เงินที่ถูกสร้างเพิ่มขึ้นทุกวันไปอยู่ที่ไหน และทำไมคนจนยังมีอยู่
* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th
ลองนึกถึงวันที่ข่าวบอกว่าเศรษฐกิจมีเงินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น ธนาคารปล่อยกู้มากขึ้น หรือรัฐอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบ หลายคนจึงอดสงสัยไม่ได้ว่า ถ้าเงินเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เงินก้อนนั้นไปอยู่ที่ไหน และเหตุใดบางครอบครัวยังต้องเลือกว่าจะจ่ายค่าเช่าบ้านหรือซื้อของกินก่อน
จุดที่ทำให้เข้าใจผิดกันบ่อยคือคำว่า “พิมพ์เงิน” ภาพที่เรานึกถึงมักเป็นธนบัตรออกจากโรงพิมพ์ แต่เงินส่วนใหญ่ในระบบสมัยใหม่ไม่ได้อยู่ในรูปแบงก์ ธนาคารกลางอังกฤษอธิบายว่าเงินส่วนใหญ่เป็นยอดเงินฝากอิเล็กทรอนิกส์ และเกิดขึ้นเมื่อธนาคารพาณิชย์อนุมัติสินเชื่อ
พูดให้ตรงที่สุด เงินใหม่ไม่ได้หายไปไหน มันถูกบันทึกเข้าบัญชีของผู้กู้ก่อน แล้วไหลต่อไปยังคนขายบ้าน ผู้รับเหมา เจ้าของกิจการ ผู้ขายสินค้า พนักงาน นักลงทุน หรือผู้ถือสินทรัพย์ แต่ทุกหน่วยของเงินที่เกิดจากสินเชื่อมีหนี้และดอกเบี้ยผูกอยู่ด้วย เงินเพิ่มขึ้นจึงไม่เท่ากับความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นอย่างเท่าเทียม
เงินก้อนใหม่เริ่มจากธุรกรรม ไม่ได้ตกถึงทุกคนพร้อมกัน
ตัวอย่างง่าย ๆ เมื่อกิจการกู้เงินเพื่อซื้อเครื่องจักร ธนาคารเพิ่มยอดเงินฝากในบัญชีของกิจการ จากนั้นกิจการนำไปจ่ายผู้ขายเครื่องจักร ผู้ขายจ่ายค่าจ้างพนักงาน พนักงานใช้ซื้ออาหารและชำระหนี้ เงินจึงเคลื่อนมือไปเรื่อย ๆ ไม่ได้หายเข้าไปในห้องนิรภัย
แต่ผู้ที่ได้รับเงินก่อนมีโอกาสเลือกซื้อของ ลงทุน หรือซื้อทรัพย์สินก่อนที่ราคาในระบบจะขยับขึ้น ขณะที่คนที่รายได้ขึ้นช้า หรือไม่มีเงินสำรอง มักรับผลของค่าครองชีพและดอกเบี้ยที่สูงขึ้นก่อนจะเห็นรายได้เพิ่ม นี่คือเหตุผลที่คนสองคนอยู่ในประเทศเดียวกัน แต่รู้สึกว่า “เงินในระบบเยอะ” ไม่ได้แปลว่าเงินในกระเป๋าเยอะ
การสร้างเงินคือการสร้างสิทธิใช้จ่าย พร้อมภาระชำระคืน
เงินกู้ช่วยสร้างบ้าน เปิดร้าน ขยายโรงงาน หรือพยุงธุรกิจในช่วงรายได้สะดุดได้ จึงไม่ใช่สิ่งเลวร้ายโดยตัวมันเอง ปัญหาอยู่ที่ว่าใครเข้าถึงเครดิตในเงื่อนไขที่ดีได้บ้าง คนที่มีรายได้สม่ำเสมอ หลักประกัน และประวัติเครดิตดี มักกู้ได้ถูกกว่าและได้วงเงินมากกว่า
ส่วนคนรายได้น้อยจำนวนมากต้องเจอกับรายได้ไม่แน่นอน ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน หรือมีภาระเดิมอยู่แล้ว จึงอาจเข้าถึงเงินกู้ในระบบได้ยากกว่า หากต้องกู้ก็อาจได้ต้นทุนสูงกว่า เงินที่ควรใช้พัฒนาชีวิตจึงถูกกินไปกับดอกเบี้ยและการประคองรายจ่ายรายเดือน
เงินไหลเข้าทรัพย์สินได้เร็วกว่าไหลเข้าค่าจ้าง
เมื่อเครดิตจำนวนมากไหลไปซื้อบ้าน ที่ดิน หุ้น หรือธุรกิจ ราคาสินทรัพย์เหล่านี้อาจขยับเร็วกว่าค่าจ้าง คนที่ถือทรัพย์สินอยู่ก่อนจึงได้ประโยชน์จากมูลค่าที่เพิ่มขึ้น ส่วนคนที่ยังเก็บเงินดาวน์บ้านหรือเพิ่งเริ่มทำงานอาจพบว่าเป้าหมายเดิมไกลขึ้น แม้จะขยันทำงานเท่าเดิม
นี่ไม่ใช่คำอธิบายว่าเงินใหม่ทุกบาททำให้คนจนลงทันที เพราะสินเชื่อบางส่วนสร้างงานและรายได้จริง แต่เป็นคำอธิบายว่าปริมาณเงินเพียงอย่างเดียวไม่บอกว่าใครได้รับโอกาสก่อน ใครแบกหนี้มากกว่า และราคาของสิ่งจำเป็นกำลังวิ่งเร็วแค่ไหน
ความจนไม่ได้เกิดจากเงินในโลกมีไม่พอ
ความจนคือการขาดรายได้ ทรัพย์สิน ความมั่นคง และโอกาสรับมือเหตุไม่คาดคิด คนหนึ่งอาจมีงานแต่รายได้ไม่พอค่าที่อยู่อาศัย อาหาร การเดินทาง การศึกษา หรือค่ารักษา อีกคนอาจทำงานได้ดีแต่เสียรายได้ทันทีเมื่อป่วยหรือมีคนในบ้านต้องดูแล
ข้อมูลของธนาคารโลกระบุว่า การประเมินด้วยเส้นความยากจนระหว่างประเทศที่ปรับใหม่พบว่าปี 2022 มีคนราว 838 ล้านคนอยู่ต่ำกว่าเส้น 3 ดอลลาร์สหรัฐต่อวันตามกำลังซื้อปี 2021 ตัวเลขนี้ไม่ได้แปลว่าโลกไม่มีเงิน แต่บอกว่ารายได้และความสามารถเข้าถึงทรัพยากรถูกกระจายไม่ทั่วถึงอย่างมาก
คำตอบจึงไม่ใช่แค่สร้างเงินเพิ่ม
ถ้าสร้างเงินเพิ่มโดยที่ผลผลิต สินค้า บ้าน การศึกษา ระบบขนส่ง และบริการสาธารณะเพิ่มไม่ทัน เงินจะไล่ซื้อของเดิมและราคามีแนวโน้มสูงขึ้น ผู้มีรายได้น้อยยิ่งรับแรงกระแทก เพราะสัดส่วนรายได้ส่วนใหญ่ต้องใช้กับของจำเป็น
สิ่งที่ช่วยลดความจนได้จริงกว่าคือรายได้จากงานที่ดี การศึกษาและทักษะที่ใช้หารายได้ได้จริง การคุ้มครองเมื่อเจ็บป่วยหรือว่างงาน เครดิตที่เป็นธรรม และการแข่งขันที่ไม่ปล่อยให้ผลประโยชน์กระจุกอยู่กับคนกลุ่มเดิม เงินเป็นเพียงเครื่องมือ ส่วนคำถามสำคัญคือใครมีอำนาจเข้าถึงมัน และมันถูกเปลี่ยนเป็นชีวิตที่มั่นคงได้หรือไม่
ดังนั้น เงินไม่ได้หายไปไหน มันหมุนอยู่ในบัญชี หนี้ ธุรกิจ การซื้อขาย และราคาทรัพย์สินทั่วระบบ แต่คนจนยังมีอยู่ เพราะการมีเงินมากขึ้นทั้งระบบไม่รับประกันว่ารายได้ โอกาส และอำนาจต่อรองจะเพิ่มขึ้นถึงทุกคนพร้อมกัน
โลกมีชีวิตจริงไหม? ทฤษฎีที่บอกว่าโลกทั้งใบคือสิ่งมีชีวิตเดียว
อำเภอที่มีชื่อเหมือนชื่อจังหวัด เพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทย
สถิติหวยออก ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 1 ตุลาคม
สถิติหวย 1 ต.ค. ย้อนหลัง 10 ปี เลข 59 ซ้ำ 3 ครั้ง พบ 594-726 ออกซ้ำ
คุยโทรศัพท์กับแฟนเพลิน เผลอเท้าแขนพลาดตกชั้น 4 โชคดีหลังคาชั้น 1 รับร่างไว้
เลขม้าสีหมอก 1/10/69 เปิดเลขเด่นบน-ล่าง พร้อมชุด 2 ตัว งวด 1 ตุลาคม 2569
มีอาชีพอะไรที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทยบ้าง
ครอบครัวไทยที่เริ่มจากจนต้องใช้กี่รุ่นจึงขึ้นสู่ความมั่งคั่ง
เลขปฏิทินคำชะโนด 1 ต.ค. 69 เปิดเลขเด่น 9-5 ก่อนแตกชุด 2 ตัวและ 3 ตัว
ป้อม ภาวุธ-ฟิล์ม รัฐภูมิ ตอบแล้ว หลัง DSI ส่งสำนวน Forex 34 ราย เจ้าตัวยันมีหลักฐานครบ
ก่อนเลือกบอร์ดประกันสังคม 27 ก.ย. ทำไมปีนี้เลือกได้ 7 คน? แกะกติกาที่เปลี่ยนไปก่อนถึงวันลงคะแนน
ฮ่องเต้จีนทำไมต้องมี สายลูกปัดบังหน้า เหตุผลแท้จริงไม่ใช่แค่ความสวยงาม
โลกมีชีวิตจริงไหม? ทฤษฎีที่บอกว่าโลกทั้งใบคือสิ่งมีชีวิตเดียว
ก่อนเลือกบอร์ดประกันสังคม 27 ก.ย. ทำไมปีนี้เลือกได้ 7 คน? แกะกติกาที่เปลี่ยนไปก่อนถึงวันลงคะแนน
ครอบครัวไทยที่เริ่มจากจนต้องใช้กี่รุ่นจึงขึ้นสู่ความมั่งคั่ง
คุยโทรศัพท์กับแฟนเพลิน เผลอเท้าแขนพลาดตกชั้น 4 โชคดีหลังคาชั้น 1 รับร่างไว้
มีอาชีพอะไรที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทยบ้าง
อำเภอที่มีชื่อเหมือนชื่อจังหวัด เพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทย







