หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

ทำไมเราจั๊กจี้ตัวเองแล้วไม่ค่อยขำ

เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

ปลายนิ้วของเราสะกิดเอวตัวเองได้ทุกเมื่อ แต่ผลลัพธ์มักเงียบกริบ ต่างจากตอนเพื่อนยื่นมือมาแตะสีข้างเพียงไม่กี่วินาที ร่างกายกลับบิดหนี หัวเราะ และสะดุ้งพร้อมกัน ทั้งที่แรงสัมผัสอาจพอๆ กัน

ความต่างไม่ได้อยู่ที่ผิวหนังอย่างเดียว แต่อยู่ที่สมองรู้ต้นตอของสัมผัสนั้นก่อนที่นิ้วจะถึงตัว

ทุกครั้งที่เราตั้งใจขยับแขน สมองส่งคำสั่งไปยังกล้ามเนื้อ พร้อมสร้างสำเนาของคำสั่งนั้นไว้ใช้คาดการณ์ผลที่จะตามมา ระบบนี้มักอธิบายด้วยแนวคิด forward model หรือแบบจำลองคาดการณ์ล่วงหน้า สมองเดาได้คร่าวๆ ว่ามือกำลังจะไปแตะจุดไหน จังหวะใด และแรงประมาณเท่าไร

เมื่อสัมผัสจริงมาถึงตรงกับที่คาดไว้ สมองจะลดน้ำหนักของข้อมูลสัมผัสนั้นลง นักประสาทวิทยาเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า sensory attenuation จึงไม่ได้แปลว่าผิวหนังหยุดรับความรู้สึก แต่สัญญาณจากการกระทำของตัวเองถูกประเมินว่าไม่น่าตกใจและมีความสำคัญน้อยกว่า

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่การเอานิ้วจั๊กจี้เอวตัวเองอาจยังรู้สึกสัมผัสอยู่บ้าง แต่แทบสร้างอาการคันยุบยิบและเสียงหัวเราะแบบที่อีกคนทำให้เกิดไม่ได้

งานศึกษาด้วย fMRI ของ Sarah-Jayne Blakemore และคณะ เปรียบเทียบสัมผัสที่ผู้เข้าร่วมสร้างเองกับสัมผัสแบบเดียวกันที่มาจากภายนอก พบว่าระบบรับความรู้สึกทางกายตอบสนองต่อสัมผัสจากภายนอกมากกว่า หลักฐานยังชี้ไปที่บทบาทของ ซีรีเบลลัม ในการสร้างคำทำนายผลทางประสาทสัมผัสจากการเคลื่อนไหวของเราเอง

การทดลองรุ่นหลังใช้เครื่องมือที่ให้ผู้เข้าร่วมควบคุมการแตะผ่านอุปกรณ์ กลไกนี้เห็นได้ชัดขึ้นเมื่อผู้วิจัยใส่ความหน่วงเวลาเข้าไป: สัมผัสที่มาช้ากว่าการขยับมือจะรู้สึกจั๊กจี้มากขึ้น เพราะเวลาที่คลาดกันทำให้การคาดการณ์เดิมของสมองไม่แม่นอีกต่อไป งานปี 2019 พบด้วยว่าระบบนี้ปรับตัวต่อความหน่วงที่เกิดซ้ำได้ แปลว่าความคาดหมายของสมองเรียนรู้ได้ ไม่ได้ล็อกตายตัว

พอเป็นมือของคนอื่น สมองไม่มีสำเนาคำสั่งการเคลื่อนไหวให้ใช้เดาจังหวะและตำแหน่งได้ละเอียดเท่าเดิม สัมผัสจึงมีความไม่แน่นอนมากกว่า ร่างกายตอบสนองแรงขึ้นได้ ทั้งการสะดุ้ง เกร็ง หดตัว หรือหัวเราะ

เสียงหัวเราะจากการถูกจั๊กจี้ก็ไม่ได้แปลว่าคนนั้นสนุกเสมอไป บางคนไวต่อการสัมผัสมาก บางคนไม่ชอบให้แตะตัว และการหยุดทันทีเมื่ออีกฝ่ายขอเป็นเรื่องสำคัญ การจั๊กจี้ตัวเองไม่ค่อยได้ผลจึงเป็นตัวอย่างเล็กๆ ของสมองที่แยกได้ว่า สัมผัสไหนเกิดจากเรา และสัมผัสไหนมาจากภายนอก

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
วัน ๆ หาแต่เรื่อง's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 69 ครั้ง
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
กดให้คะแนน หรือกดติดตาม เพื่อเป็นกำลังใจและไม่พลาดบทความใหม่ทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ปฐมเทศนาเริ่มจากทางสายกลาง ก่อนแจกแจงอริยสัจ 4 อย่างไร?เปิดรายชื่อ 8 มหาเศรษฐีระดับโลก ที่เลือกเมืองไทยเป็นจุดหมายพักผ่อนสุดหรูรู้จัก 5 สถาบันในไทยที่เปิดสอนวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมจุดเด่นแต่ละแห่งช็อกโกแลตมีฝ้าขาวทั้งที่ยังไม่หมดอายุ กินได้ไหม?พระพุทธรูปปางมารวิชัยเอื้อมมือแตะพื้นหมายถึงอะไร?เปิดแนวทางเลข วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569..จอมขมังเวทย์เลขเด็ดพลังเต่าหับ งวด 1 พฤศจิกายน 2569 เปิดเลขวงกลมเด่น พร้อมแนวทางเลขสองตัวที่น่าจับตาเปิด 8 วรรณกรรมไทยที่เดินทางข้ามภาษา สู่ชั้นหนังสือในยุโรป108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียงทำไมเทพไทร์จึงยอมเสียมือให้หมาป่าเฟนรีร์?ชี้ขาดล่าง Sompong Saiboumthree งวด 1 พ.ย. 69 เปิดเลขวิ่ง 0 เน้นเลข 50ย้อนรอย 5 ภาพยนตร์ฮอลลีวูดชื่อดัง ที่แอบมาเนรมิตประเทศไทยให้กลายเป็นประเทศอื่น
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ส่งทหารถือปืนกลไปจัดการนก: สงครามเอมูปี 1932 จบอย่างไร?กว่า 400 ปีใต้โคลน: ของใช้จากเรือรบแมรีโรสเผยชีวิตลูกเรือเรือสำรวจแฟรงคลินหายกลางอาร์กติก 170 ปี: เบาะแสไหนพาไปถึงซากเรือ?เขื่อนสามผาทำให้วันยาวขึ้น 0.06 ไมโครวินาทีจริงไหม?
ตั้งกระทู้ใหม่