หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เกิดอะไรขึ้นเมื่อสายไฟแรงสูงตกลงสู่พื้น ?

เขียนโดย dukedick

 

 

 

บางครั้งภาพของพื้นดินที่มีรอยไหม้สีดำสลับกับเส้นสีขาวแตกแขนงออกไปคล้ายกิ่งไม้หรือเส้นสายฟ้า อาจทำให้หลายคนเข้าใจว่าเป็นเพียงร่องรอยจากไฟไหม้ธรรมดา แต่หากบริเวณนั้นมีสายไฟฟ้าแรงสูงพาดอยู่ด้วย ร่องรอยดังกล่าวอาจเป็นหลักฐานของเหตุการณ์ทางไฟฟ้าที่รุนแรงอย่างมาก เพราะเมื่อสายไฟที่ยังมีพลังงานตกลงมากระทบพื้น กระแสไฟฟ้าสามารถไหลจากจุดสัมผัสออกไปตามพื้นดิน และทำให้เกิดความร้อน การอาร์ก และความแตกต่างของศักย์ไฟฟ้าบริเวณโดยรอบได้

ภาพที่เห็นจึงอาจดูราวกับมีใครนำปากกามาวาดเส้นแตกแขนงลงบนพื้น แต่จริง ๆ แล้วมันอาจเกิดขึ้นจากเส้นทางที่กระแสไฟฟ้าหรือการปล่อยประจุเลือกใช้ในช่วงเวลาสั้น ๆ

ปรากฏการณ์ลักษณะนี้มีความคล้ายคลึงกับสิ่งที่เรียกว่า Lichtenberg figure หรือลายลิชเทนเบิร์ก ซึ่งเป็นรูปแบบการแตกแขนงที่เกิดจากการปล่อยประจุไฟฟ้าแรงสูง โดยลักษณะของมันมักคล้ายกิ่งไม้ รากไม้ หรือเส้นสายฟ้าที่แตกออกจากจุดหนึ่งไปยังหลายทิศทาง อย่างไรก็ตาม สำหรับรอยบนพื้นดินจากสายไฟตก เราไม่ควรสรุปว่าทุกรอยเป็น “ลายลิชเทนเบิร์ก” ในความหมายทางวิทยาศาสตร์อย่างเคร่งครัด เพราะรูปร่างของรอยสามารถเกิดจากหลายกระบวนการร่วมกัน ทั้งกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านดิน การอาร์ก และการเผาไหม้ของวัสดุบนพื้นผิว

เมื่อสายไฟแรงสูงขาดและตกลงมา สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้มีเพียงไฟฟ้าที่ไหลผ่านตัวสายแล้วหยุดอยู่ตรงจุดที่สายสัมผัสพื้น แต่กระแสไฟฟ้าสามารถถ่ายเทพลังงานเข้าสู่พื้นดินได้ หากสภาพของระบบไฟฟ้าและเส้นทางกระแสเอื้อให้เกิดกระแสความผิดพร่องลงดิน กระแสจะกระจายออกจากจุดสัมผัสผ่านดินและวัสดุที่นำไฟฟ้าได้

บริเวณใกล้จุดสัมผัสจึงอาจเกิดความร้อนสูงมากในช่วงเวลาสั้น ๆ ความร้อนดังกล่าวสามารถทำให้หญ้า ใบไม้ เศษอินทรียวัตถุ หรือวัสดุอื่น ๆ บนพื้นผิวไหม้เกรียมจนกลายเป็นสีดำ ขณะเดียวกันวัสดุบางชนิดในดินอาจเปลี่ยนสภาพจากความร้อนหรือเกิดร่องรอยจากการอาร์ก ทำให้พื้นที่โดยรอบมีสีและพื้นผิวแตกต่างจากดินตามธรรมชาติ

สิ่งที่ทำให้ภาพเหล่านี้ดูน่าประหลาดที่สุดก็คือ รอยไม่ได้เป็นเส้นตรงเพียงเส้นเดียว

กระแสไฟฟ้าในสภาพแวดล้อมจริงไม่ได้มีเส้นทางที่เหมือนเส้นที่ถูกลากด้วยไม้บรรทัดเสมอไป แต่การกระจายกระแสขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของพื้นดิน ความชื้น โครงสร้างของดิน วัสดุที่อยู่บนพื้น และเส้นทางที่มีอิมพีแดนซ์เหมาะสมต่อการไหลของกระแส เมื่อเกิดการปล่อยประจุหรืออาร์ก เส้นทางเหล่านี้สามารถแตกแขนงออกไป ทำให้เกิดลวดลายที่คล้ายรากไม้หรือสายฟ้า

โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความชื้น ความแตกต่างของคุณสมบัติทางไฟฟ้าของพื้นผิวอาจมีบทบาทต่อการกระจายของกระแสได้มากขึ้น นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมรอยจากเหตุการณ์ทางไฟฟ้าบางแห่งจึงมีรูปร่างซับซ้อนกว่ารอยไหม้ธรรมดา

ส่วนร่องรอยสีขาวที่ปรากฏอยู่ตามแนวรอยดำก็ไม่จำเป็นต้องหมายถึง “ขี้เถ้า” เพียงอย่างเดียวเสมอไป แต่อาจเกิดจากวัสดุบนพื้นผิวที่ถูกความร้อนสูง การเปลี่ยนแปลงของแร่ธาตุ หรือวัสดุที่หลอมและตกค้างหลังเกิดการอาร์ก ทั้งนี้องค์ประกอบที่แท้จริงต้องตรวจสอบจากสถานที่เกิดเหตุและตัวอย่างวัสดุ จึงจะสามารถระบุได้อย่างแน่นอน

สิ่งที่สำคัญกว่าความสวยแปลกของรอยเหล่านี้คือ อันตรายที่มองไม่เห็น

หลายคนอาจคิดว่าถ้าสายไฟตกลงมาแล้วและไม่มีประกายไฟหรือเปลวไฟ ก็แปลว่าสถานการณ์น่าจะปลอดภัยแล้ว แต่ในความเป็นจริง เราไม่สามารถดูด้วยตาเปล่าได้ว่าสายไฟที่ตกลงมานั้นยังมีไฟอยู่หรือไม่ หน่วยงานด้านความปลอดภัยทางไฟฟ้าจึงแนะนำให้ถือว่าสายไฟที่ขาดหรือตกลงมาทุกเส้นยังคงมีกระแสไฟฟ้าอยู่ จนกว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบจะยืนยันว่าถูกตัดไฟและทำให้ปลอดภัยแล้ว

อันตรายไม่ได้จำกัดอยู่ที่การสัมผัสสายไฟโดยตรงเท่านั้น เพราะพื้นดินรอบจุดที่กระแสไฟฟ้าไหลลงดินสามารถมีความต่างศักย์เกิดขึ้นได้เช่นกัน ปรากฏการณ์นี้เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรียกว่า step potential หรือความต่างศักย์ระหว่างตำแหน่งที่เท้าทั้งสองข้างยืนอยู่ หากเท้าข้างหนึ่งอยู่ในบริเวณที่มีศักย์ไฟฟ้าสูงกว่าอีกข้าง กระแสอาจไหลผ่านร่างกายจากขาข้างหนึ่งไปยังอีกข้างหนึ่งได้ แม้บุคคลนั้นจะไม่ได้แตะต้องสายไฟเลยก็ตาม

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการเดินเข้าไปดูรอยไหม้ใกล้สายไฟที่ตกลงมาจึงเป็นเรื่องอันตรายอย่างยิ่ง

แนวทางความปลอดภัยทั่วไปจากหน่วยงานด้านความปลอดภัยทางไฟฟ้าระบุให้ผู้พบเห็นอยู่ห่างจากสายไฟที่ตกลงมาและสิ่งที่สัมผัสกับสายไฟอย่างน้อยประมาณ 35 ฟุต หรือราว 10.7 เมตร และควรเพิ่มระยะห่างในสภาพพื้นเปียก เพราะพื้นที่ที่มีกระแสไฟฟ้าไหลลงดินอาจยังมีอันตรายอยู่ไกลจากจุดสัมผัสได้

ที่สำคัญคือไม่ควรเดินเข้าไปใช้ไม้ กิ่งไม้ หรือสิ่งของอื่นเขี่ยสายไฟออก แม้วัตถุนั้นจะดูเหมือนไม่ใช่ตัวนำไฟฟ้าก็ตาม เพราะวัสดุบางชนิดสามารถนำไฟฟ้าได้ภายใต้เงื่อนไขบางอย่าง โดยเฉพาะเมื่อเปียกชื้น และการพยายามเข้าไปช่วยผู้ที่กำลังสัมผัสสายไฟก็อาจทำให้ผู้ช่วยกลายเป็นผู้ประสบเหตุอีกคนหนึ่งได้

หากพบสายไฟแรงสูงตกลงบนพื้น สิ่งที่ปลอดภัยกว่าคือ หยุดอยู่ในระยะห่างที่ปลอดภัย ไม่แตะต้องสายไฟหรือสิ่งที่สัมผัสกับสายไฟ และแจ้งหน่วยงานฉุกเฉินหรือการไฟฟ้าที่รับผิดชอบพื้นที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่ผ่านการฝึกอบรมเข้ามาตัดกระแสและตรวจสอบระบบอย่างถูกต้อง

สำหรับคนที่อยู่ใกล้เหตุการณ์และจำเป็นต้องถอยออกจากบริเวณที่อาจมีกระแสไฟฟ้าบนพื้น แนวทางความปลอดภัยแนะนำให้หลีกเลี่ยงการก้าวยาวหรือวิ่ง เพราะความแตกต่างของศักย์ระหว่างตำแหน่งเท้าทั้งสองข้างอาจเพิ่มความเสี่ยงจาก step potential ได้ การขยับเท้าเป็นก้าวสั้น ๆ โดยให้เท้าอยู่ใกล้กันขณะถอยออกจากบริเวณอันตรายช่วยลดความต่างศักย์ระหว่างเท้าได้

รอยไหม้แตกแขนงบนพื้นดินจึงเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของพลังงานไฟฟ้าที่สามารถเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมได้ภายในเวลาอันสั้น จากสายไฟเส้นหนึ่งที่ตกลงบนพื้น สามารถเกิดทั้งความร้อน การอาร์ก การกระจายกระแส และการเปลี่ยนแปลงของวัสดุบนพื้นผิว จนเหลือเป็นลวดลายที่ดูคล้ายรากไม้หรือสายฟ้า

แต่ความสวยงามแปลกตาของมันไม่ควรทำให้เราเข้าไปใกล้ เพราะรอยที่ดูเหมือนภาพศิลปะจากธรรมชาตินั้น อาจเป็นเพียงหลักฐานว่าบริเวณดังกล่าวเพิ่งผ่านเหตุการณ์ที่มีพลังงานไฟฟ้ารุนแรงมาก

เมื่อเห็นสายไฟขาดตกลงบนพื้น สิ่งที่ควรทำไม่ใช่เดินเข้าไปดูรอย แต่คือเดินออกห่างและเรียกผู้เชี่ยวชาญให้มาจัดการ เพราะในกรณีของไฟฟ้า สิ่งที่มองไม่เห็นอาจเป็นส่วนที่อันตรายที่สุด ⚡🌿

เนื้อหาโดย: dukedick
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedick's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 13 ครั้ง
เขียนโดย dukedick
สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนที่ชอบงานเขียนทางด้านเกร็ดความรู้ต่างๆ ไม่วาจะเป็นเกี่ยวกับสัตว์โลกน่ารัก หรือ เกร็ดความรู้ และเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
กินเจ 2569 วันที่ 10–18 หรือ 10–19 ตุลาคม กันแน่?ใกล้เข้ามาแล้วพวกเรา! ส่องแนวทางเลขเด่นงวด 1 ต.ค. 69 สำนักไหนกำลังมา?สุดทึ่ง! “กางเกงที่เก่าแก่ที่สุดในโลก” อายุ 3,000 ปี เปิดความจริงชีวิตนักรบโบราณ ชี้เมื่อก่อนคนเราไม่ได้ใส่กางเกง!โควิดไม่ใช่เรื่องใหม่! นักวิทยาศาสตร์พบหลักฐาน "ไวรัสโคโรนา" เคยระบาดหนักเมื่อ 20,000 ปีก่อน ซ่อนอยู่ใน DNA ของเราเองAI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัวบนและเลขท้าย 2 ตัวล่าง งวด 1 ตุลาคม 69ไขปริศนาใกล้ตัว: รูเล็กๆ บนขาปลั๊กไฟ มีไว้ทำไมและช่วยอะไรได้บ้างโรงเรียนกวดวิชายุค 90s หายไปไหน ทำไมสยามไม่เหมือนเดิมไขปริศนาพันปีจาก "ฟัน" บรรพบุรุษชาวอินเดียนแดงอพยพย้ายถิ่นฐานจากเอเชียครั้งใหญ่ครั้งเดียวประโยชน์ของ "ว่านหางจระเข้" ไม่ได้มีดีแค่ความเย็นฉ่ำติ่งกระบอกบนสายชาร์จโน้ตบุ๊กมีไว้ทำอะไรโอกาส 1 ในล้านที่จะถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 มันยากขนาดไหนกัน?ปฏิทินจีน 1 ต.ค. 69 เลข 2-7-8-0-3 โผล่ในปฏิทินครอบครัวข่าว 3
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
อำเภอที่มีชื่อเหมือนชื่อจังหวัด เพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
“ปรากฏการณ์ดอกไม้น้ำแข็ง” ความงามอันบอบบางที่เกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ ยามอากาศหนาวเย็นสิ่งที่จำเป็น ที่ควรกระทำเมื่อน้ำเริ่มท่วมขึ้นมาภายในบ้านทำไมคนเราถึงชอบซื้อหนังสือมาดองไว้แต่ไม่อ่าน (Tsundoku)?วันพีชขอดูให้จบก่อนตายได้ไหม? ตอนนี้มี 1177 ตอนแล้วและยังมาเรื่อยๆ
ตั้งกระทู้ใหม่