น้ำอัดลมสีดำทำมาจากอะไร ? รู้จัก “โคล่า” จากพืช 2 ชนิดที่มีประวัติยาวนานกว่าที่คิด
น้ำอัดลมสีดำหรือเครื่องดื่มประเภท “โคล่า” เป็นเครื่องดื่มที่พบเห็นได้แทบทั่วโลก แต่ชื่อ Cola มีที่มาที่น่าสนใจ เพราะเกี่ยวข้องกับ “โคลานัต” (kola nut) เมล็ดจากต้นไม้ในสกุล Cola ที่มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของแอฟริกาตะวันตก
สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นคือ เมื่อพูดถึง “โคลานัต” พืชที่มีความสำคัญเป็นพิเศษมีอยู่ 2 ชนิด ได้แก่ Cola Nitida และ Cola Acuminata ซึ่งทั้งคู่เป็นพืชที่มีเมล็ดที่มีคาเฟอีน และถูกใช้เป็นสารกระตุ้นในวัฒนธรรมแอฟริกามาเป็นเวลานาน
▪️โคลานัตคืออะไร
โคลานัตไม่ใช่ถั่วแบบถั่วลิสงหรืออัลมอนด์ แต่เป็นเมล็ดของผลจากต้นไม้สกุล Cola โดยต้น Cola Nitida เป็นไม้เขตร้อนที่พบตามธรรมชาติในแอฟริกาตะวันตก และเมล็ดของมันมีคาเฟอีน
ผลของต้นโคลามีลักษณะเป็นฝัก ภายในมีเมล็ดหลายเมล็ด เมล็ดอาจมีสีแดงหรือขาว และสามารถนำมาเคี้ยวเป็นสารกระตุ้นหรือใช้ทำสารสกัดสำหรับเครื่องดื่มบางชนิดได้
คำว่า “Kola Nut” จึงมีความหมายเชื่อมโยงกับทั้งพืช และวัฒนธรรมการบริโภคเมล็ดชนิดนี้ในแอฟริกาตะวันตก
▪️พืช 2 ชนิดที่เกี่ยวข้องกับต้นกำเนิด “โคล่า”
1. Cola Nitida
เป็นหนึ่งใน “True Kolas” หรือกลุ่มโคลาที่มีความสำคัญในด้านการใช้เมล็ด เมล็ดมีคาเฟอีน และมีการนำไปใช้ทั้งเป็นอาหาร ของขบเคี้ยว สารกระตุ้น และส่วนประกอบของสารแต่งกลิ่นรสเครื่องดื่มบางประเภท
Kew ระบุว่า Cola Nitida มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกาตะวันตก และมีการปลูกเชิงพาณิชย์ในหลายประเทศ เช่น ไนจีเรีย กานา โกตดิวัวร์ และเซียร์ราลีโอน
2. Cola Acuminata
เป็นอีกชนิดที่รู้จักกันในชื่อโคลานัต และมีการใช้เมล็ดในลักษณะเดียวกันกับ Cola Nitida
แหล่งข้อมูลด้านพืชระบุว่า Cola Acuminata และ Cola Nitida เป็นสองชนิดสำคัญของโคลานัต และมีศูนย์กลางความหลากหลายของพืชสกุล Cola อยู่ในแอฟริกาตะวันตก จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ชื่อของเครื่องดื่ม “Cola” มีความเกี่ยวข้องกับชื่อของพืชกลุ่มนี้
▪️โคลานัตเกี่ยวอะไรกับคาเฟอีน ?
หนึ่งในคุณสมบัติสำคัญของโคลานัตคือ มีคาเฟอีนตามธรรมชาติ เมล็ดโคลาจึงถูกเคี้ยวเป็นสารกระตุ้นในบางวัฒนธรรม และมีประวัติการใช้มาอย่างยาวนาน
ข้อมูลจาก Kew ระบุว่าเมล็ด Cola Nitida มีทั้งคาเฟอีน และสารอื่นๆ เช่น Theobromine และ Tannins และมีการใช้เป็นสารกระตุ้น รวมถึงนำไปทำสารสกัดสำหรับเครื่องดื่มบางชนิด
▪️น้ำอัดลมสีดำทำจากโคลานัตจริงหรือไม่ ?
ตรงนี้เป็นจุดที่หลายคนเข้าใจผิด การที่เครื่องดื่มเรียกว่า “Cola” มีความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์กับโคลานัต ไม่ได้หมายความว่า น้ำอัดลมสีดำทุกยี่ห้อในปัจจุบันจะใช้โคลานัตเป็นส่วนผสมหลัก
Kew ระบุว่า ในเครื่องดื่มโคล่าชั้นนำหลายแบรนด์ ปัจจุบันคาเฟอีนอาจมาจากแหล่งสังเคราะห์ และสารสกัดโคลาธรรมชาติ ไม่ได้เป็นส่วนประกอบในทุกผลิตภัณฑ์
ดังนั้น คำว่า “โคล่า” จึงควรเข้าใจว่าเป็นทั้งชื่อประเภทเครื่องดื่ม และคำที่มีรากทางประวัติศาสตร์มาจากโคลานัต มากกว่าจะหมายถึงสูตรเดียวกันทั้งหมด
▪️สีดำของน้ำอัดลมมาจากอะไร ?
สีเข้มของเครื่องดื่มโคล่าสมัยใหม่โดยทั่วไปเกี่ยวข้องกับสีคาราเมล (Caramel Colour) ซึ่งใช้เพื่อให้เครื่องดื่มมีสีน้ำตาลเข้มถึงดำตามลักษณะที่ผู้บริโภคคุ้นเคย ดังนั้น “สีดำ” ของน้ำอัดลมไม่ได้หมายความว่าเกิดจากสีของโคลานัตโดยตรง
ส่วนสูตรกลิ่นรสของโคล่าแต่ละแบรนด์แตกต่างกัน และอาจมีส่วนผสมของกลิ่นจากเครื่องเทศ ผลไม้หรือสารแต่งกลิ่นรสหลายชนิด
▪️ จากเมล็ดพืชแอฟริกาสู่เครื่องดื่มระดับโลก
เรื่องของโคลานัตจึงน่าสนใจตรงที่ความเชื่อมโยง :
พืชพื้นเมืองของแอฟริกาตะวันตก → วัฒนธรรมการบริโภค → คาเฟอีน → ประวัติศาสตร์เครื่องดื่มอัดลม
แม้เครื่องดื่มโคล่าสมัยใหม่จะมีสูตรแตกต่างจากเครื่องดื่มในอดีตอย่างมาก แต่ชื่อ “Cola” ยังคงสะท้อนร่องรอยของพืชที่เคยมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเครื่องดื่มประเภทนี้
▪️โดยสรุป ถ้าเห็นคำว่า “Cola” บนกระป๋องน้ำอัดลม ลองนึกถึงต้นไม้ในแอฟริกาตะวันตกที่ให้เมล็ดคาเฟอีนอย่าง Cola Nitida และ Cola Acuminata ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังชื่อ “โคล่า” นั่นเอง
อ้างอิง:
1.https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:822755-1/general-information
2.https://www.cambridge.org/core/books/cambridge-world-history-of-food/kola-nut/1AB90358DAE7C0F88CE0F081F7EF7585
3.https://prosea.prota4u.org/view.aspx?id=88
ภาพประกอบ:
ภาพที่ 1: Uzoma Ozurumba / Wikimedia Commons / CC BY-SA 4.0
ภาพที่ 2: Köhler’s Medicinal Plants, 1887 / Wikimedia Commons
ภาพที่ 3: Sylvaline39 / Wikimedia Commons / CC BY-SA 4.0
ภาพที่ 4: Kwameghana / Wikimedia Commons / CC BY-SA 4.0
ภาพที่ 5: Pixabay
เขียนโดย Wisdom Insight
นักสังเกตชีวิต และนักวิเคราะห์กระแสข่าว
ติดตามข่าวสารสำคัญทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
เน้นการตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง เพื่อให้เนื้อหาถูกต้อง เป็นกลาง และน่าเชื่อถือ
เลขลับวงใน งวด 1 ตุลาคม 69
อำเภอเดียวพื้นที่ใหญ่กว่ากรุงเทพฯ เกือบ 3 เท่า แต่ทำไมคนกลับไม่ค่อยรู้จัก
โรงแรมขนาดยักษ์ที่ใหญ่ที่สุด มีห้องพักมากสุดอันดับ 1 ในไทย
ลูกค้าเดือด แวะกินส้มตำที่มหาสารคาม เจอบวกราคาเพิ่มตอนเช็กบิล ก่อนร้านออกมายอมรับผิด
คนไทยเสียค่าปรับหมวกกันน็อกปีละเท่าไหร่?
ปฏิทินจีน งวด 1 ต.ค. 69 ย้อนรอยเลข 7-0-9-5-6 เปิดชุด 2 ตัว-3 ตัว
ตลาดน้ำอันดับ 1 ของไทย ที่มีขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงมากที่สุด
เปิดตำนาน“นมวัวแดง”นมกล่องที่อยู่คู่คนไทยมาหลายสิบปี
ต่อไปคนไทยอาจต้องใช้ชีวิตใน “บ้านหนีน้ำ” แบบนี้
น้ำท่วม 2 ตุลาคม 2569 อัปเดตเขื่อนเจ้าพระยาระบาย 2,500 ลบ.ม./วิ กระทบ 31 จังหวัด วิธีลงทะเบียนเยียวยาทางรัฐ
คนไทยเสียเงินไปกับลอตเตอรี่ปีละเท่าไหร่?
ทำไมเปิดฝักบัวแล้วม่านอาบน้ำชอบพุ่งเข้าหาตัว ทั้งที่น้ำกำลังฉีดลงด้านล่าง?
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทยที่หรูหราและสวยงามมากที่สุด
ลูกค้าเดือด แวะกินส้มตำที่มหาสารคาม เจอบวกราคาเพิ่มตอนเช็กบิล ก่อนร้านออกมายอมรับผิด
คนไทยเสียค่าปรับหมวกกันน็อกปีละเท่าไหร่?
ทำไมเปิดฝักบัวแล้วม่านอาบน้ำชอบพุ่งเข้าหาตัว ทั้งที่น้ำกำลังฉีดลงด้านล่าง?
โรงแรมขนาดยักษ์ที่ใหญ่ที่สุด มีห้องพักมากสุดอันดับ 1 ในไทย








