่เศษหินลงในกระเป๋า เสื้อผ้าธรรมดาจึงฉีกขาดภายในไม่กี่สัปดาห์ ความต้องการกางเกงทำงานที่ทนทานเป็นพิเศษจึงกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่รอการแก้ไข

รากศัพท์ข้ามทวีป: เดนิมแห่งฝรั่งเศส และบลูส์แห่งเจนัว
        กว่าจะมาเป็นคำว่าบลูยีนส์ ต้องอาศัยการเดินทางของภาษาและวัฒนธรรมจากสองเมืองใหญ่ในยุโรป

        เดนิม (Denim): มาจากชื่อผ้าลายทแยงสุดทนทานที่ผลิตในเมืองนีมส์ ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส เรียกว่า Serge de Nîmes เมื่อถูกนำเข้าไปค้าขายในอังกฤษ ลิ้นของชาวอังกฤษได้ตัดทอนและแผลงเสียงจนกลายเป็นคำว่า "เดนิม" การเพิกถอนพระราชกฤษฎีกาแห่งน็องต์ในปี 1685 ทำให้ช่างทอผ้าชาวโปรเตสแตนต์นับแสนคนต้องลี้ภัยออกจากฝรั่งเศส พร้อมนำความรู้และภูมิปัญญาการทอผ้าลายทแยงกระจายไปทั่วยุโรปและอเมริกา

        ยีนส์ (Jeans): มาจากเมืองท่าเจนัว ประเทศอิตาลี ซึ่งผลิตผ้าฝ้ายผสมลินินย้อมสีน้ำเงินราคาถูกสำหรับกะลาสีและชนชั้นแรงงาน ภาษาฝรั่งเศสเรียกเจนัวว่า Gênes และเรียกผ้าสีน้ำเงินนี้ว่า Bleu de Gênes ซึ่งต่อมาเพี้ยนเสียงจนกลายเป็นคำว่า "Blue Jeans"

ปริศนาสีน้ำเงินและโศกนาฏกรรมแห่งต้นคราม
        เหตุใดกางเกงทำงานจึงต้องย้อมสีน้ำเงิน และทำไมยีนส์ถึงมีเอกลักษณ์ตรงที่สีจะซีดจางลงตามกาลเวลา คำตอบซ่อนอยู่ในเคมีของ "คราม" (Indigo)

        โมเลกุลของครามธรรมชาติไม่ละลายในน้ำ กระบวนการย้อมจึงซับซ้อนและทำให้สีย้อมเกาะติดอยู่เพียงผิวชั้นนอกของเส้นด้ายฝ้าย ปล่อยให้แกนกลางของเส้นด้ายยังคงเป็นสีขาว เรียกว่า "การย้อมแบบวงแหวน" (Ring Dyeing) ทุกครั้งที่กางเกงเกิดการเสียดสี ชั้นสีน้ำเงินด้านนอกจะค่อยๆ หลุดลอก เผยให้เห็นแกนสีขาวด้านใน ทำให้เดนิมเป็นผ้าเพียงชนิดเดียวในโลกที่สามารถบันทึกร่องรอยการเคลื่อนไหว สรีระ และวิถีชีวิตของผู้สวมใส่ได้อย่างเฉพาะเจาะจง

        เบื้องหลังสีน้ำเงินอันงดงามนี้คือหน้าประวัติศาสตร์อันเจ็บปวด ยุโรปเคยมองว่าครามจากอินเดียเป็น "สีย้อมของปีศาจ" และออกกฎหมายลงโทษถึงขั้นประหารชีวิตเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมพืชย้อมสีพื้นเมือง แต่เมื่อความต้องการสูงขึ้น มหาอำนาจจึงนำครามไปปลูกในอาณานิคม โดยอาศัยหยาดเหงื่อและภูมิปัญญาการย้อมผ้าของแรงงานทาสชาวแอฟริกันในเซาท์แคโรไลนา รวมถึงการบังคับขูดรีดชาวนาในเบงกอลจนเกิด "กบฏคราม" ในปี 1859 ก่อนที่ระบบกสิกรรมครามทั่วโลกจะล่มสลายลงในชั่วพริบตา เมื่อนักเคมีชาวเยอรมันและบริษัทเคมีภัณฑ์สามารถสังเคราะห์ครามในห้องทดลองได้สำเร็จในปี 1897

จากชุดกรรมกร สู่สัญลักษณ์แห่งการขบถและเสรีภาพ
        หลังจากสิทธิบัตรหมุดทองแดงหมดอายุลงในปี 1890 ผู้ผลิตหลายรายได้ก้าวเข้ามาในตลาด นำไปสู่การกำเนิดรุ่นคลาสสิกอย่าง ลีวายส์ 501 รวมถึงแบรนด์ชื่อดังอย่าง Lee และ Wrangler ในช่วงแรก กางเกงเหล่านี้ถูกเรียกว่า "กางเกงเอี๊ยมครึ่งท่อน" (Waist Overalls) และจำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มกรรมกร คนงานเหมือง คนสร้างทางรถไฟ และคาวบอย

        จุดเปลี่ยนทางวัฒนธรรมเริ่มต้นขึ้นเมื่อฮอลลีวูดนำกางเกงยีนส์มาสวมใส่ให้กับตัวละครนอกคอก มาร์ลอน แบรนโด ในภาพยนตร์ The Wild One (1953) และ เจมส์ ดีน ใน Rebel Without a Cause (1955) ได้เปลี่ยนภาพลักษณ์ของกางเกงทำงานให้กลายเป็น "สัญลักษณ์แห่งการขบถต่อบรรทัดฐานสังคม" โรงเรียนและร้านอาหารในอเมริกาหลายแห่งถึงขั้นสั่งแบนกางเกงยีนส์ ซึ่งยิ่งกระตุ้นให้คนรุ่นใหม่โหยหามันมากขึ้น

        แม้กระทั่งในยุคสงครามเย็น กางเกงยีนส์ได้กลายเป็นสิ่งต้องห้ามหลังม่านเหล็กของสหภาพโซเวียต ผู้คนยอมจ่ายเงินในตลาดมืดเทียบเท่ากับค่าแรงทั้งเดือนเพื่อแลกกับกางเกงยีนส์เพียงตัวเดียว เพราะมันไม่ได้เป็นเพียงเสื้อผ้า แต่คือภาพแทนของเสรีภาพและโลกตะวันตก

        ในรอยตะเข็บและริ้วรอยซีดจางของกางเกงยีนส์ ไม่เคยมีใครเป็นผู้ให้กำเนิดมันแต่เพียงผู้เดียว มันคือผลงานที่ประกอบสร้างขึ้นจากโครงสร้างลายทแยงของช่างทอชาวฝรั่งเศส ชื่อเรียกสำเนียงอิตาลี พืชโบราณจากอินเดีย หยาดเหงื่อของแรงงานทาสชาวแอฟริกัน นวัตกรรมเคมีจากเยอรมนี และหมุดทองแดงของช่างตัดเสื้อผู้อพยพผู้ยากไร้ สิ่งที่ธรรมดาสามัญที่สุดในชีวิตประจำวัน จึงเป็นดั่งพยานทางประวัติศาสตร์ที่บันทึกการเดินทางอันยาวนานของโลกเอาไว้อย่างทรงคุณค่า

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
kyogisa's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 23 ครั้ง
เขียนโดย kyogisa
นักเขียนข่าวออนไลน์ ติดตามสถานการณ์ทั้งในต่างประเทศ ความเชื่อ สิ่งลี้ลับ ดวงชะตา และสถิติชาวบ้าน เลขเด็ดสำนักดังต่างๆ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
45 VOTES (5/5 จาก 9 คน)
VOTED: Wisdom Insight, projor007, goldfish13, famai, Freya Rune, davin, แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา, ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์, kyogisa
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จากรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจ กลายเป็นรถนำโชค 12 ล้านบาทเปิดสูตรลับ “ข้าวแกง 10 บาท” ขายราคานี้ได้กำไรจากไหน? ในยุคที่หมูไข่แพงหูฉี่!เดลินิวส์–ไทยราษฎร์–บางกอกทูเดย์ เปิดชุดเลขงวด 16 ต.ค. 69 เลข 6-7 โผล่ตรงกัน!รู้จัก อำเภอที่เล็กที่สุดในประเทศไทย ดังมาก นักท่องเที่ยวเพียบอำเภอเดียวพื้นที่ใหญ่กว่ากรุงเทพฯ เกือบ 3 เท่า แต่ทำไมคนกลับไม่ค่อยรู้จักห้างที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 1 ของไทย มีพื้นที่กี่ตารางเมตร?หนังดังสัญชาติไทย ที่ถูกนำไปสร้างใหม่เป็นภาพยนตร์ตะวันตกประเดิมต้นงวด 16/10/69! ส่องสถิติหวยออกวันศุกร์ เลขไหนหมุนซ้ำบ่อยสุดโรงแรมขนาดยักษ์ที่ใหญ่ที่สุด มีห้องพักมากสุดอันดับ 1 ในไทยเลข 6 ถูกย้ำถึง 5 จุด! แกะใบ “นกตาทิพย์” 16 ต.ค. 69 จาก 61-64-67-69 มีจุดไหนต้องจับตาธารน้ำแข็งสวิตเซอร์แลนด์สูญเสียน้ำแข็ง 5.5% ในปีเดียว เกิดอะไรขึ้นกับเทือกเขาแอลป์ ?คนกินเนื้อวัวกี่ตันต่อปี?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ย้อนสถิติ 2 งวด! “สูตรรวมมหาเฮง นำโชค” เปิดแนวทางใหม่ งวด 16 ต.ค. 69เปิดสูตรลับ “ข้าวแกง 10 บาท” ขายราคานี้ได้กำไรจากไหน? ในยุคที่หมูไข่แพงหูฉี่!หนาวกี่โมง? เตรียมตัวรับลมหนาวแบบนุบนิบ ฉบับปีนี้ไม่เน้นสั่น แต่เน้นสบายเปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทยจากรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจ กลายเป็นรถนำโชค 12 ล้านบาทห้างที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 1 ของไทย มีพื้นที่กี่ตารางเมตร?
ไขปริศนาสะพานเลโก้เยอรมนี กับสะพานปีศาจ: เรื่องจริงเบื้องหลังภาพลวงตาที่โลกเข้าใจผิด"กษัตริย์โซโลมอน" มหาปราชญ์ผู้ครองบัลลังก์ทองคำและตำนานบัญชาปีศาจทั้ง 72 ตนพ่อเพนกวินจักรพรรดิผู้ผลิตน้ำนมเลี้ยงลูกน้อยกลางแอนตาร์กติกาไขความลับยีราฟ: ทำไมลิ้นต้องยาวครึ่งเมตรและมีสีน้ำเงินเข้ม?
ตั้งกระทู้ใหม่