หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

รู้หรือไม่? “ข้าวเม่า” คือข้าวระยะไหน ทำไมจึงหอมและนุ่มกว่าข้าวทั่วไป

เขียนโดย Djung

   ข้าวเม่า เป็นอีกหนึ่งอาหารพื้นบ้านที่หลายคนคุ้นเคย โดยเฉพาะข้าวเม่าคลุกมะพร้าว ข้าวเม่าทอด หรือขนมที่นำข้าวเม่ามาเป็นส่วนประกอบ แต่เคยสงสัยกันหรือไม่ว่า ข้าวเม่าทำมาจากข้าวอะไร แบบไหน เป็นข้าวที่แก่เต็ม หรือเป็นข้าวที่ยังไม่แก่ระยะไหน ซึ่งคำถามหลายๆคำถามนี้ มีหลายคนสงสัยอย่างแน่นอน บทนี้มีคำตอบ

    ซึ่งความจริงแล้ว ข้าวเม่าทำจากข้าวที่ยังไม่แก่เต็มที่ โดยเก็บเกี่ยวในช่วงที่เมล็ดข้าวยังอ่อน มีความนุ่มและมีความชื้นอยู่ภายใน ก่อนที่จะพัฒนาไปเป็นเมล็ดข้าวที่แก่และแข็งเต็มที่ แล้วนำมาเข้าสู่กรรมวิธี ซึ่งในบทความนี้เราจะมาเรียนรู้ไปพร้อมกัน

    ข้าวเม่าไม่ใช่ชื่อพันธุ์ข้าว

สิ่งหนึ่งที่หลายคนอาจเข้าใจผิด คือคิดว่า “ข้าวเม่า” เป็นชื่อของพันธุ์ข้าวชนิดหนึ่ง แต่จริง ๆ แล้วคำว่า ข้าวเม่า หมายถึงข้าวที่นำมาแปรรูปในระยะที่เมล็ดยังอ่อน ไม่ได้หมายถึงพันธุ์ข้าวโดยเฉพาะแต่อย่างใด

   ซึ่งข้าวที่นำมาทำข้าวเม่านั้นจะถูกเก็บเกี่ยวในช่วงที่เมล็ดเริ่มสะสมแป้งแล้ว แต่ยังไม่แข็งเต็มที่ จากนั้นจึงนำมาคั่วและตำ จนได้เมล็ดข้าวแบน ๆ ที่มีสีและกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์

   ข้าวเม่าอยู่ในระยะไหนของต้นข้าว?

หากอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ข้าวเม่าคือ “ข้าวอ่อนก่อนแก่เต็มที่” เมื่อข้าวออกรวง เมล็ดจะค่อย ๆ พัฒนา จากระยะที่มีเนื้อคล้ายน้ำนม ไปสู่ระยะที่เมล็ดเริ่มแข็งและแก่เต็มที่ หากปล่อยให้ข้าวแก่จนสมบูรณ์ ก็จะสามารถเก็บเกี่ยวเพื่อนำไปสีเป็นข้าวสารตามปกติ

  แต่ถ้าเก็บเกี่ยวในช่วงที่เมล็ดยังอ่อนและเหมาะสมในขณะทึ่เมล็ดข้าวเป็นเนื้อแล้วแต่ยังไม่ได้แก่แบบมีคงามแข็ง ก็สามารถนำมาทำเป็นข้าวเม่าได้

    ทำไมข้าวเม่าจึงมีกลิ่นหอม?               เสน่ห์ของข้าวเม่าอยู่ที่ กลิ่นหอมและความนุ่มของเมล็ดข้าว ซึ่งแตกต่างจากข้าวสารที่ผ่านการเก็บเกี่ยวเมื่อเมล็ดแก่เต็มที่แล้ว โดยหลังจากเก็บเกี่ยว ข้าวจะผ่านกระบวนการคั่วและตำ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาการแปรรูปข้าวแบบพื้นบ้าน ทำให้เกิดกลิ่นหอมเฉพาะตัว และสามารถนำไปทำอาหารและขนมได้หลากหลายชนิด โดยการเอาข้าวเม่าที่ตำมาทำการใส่น้ำนิดหน่อย ก็จะทำให้ข้าวเม่ามีความนุ่มและนำมาทำอาหารหรือขนมได้นั่นเอง

  ดังนั้น ข้าวเม่าจึงไม่ได้เป็นเพียงอาหารพื้นบ้านธรรมดา แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึง ภูมิปัญญาของคนไทยที่รู้จักนำข้าวมาใช้ประโยชน์ในด้านการทำเมนูอาหารตั้งแต่ก่อนที่เมล็ดจะสุกแก่เต็มที่ จนกลายเป็นได้แค่ช้าวสารอย่างเดียว

   จึงทำให้เห็นวิวัฒนาการจากข้าวในท้องนาเพียงหนึ่งรวง เมื่อเก็บเกี่ยวในช่วงเวลาที่เหมาะสม ผ่านการคั่วและตำ ก็สามารถกลายมาเป็น “ข้าวเม่า” อาหารพื้นบ้านที่มีกลิ่นหอมและมีเอกลักษณ์จนถึงทุกวันนี้ฝห้เราได้ทานได้สงสัยกันนี่เอง

เนื้อหาโดย: Djung
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Djung's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 84 ครั้ง
เขียนโดย Djung
Djung
เน้นเนื้อหา เกี่ยวกับพืช เกษตร ต้นไม้ สุขภาพ และการลงทุนของโลกปัจจุบันที่เปลี่ยนไป ทั้งโลกการเงินและดิจิตัล
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เผยสถิติเลขออกบ่อยในวันอาทิตย์ ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569เปิดรายชื่อ 8 มหาเศรษฐีระดับโลก ที่เลือกเมืองไทยเป็นจุดหมายพักผ่อนสุดหรูรู้จัก 5 สถาบันในไทยที่เปิดสอนวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมจุดเด่นแต่ละแห่งการประท้วงในฝรั่งเศสลุกลามไปยังประเทศอื่นๆแล้วตลกญี่ปุ่นลวนลามผู้ประกาศข่าวสาวขณะถ่ายทอดสดเลข AI งวด 1 พ.ย. 69 คัดเลขเด่น 79-97 จับคู่ 48 มีชุดไหนน่าสนใจบ้างเปิด 5 มหาวิทยาลัยราชภัฏที่มีนักศึกษามากที่สุดในปี 2569 อันดับเปลี่ยนจากปีก่อนหรือไม่?เปิด 5 โรงเรียนนานาชาติระดับมัธยมที่แพงที่สุดในไทย ค่าเทอมทะลุล้าน จ่ายจริงปีละเท่าไร?ครอบครัวนกแสกทำรังบนถังน้ำกลางแมนฮัตตันเปิด 5 หลักสูตรแพทยศาสตร์ที่มีค่าเรียนรวมแตะ 7 ล้านบาทเปิดอาณาจักรธุรกิจ “ต๋อย ไตรภพ” และครอบครัว จากจอทีวีสู่มหกรรมอาหาร–สื่อออนไลน์ เช็ก 6 บริษัท มีทั้งเดินหน้าต่อและปิดกิจการเปิดโรงพยาบาลไทยติดอันดับโลก ปี 2026 อยู่อันดับไหน?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิดโรงพยาบาลไทยติดอันดับโลก ปี 2026 อยู่อันดับไหน?NASA ทดสอบแบตเตอรี่ดวงจันทร์ให้รับมือหนาวจัดและสุญญากาศ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ล่าสุดจากบาหลี: เต่าเขียว 20 ตัวกลับทะเล อีก 2 ยังรักษาฟักทอง 1.4 ตันโตได้อย่างไร: 5 สิ่งที่คนปลูกต้องจัดการฟอสซิลแมลงในอำพันเผยเบาะแสวิธีหาอาหารจากเปลือกไม้บริษัท AI ต้องคิดไกลกว่ากำไร ใครควรได้ประโยชน์จาก AI
ตั้งกระทู้ใหม่