หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

ทำไมคนญี่ปุ่นพูด “โมชิโมชิ” ตอนรับโทรศัพท์? จริง ๆ คำนี้มีมาก่อนโทรศัพท์เสียอีก

เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี

ภาพประกอบแนวคิด สื่อการเดินทางของคำ “もしもし” จากอดีตสู่โทรศัพท์ยุคปัจจุบัน — ไม่ใช่ภาพถ่ายทางประวัติศาสตร์

ใครที่ดูหนัง ดูอนิเมะ หรือเคยเรียนภาษาญี่ปุ่น น่าจะคุ้นกับเสียง “もしもし — moshi moshi” เวลามีคนยกโทรศัพท์ขึ้นมาคุย

จนหลายคนจำง่าย ๆ ว่า

moshi moshi = hello ภาษาญี่ปุ่น

แต่พอย้อนดูที่มาของคำนี้ เรื่องกลับน่าสนใจกว่านั้น เพราะ “moshi moshi” ไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกับโทรศัพท์ และเดิมก็ไม่ได้เป็นคำทักทายแบบ “สวัสดี” โดยตรง

มันเริ่มจากคำที่ใช้ เรียกความสนใจของอีกฝ่ายก่อนจะพูดอะไรบางอย่าง

📜 ก่อนเป็นคำในโทรศัพท์ มันเป็นคำเรียกคนมาก่อน

พจนานุกรมญี่ปุ่นอธิบายว่า もしもし (moshi moshi) เป็นรูปที่เปลี่ยนเสียงมาจาก もうしもうし (mōshi mōshi) และใช้เมื่อต้องการเรียกอีกฝ่าย เช่นอารมณ์ประมาณว่า “ขอเรียกหน่อยครับ/ค่ะ” หรือ “ขอพูดด้วยหน่อย”

สิ่งที่น่าสนใจคือ มีตัวอย่างการใช้คำนี้ในความหมายเรียกอีกฝ่ายย้อนหลังไปถึง ค.ศ. 1591

นั่นหมายความว่า “moshi moshi” มีชีวิตอยู่ในภาษาญี่ปุ่น ก่อนยุคโทรศัพท์หลายร้อยปี

ส่วนตัวอย่างการใช้คำนี้กับโทรศัพท์ที่พจนานุกรมบันทึกไว้ ปรากฏในงานเขียนปี 1903

ตรงนี้ทำให้ภาพเปลี่ยนไปทันที เพราะเราไม่ได้กำลังมองคำที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อโทรศัพท์โดยเฉพาะ แต่กำลังมอง คำเก่าที่เทคโนโลยีมอบหน้าที่ใหม่ให้

🗣️ แล้วคำว่า “moshi” เกี่ยวกับอะไร?

คำที่อยู่เบื้องหลังคือ 申す — mōsu ซึ่งเป็นคำที่เกี่ยวกับการ “พูด” หรือ “กล่าว” ในรูปที่สุภาพและเป็นทางการกว่าคำธรรมดา

ดังนั้น ถ้าจะจับอารมณ์ของ “moshi moshi” มากกว่าการแปลตรงตัว มันจึงใกล้กับการเรียกอีกฝ่ายว่า

“ขอพูดด้วยหน่อย”
หรือ
“ฮัลโหล ได้ยินไหมครับ/ค่ะ”

มากกว่าจะเป็นคำว่า “สวัสดี” ที่เอาไปใช้ได้ทุกสถานการณ์

ภาพอธิบายแนวคิดการเปลี่ยนบทบาทของคำ จากคำเรียกอีกฝ่ายในภาษาญี่ปุ่น สู่คำที่คุ้นเคยจากการสนทนาทางโทรศัพท์ — เป็นภาพประกอบ ไม่ใช่หลักฐานทางประวัติศาสตร์

☎️ แล้วทำไมมันถึงติดอยู่กับโทรศัพท์?

เมื่อโทรศัพท์เริ่มเข้ามาในญี่ปุ่น ผู้คนต้องเจอกับสถานการณ์ใหม่อย่างหนึ่ง คือกำลังพูดกับคนที่ มองไม่เห็นหน้า

การสนทนาจึงต้องมีคำสำหรับเรียกให้อีกฝ่ายรู้ว่า “กำลังพูดกับคุณอยู่นะ” หรือใช้ตรวจว่าอีกฝ่ายยังได้ยินอยู่หรือไม่

คำอย่าง “moshi moshi” จึงเข้ากับสถานการณ์นี้ได้พอดี

อย่างไรก็ตาม เรื่องว่า ใครเป็นคนแรกที่ทำให้คำนี้กลายเป็นคำทางโทรศัพท์ ยังมีคำอธิบายมากกว่าหนึ่งแบบ

ฐานข้อมูลอ้างอิงของหอสมุดรัฐสภาญี่ปุ่นรวบรวมหลักฐานและเรื่องเล่าจากหนังสือหลายเล่ม พบทั้งเรื่องที่ว่า ในยุคแรกผู้ชายบางกลุ่มใช้คำเรียกอย่าง “oi oi” และมีการเปลี่ยนมาใช้ “moshi moshi” ในภายหลัง รวมถึงมีข้อเสนอชื่อบุคคลต่างกันว่าใครเป็นผู้ผลักดันคำนี้

⚠️ เพราะฉะนั้น จุดที่ยืนยันได้แข็งแรงกว่า คือ
“moshi moshi” มีรากอยู่ในภาษาญี่ปุ่นก่อนยุคโทรศัพท์ และต่อมาถูกนำมาใช้เรียกอีกฝ่ายเมื่อเริ่มสนทนาทางโทรศัพท์ มากกว่าจะฟันธงว่ามีคนคนเดียวเป็นผู้คิดค้นคำนี้ขึ้นมา

👻 แล้วเรื่องผีหรือจิ้งจอกที่ต้องพูด “moshi” สองครั้งล่ะ?

บนอินเทอร์เน็ตมีเรื่องเล่าที่ว่า คนญี่ปุ่นต้องพูด “moshi” สองครั้ง เพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองไม่ใช่ภูตผีหรือจิ้งจอก เพราะสิ่งเหนือธรรมชาติพูดได้เพียงครั้งเดียว

เรื่องนี้ฟังสนุกและจำง่าย แต่จากแหล่งพจนานุกรมและฐานอ้างอิงที่ใช้ตรวจบทนี้ ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอให้ถือว่าเป็นต้นกำเนิดทางประวัติศาสตร์ของคำว่า moshi moshi

จึงเหมาะจะมองเป็น folklore หรือเรื่องเล่าทางวัฒนธรรม มากกว่าเอามาใช้เป็นคำตอบหลักว่าคำนี้เกิดขึ้นเพราะอะไร

💡 คำเก่าที่ได้ “งานใหม่” จากเทคโนโลยี

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของเรื่องนี้ อาจไม่ใช่เพียงการรู้ว่า “moshi moshi แปลว่าอะไร”

แต่มันทำให้เห็นว่า เทคโนโลยีใหม่ไม่จำเป็นต้องสร้างภาษาใหม่ขึ้นมาทั้งหมด

เมื่อโทรศัพท์เข้ามา คนญี่ปุ่นมีสถานการณ์ใหม่ที่ต้องเรียกคนอีกฝั่งของสาย แต่ภาษาของพวกเขามีคำสำหรับ “เรียกอีกฝ่ายก่อนพูด” อยู่แล้ว

คำเก่าจึงถูกหยิบมาใช้กับเทคโนโลยีใหม่ และเมื่อโทรศัพท์แพร่หลาย หน้าที่ใหม่นี้ก็เด่นขึ้นเรื่อย ๆ จนทุกวันนี้คนจำนวนมากรู้จัก “moshi moshi” จากโทรศัพท์ก่อนจะรู้เสียอีกว่า คำนี้มีประวัติยาวนานกว่านั้นมาก

คราวหน้าถ้าได้ยินใครรับสายแล้วพูดว่า “もしもし” เราจึงอาจไม่ได้กำลังได้ยินแค่คำว่า “ฮัลโหล”

แต่กำลังได้ยิน คำเก่าที่เดินทางข้ามหลายศตวรรษ แล้วบังเอิญเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้พอดี

เนื้อหาโดย: พีรพัฒน์ พีพี

แหล่งที่มา
Kotobank — Digital Daijisen / Nihon Kokugo Daijiten, 「もしもし」
อ้างอิง https://kotobank.jp/word/もしもし-645547

Kotobank — 「申す」
อ้างอิง https://kotobank.jp/word/申す-633322

National Diet Library — Collaborative Reference Database
อ้างอิง https://crd.ndl.go.jp/reference/detail?page=ref_view&id=1000328128

National Diet Library — Collaborative Reference Database
อ้างอิง https://crd.ndl.go.jp/reference/detail?page=ref_view&id=1000083618
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
พีรพัฒน์ พีพี's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 86 ครั้ง
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
เนื้อหาโดย: พีรพัฒน์ พีพี
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: Thorsten, พีรพัฒน์ พีพี
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
หมู่บ้านที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในประเทศไทยอยู่ที่ไหนไทยเด้ง หลวงพี่โต้ง งวด 1 พ.ย. 2569 ถอดใบแนวทางเลขเขียนมือ แยกชุด 3 ตัว เลขวงกลม และเลขวิ่งเหรียญเงินบาทไทยที่ถูกผลิต น้อยที่สุด และหายากมาก ที่สุดในปัจจุบันสรุปเส้นทางความสำเร็จและเงินรางวัลสะสม "ภราดร ศรีชาพันธุ์" ตำนานมือ 9 ของโลกผู้พลิกประวัติศาสตร์เทนนิสไทยทำไมผู้นำแอฟริกาย้ำเรื่องที่นั่งถาวรในคณะมนตรีความมั่นคง UN ระหว่างประชุมรัสเซีย–แอฟริกา?กินคลีนแบบไหนอาจส่งผลเสียต่อตับเทียบชัด 10 อันดับเลขขายดี 3 สำนักดัง ‘แม่จำเนียร - จำเนียรอ่อนนุช - แม่ทำเนียน’ งวด 1 พฤศจิกายน 2569ทำไมการแคร์คนอื่นมากเกินไปจึงทำให้เราเหนื่อยเช็กลิสต์อ่านรีวิวผิว 5 ข้อก่อนตัดสินใจมหาทักษา งวด 1 พ.ย. 69 เปิดตารางเลขมงคล 6 ตัว พร้อมแนวทางจับคู่เลข 2 ตัว–3 ตัวเที่ยวคนเดียวครั้งแรกอย่างไรให้สบายใจเลขวิ่งสนามบินน้ำ งวด 1 พ.ย. 69 เปิดแนวทางเลขเด่นจากใบเขียนมือ เทียบข้อมูลอีกงวดมีเลขอะไรน่าสนใจ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เที่ยวคนเดียวครั้งแรกอย่างไรให้สบายใจทำไมการแคร์คนอื่นมากเกินไปจึงทำให้เราเหนื่อยกินคลีนแบบไหนอาจส่งผลเสียต่อตับทำไมผู้นำแอฟริกาย้ำเรื่องที่นั่งถาวรในคณะมนตรีความมั่นคง UN ระหว่างประชุมรัสเซีย–แอฟริกา?หอยโข่งกับหอยเชอรี่แตกต่างกันอย่างไรสรุปเส้นทางความสำเร็จและเงินรางวัลสะสม "ภราดร ศรีชาพันธุ์" ตำนานมือ 9 ของโลกผู้พลิกประวัติศาสตร์เทนนิสไทย
รหัสลับใต้รอยแต้ม : ถอดรหัส "จุดแดงมุมปาก" ของสนมวังหลังสู่แฟชั่นสะเทือนประวัติศาสตร์มหัศจรรย์ของพันธุ์ไม้ Hotlipsplant หรือดอกจูบแห่งผื้นป่าจากเครื่องมือส่งสัญญาณสู่เครื่องรางนำโชค: เปิดที่มาความเชื่อ “เสียงกระดิ่ง” กับพลังดึงดูดทรัพย์มหัศจรรย์วิศวกรรมใต้สมุทร: เจาะลึก "วงเวียนใต้ทะเล" แห่งแรกของโลก ณ หมู่เกาะแฟโร
ตั้งกระทู้ใหม่