เกิดอะไรขึ้นเมื่อสายไฟแรงสูงตกลงสู่พื้น ?
บางครั้งภาพของพื้นดินที่มีรอยไหม้สีดำสลับกับเส้นสีขาวแตกแขนงออกไปคล้ายกิ่งไม้หรือเส้นสายฟ้า อาจทำให้หลายคนเข้าใจว่าเป็นเพียงร่องรอยจากไฟไหม้ธรรมดา แต่หากบริเวณนั้นมีสายไฟฟ้าแรงสูงพาดอยู่ด้วย ร่องรอยดังกล่าวอาจเป็นหลักฐานของเหตุการณ์ทางไฟฟ้าที่รุนแรงอย่างมาก เพราะเมื่อสายไฟที่ยังมีพลังงานตกลงมากระทบพื้น กระแสไฟฟ้าสามารถไหลจากจุดสัมผัสออกไปตามพื้นดิน และทำให้เกิดความร้อน การอาร์ก และความแตกต่างของศักย์ไฟฟ้าบริเวณโดยรอบได้
ภาพที่เห็นจึงอาจดูราวกับมีใครนำปากกามาวาดเส้นแตกแขนงลงบนพื้น แต่จริง ๆ แล้วมันอาจเกิดขึ้นจากเส้นทางที่กระแสไฟฟ้าหรือการปล่อยประจุเลือกใช้ในช่วงเวลาสั้น ๆ
ปรากฏการณ์ลักษณะนี้มีความคล้ายคลึงกับสิ่งที่เรียกว่า Lichtenberg figure หรือลายลิชเทนเบิร์ก ซึ่งเป็นรูปแบบการแตกแขนงที่เกิดจากการปล่อยประจุไฟฟ้าแรงสูง โดยลักษณะของมันมักคล้ายกิ่งไม้ รากไม้ หรือเส้นสายฟ้าที่แตกออกจากจุดหนึ่งไปยังหลายทิศทาง อย่างไรก็ตาม สำหรับรอยบนพื้นดินจากสายไฟตก เราไม่ควรสรุปว่าทุกรอยเป็น “ลายลิชเทนเบิร์ก” ในความหมายทางวิทยาศาสตร์อย่างเคร่งครัด เพราะรูปร่างของรอยสามารถเกิดจากหลายกระบวนการร่วมกัน ทั้งกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านดิน การอาร์ก และการเผาไหม้ของวัสดุบนพื้นผิว
เมื่อสายไฟแรงสูงขาดและตกลงมา สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้มีเพียงไฟฟ้าที่ไหลผ่านตัวสายแล้วหยุดอยู่ตรงจุดที่สายสัมผัสพื้น แต่กระแสไฟฟ้าสามารถถ่ายเทพลังงานเข้าสู่พื้นดินได้ หากสภาพของระบบไฟฟ้าและเส้นทางกระแสเอื้อให้เกิดกระแสความผิดพร่องลงดิน กระแสจะกระจายออกจากจุดสัมผัสผ่านดินและวัสดุที่นำไฟฟ้าได้
บริเวณใกล้จุดสัมผัสจึงอาจเกิดความร้อนสูงมากในช่วงเวลาสั้น ๆ ความร้อนดังกล่าวสามารถทำให้หญ้า ใบไม้ เศษอินทรียวัตถุ หรือวัสดุอื่น ๆ บนพื้นผิวไหม้เกรียมจนกลายเป็นสีดำ ขณะเดียวกันวัสดุบางชนิดในดินอาจเปลี่ยนสภาพจากความร้อนหรือเกิดร่องรอยจากการอาร์ก ทำให้พื้นที่โดยรอบมีสีและพื้นผิวแตกต่างจากดินตามธรรมชาติ
สิ่งที่ทำให้ภาพเหล่านี้ดูน่าประหลาดที่สุดก็คือ รอยไม่ได้เป็นเส้นตรงเพียงเส้นเดียว
กระแสไฟฟ้าในสภาพแวดล้อมจริงไม่ได้มีเส้นทางที่เหมือนเส้นที่ถูกลากด้วยไม้บรรทัดเสมอไป แต่การกระจายกระแสขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของพื้นดิน ความชื้น โครงสร้างของดิน วัสดุที่อยู่บนพื้น และเส้นทางที่มีอิมพีแดนซ์เหมาะสมต่อการไหลของกระแส เมื่อเกิดการปล่อยประจุหรืออาร์ก เส้นทางเหล่านี้สามารถแตกแขนงออกไป ทำให้เกิดลวดลายที่คล้ายรากไม้หรือสายฟ้า
โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความชื้น ความแตกต่างของคุณสมบัติทางไฟฟ้าของพื้นผิวอาจมีบทบาทต่อการกระจายของกระแสได้มากขึ้น นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมรอยจากเหตุการณ์ทางไฟฟ้าบางแห่งจึงมีรูปร่างซับซ้อนกว่ารอยไหม้ธรรมดา
ส่วนร่องรอยสีขาวที่ปรากฏอยู่ตามแนวรอยดำก็ไม่จำเป็นต้องหมายถึง “ขี้เถ้า” เพียงอย่างเดียวเสมอไป แต่อาจเกิดจากวัสดุบนพื้นผิวที่ถูกความร้อนสูง การเปลี่ยนแปลงของแร่ธาตุ หรือวัสดุที่หลอมและตกค้างหลังเกิดการอาร์ก ทั้งนี้องค์ประกอบที่แท้จริงต้องตรวจสอบจากสถานที่เกิดเหตุและตัวอย่างวัสดุ จึงจะสามารถระบุได้อย่างแน่นอน
สิ่งที่สำคัญกว่าความสวยแปลกของรอยเหล่านี้คือ อันตรายที่มองไม่เห็น
หลายคนอาจคิดว่าถ้าสายไฟตกลงมาแล้วและไม่มีประกายไฟหรือเปลวไฟ ก็แปลว่าสถานการณ์น่าจะปลอดภัยแล้ว แต่ในความเป็นจริง เราไม่สามารถดูด้วยตาเปล่าได้ว่าสายไฟที่ตกลงมานั้นยังมีไฟอยู่หรือไม่ หน่วยงานด้านความปลอดภัยทางไฟฟ้าจึงแนะนำให้ถือว่าสายไฟที่ขาดหรือตกลงมาทุกเส้นยังคงมีกระแสไฟฟ้าอยู่ จนกว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบจะยืนยันว่าถูกตัดไฟและทำให้ปลอดภัยแล้ว
อันตรายไม่ได้จำกัดอยู่ที่การสัมผัสสายไฟโดยตรงเท่านั้น เพราะพื้นดินรอบจุดที่กระแสไฟฟ้าไหลลงดินสามารถมีความต่างศักย์เกิดขึ้นได้เช่นกัน ปรากฏการณ์นี้เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรียกว่า step potential หรือความต่างศักย์ระหว่างตำแหน่งที่เท้าทั้งสองข้างยืนอยู่ หากเท้าข้างหนึ่งอยู่ในบริเวณที่มีศักย์ไฟฟ้าสูงกว่าอีกข้าง กระแสอาจไหลผ่านร่างกายจากขาข้างหนึ่งไปยังอีกข้างหนึ่งได้ แม้บุคคลนั้นจะไม่ได้แตะต้องสายไฟเลยก็ตาม
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการเดินเข้าไปดูรอยไหม้ใกล้สายไฟที่ตกลงมาจึงเป็นเรื่องอันตรายอย่างยิ่ง
แนวทางความปลอดภัยทั่วไปจากหน่วยงานด้านความปลอดภัยทางไฟฟ้าระบุให้ผู้พบเห็นอยู่ห่างจากสายไฟที่ตกลงมาและสิ่งที่สัมผัสกับสายไฟอย่างน้อยประมาณ 35 ฟุต หรือราว 10.7 เมตร และควรเพิ่มระยะห่างในสภาพพื้นเปียก เพราะพื้นที่ที่มีกระแสไฟฟ้าไหลลงดินอาจยังมีอันตรายอยู่ไกลจากจุดสัมผัสได้
ที่สำคัญคือไม่ควรเดินเข้าไปใช้ไม้ กิ่งไม้ หรือสิ่งของอื่นเขี่ยสายไฟออก แม้วัตถุนั้นจะดูเหมือนไม่ใช่ตัวนำไฟฟ้าก็ตาม เพราะวัสดุบางชนิดสามารถนำไฟฟ้าได้ภายใต้เงื่อนไขบางอย่าง โดยเฉพาะเมื่อเปียกชื้น และการพยายามเข้าไปช่วยผู้ที่กำลังสัมผัสสายไฟก็อาจทำให้ผู้ช่วยกลายเป็นผู้ประสบเหตุอีกคนหนึ่งได้
หากพบสายไฟแรงสูงตกลงบนพื้น สิ่งที่ปลอดภัยกว่าคือ หยุดอยู่ในระยะห่างที่ปลอดภัย ไม่แตะต้องสายไฟหรือสิ่งที่สัมผัสกับสายไฟ และแจ้งหน่วยงานฉุกเฉินหรือการไฟฟ้าที่รับผิดชอบพื้นที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่ผ่านการฝึกอบรมเข้ามาตัดกระแสและตรวจสอบระบบอย่างถูกต้อง
สำหรับคนที่อยู่ใกล้เหตุการณ์และจำเป็นต้องถอยออกจากบริเวณที่อาจมีกระแสไฟฟ้าบนพื้น แนวทางความปลอดภัยแนะนำให้หลีกเลี่ยงการก้าวยาวหรือวิ่ง เพราะความแตกต่างของศักย์ระหว่างตำแหน่งเท้าทั้งสองข้างอาจเพิ่มความเสี่ยงจาก step potential ได้ การขยับเท้าเป็นก้าวสั้น ๆ โดยให้เท้าอยู่ใกล้กันขณะถอยออกจากบริเวณอันตรายช่วยลดความต่างศักย์ระหว่างเท้าได้
รอยไหม้แตกแขนงบนพื้นดินจึงเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของพลังงานไฟฟ้าที่สามารถเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมได้ภายในเวลาอันสั้น จากสายไฟเส้นหนึ่งที่ตกลงบนพื้น สามารถเกิดทั้งความร้อน การอาร์ก การกระจายกระแส และการเปลี่ยนแปลงของวัสดุบนพื้นผิว จนเหลือเป็นลวดลายที่ดูคล้ายรากไม้หรือสายฟ้า
แต่ความสวยงามแปลกตาของมันไม่ควรทำให้เราเข้าไปใกล้ เพราะรอยที่ดูเหมือนภาพศิลปะจากธรรมชาตินั้น อาจเป็นเพียงหลักฐานว่าบริเวณดังกล่าวเพิ่งผ่านเหตุการณ์ที่มีพลังงานไฟฟ้ารุนแรงมาก
เมื่อเห็นสายไฟขาดตกลงบนพื้น สิ่งที่ควรทำไม่ใช่เดินเข้าไปดูรอย แต่คือเดินออกห่างและเรียกผู้เชี่ยวชาญให้มาจัดการ เพราะในกรณีของไฟฟ้า สิ่งที่มองไม่เห็นอาจเป็นส่วนที่อันตรายที่สุด ⚡🌿
เขียนโดย dukedick
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
กินเจ 2569 วันที่ 10–18 หรือ 10–19 ตุลาคม กันแน่?
ใกล้เข้ามาแล้วพวกเรา! ส่องแนวทางเลขเด่นงวด 1 ต.ค. 69 สำนักไหนกำลังมา?
สุดทึ่ง! “กางเกงที่เก่าแก่ที่สุดในโลก” อายุ 3,000 ปี เปิดความจริงชีวิตนักรบโบราณ ชี้เมื่อก่อนคนเราไม่ได้ใส่กางเกง!
โควิดไม่ใช่เรื่องใหม่! นักวิทยาศาสตร์พบหลักฐาน "ไวรัสโคโรนา" เคยระบาดหนักเมื่อ 20,000 ปีก่อน ซ่อนอยู่ใน DNA ของเราเอง
AI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัวบนและเลขท้าย 2 ตัวล่าง งวด 1 ตุลาคม 69
ไขปริศนาใกล้ตัว: รูเล็กๆ บนขาปลั๊กไฟ มีไว้ทำไมและช่วยอะไรได้บ้าง
โรงเรียนกวดวิชายุค 90s หายไปไหน ทำไมสยามไม่เหมือนเดิม
ไขปริศนาพันปีจาก "ฟัน" บรรพบุรุษชาวอินเดียนแดงอพยพย้ายถิ่นฐานจากเอเชียครั้งใหญ่ครั้งเดียว
ประโยชน์ของ "ว่านหางจระเข้" ไม่ได้มีดีแค่ความเย็นฉ่ำ
ติ่งกระบอกบนสายชาร์จโน้ตบุ๊กมีไว้ทำอะไร
โอกาส 1 ในล้านที่จะถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 มันยากขนาดไหนกัน?
ปฏิทินจีน 1 ต.ค. 69 เลข 2-7-8-0-3 โผล่ในปฏิทินครอบครัวข่าว 3
อำเภอที่มีชื่อเหมือนชื่อจังหวัด เพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทย