หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เคยสงสัยไหม ? ทำไม 1 ปีถึงมี 12 เดือน ไม่ใช่ 10 หรือ 13

เขียนโดย rollwithus

สวัสดีชาวโพสต์จังกันทุกคน เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมหนึ่งปีถึงต้องมี 12 เดือน ทำไมไม่แบ่งเป็น 10 เดือนหรือ 13 เดือนให้จำง่ายกว่านี้

 

แล้วใครเป็นคนกำหนดว่าเดือนมกราคมต้องเป็นเดือนแรกของปี และเดือนกุมภาพันธ์ต้องมีเพียง 28 หรือ 29 วัน?

 

คําตอบของเรื่องนี้ย้อนกลับไปหลายพันปี ตั้งแต่ยุคที่มนุษย์ยังไม่มีนาฬิกาหรือปฏิทินแบบที่เราใช้กันในปัจจุบัน แต่ต้องอาศัยการสังเกตดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์

 

และการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล เพื่อกำหนดช่วงเวลาในการเพาะปลูก ทำพิธีกรรม และจัดระเบียบชีวิตประจำวัน

 

ในอดีต ดวงจันทร์เป็นหนึ่งในเครื่องมือบอกเวลาตามธรรมชาติที่มนุษย์สังเกตได้ง่าย เพราะรูปร่างของดวงจันทร์เปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เสี้ยวเล็ก ๆ จนเต็มดวง ก่อนจะค่อย ๆ ลดลงและกลับไปเริ่มวงจรใหม่อีกครั้ง

 

การเปลี่ยนแปลงหนึ่งรอบใช้เวลาประมาณ 29.5 วัน มนุษย์จึงเริ่มใช้ช่วงเวลานี้เป็นหน่วยสำหรับนับเดือน เมื่อคำนวณวงจรดวงจันทร์ประมาณ 12 รอบ จะได้เวลาราว 354 วัน

 

ซึ่งใกล้เคียงกับระยะเวลาหนึ่งปีตามฤดูกาลที่มีประมาณ 365 วัน แม้จะยังไม่ตรงกันพอดี แต่การแบ่งเวลาเป็น 12 ช่วงก็เป็นระบบที่เข้าใจง่ายและสอดคล้องกับการสังเกตธรรมชาติ

 

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกอารยธรรมจะใช้ปฏิทินเหมือนกันทั้งหมด บางแห่งใช้ปฏิทินจันทรคติที่อิงกับดวงจันทร์ บางแห่งใช้ปฏิทินสุริยคติที่อิงกับการเคลื่อนที่ปรากฏของดวงอาทิตย์

 

และบางวัฒนธรรมก็ผสมผสานทั้งสองระบบเข้าด้วยกัน เพื่อให้เดือนยังสัมพันธ์กับดวงจันทร์ ขณะเดียวกันปีก็ไม่คลาดเคลื่อนจากฤดูกาลมากเกินไป นี่จึงเป็นเหตุผลที่ปฏิทินในแต่ละภูมิภาคมีจำนวนเดือนและวิธีนับวันแตกต่างกันได้

 

เมื่อย้อนมาดูปฏิทินโรมัน ซึ่งเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของปฏิทินที่ใช้กันในปัจจุบัน ตามเรื่องเล่าที่นักเขียนโรมันโบราณถ่ายทอดไว้

 

ระบบปฏิทินยุคแรกเคยมีเพียง 10 เดือน และเริ่มต้นปีในเดือนมีนาคม ชื่อเดือนบางเดือนที่เราใช้ในภาษาอังกฤษทุกวันนี้ยังคงหลงเหลือร่องรอยของระบบเก่านั้นอยู่ด้วย

 

เช่น September มีรากศัพท์จากคำที่หมายถึงเจ็ด October หมายถึงแปด November หมายถึงเก้า

 

และ December หมายถึงสิบ แต่ปัจจุบันเดือนเหล่านี้กลับอยู่ในลำดับที่ 9, 10, 11 และ 12 ตามลำดับ เพราะมีการเปลี่ยนแปลงระบบนับเดือนในเวลาต่อมา

 

เรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับปฏิทินโรมันระบุว่า มีการเพิ่มเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์เข้ามา ทำให้ปีมีทั้งหมด 12 เดือน

 

แต่รายละเอียดเกี่ยวกับการปรับปฏิทินในยุคแรกยังมีข้อถกเถียงทางประวัติศาสตร์อยู่บ้าง

 

สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ชาวโรมันพยายามพัฒนาระบบนับเวลาให้เหมาะสมกับการปกครอง พิธีกรรม และกิจกรรมต่าง ๆ ของสังคมมากขึ้น

 

เดือนมกราคมมีชื่อภาษาอังกฤษว่า January ซึ่งเกี่ยวข้องกับเทพเจ้า Janus ของโรมัน ผู้มีความเชื่อมโยงกับประตู การเริ่มต้น และการเปลี่ยนผ่าน

 

ส่วน February มาจากชื่อเดือน Februarius ที่เกี่ยวข้องกับพิธีชำระล้างในวัฒนธรรมโรมัน ชื่อของเดือนเหล่านี้จึงสะท้อนให้เห็นว่า ปฏิทินไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือบอกวันเวลาเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับความเชื่อและวัฒนธรรมของผู้คนในอดีตด้วย

 

แม้จะมี 12 เดือนแล้ว แต่ปฏิทินโรมันก็ยังมีปัญหาเรื่องความคลาดเคลื่อน เพราะจำนวนวันในปฏิทินไม่ตรงกับระยะเวลาที่โลกใช้โคจรรอบดวงอาทิตย์อย่างพอดี

 

เมื่อเวลาผ่านไป วันตามปฏิทินจึงค่อย ๆ เลื่อนออกจากฤดูกาล ส่งผลให้ต้องมีการปรับแก้ระบบนับวันอยู่เป็นระยะ

 

การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้นในสมัยจูเลียส ซีซาร์ ผู้นำโรมัน ซึ่งมีการปฏิรูปปฏิทินและนำปฏิทินจูเลียนมาใช้ในปี 45 ก่อนคริสตกาล

 

ระบบนี้กำหนดให้ปีปกติมี 365 วัน และเพิ่มวันพิเศษในปีอธิกสุรทิน โดยทั่วไปทุก 4 ปี เพื่อชดเชยเวลาที่เกินจากการนับปีละ 365 วัน

 

การปรับปรุงดังกล่าวช่วยให้ปฏิทินมีความสม่ำเสมอมากขึ้น และกลายเป็นรากฐานสำคัญของระบบปฏิทินในยุโรปในเวลาต่อมา

 

แต่ถึงอย่างนั้น ปฏิทินจูเลียนก็ยังมีความคลาดเคลื่อนเล็กน้อย เพราะระยะเวลาที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์จริง ๆ ไม่ได้เท่ากับ 365 วันกับอีก 6 ชั่วโมงอย่างพอดี

 

เมื่อสะสมความคลาดเคลื่อนเป็นเวลาหลายร้อยปี วันตามปฏิทินก็เริ่มเลื่อนจากฤดูกาลมากขึ้น จนเกิดความจำเป็นต้องปรับปรุงระบบอีกครั้ง

 

ในปี ค.ศ. 1582 สมเด็จพระสันตะปาปาเกรกอรีที่ 13 ได้ประกาศใช้ปฏิทินเกรกอเรียน เพื่อแก้ไขความคลาดเคลื่อนของปฏิทินจูเลียน ระบบนี้ยังคงแบ่งปีออกเป็น 12 เดือนเหมือนเดิม

 

แต่ปรับหลักเกณฑ์การกำหนดปีอธิกสุรทินให้แม่นยำขึ้น โดยปีที่หารด้วย 4 ลงตัวจะเป็นปีอธิกสุรทิน ยกเว้นปีที่หารด้วย 100 ลงตัวจะไม่เป็นปีอธิกสุรทิน

 

เว้นแต่ปีนั้นจะหารด้วย 400 ลงตัวด้วย เช่น ปี ค.ศ. 2000 เป็นปีอธิกสุรทิน แต่ปี ค.ศ. 1900 ไม่ใช่

 

ปฏิทินเกรกอเรียนค่อย ๆ แพร่หลายไปยังประเทศต่าง ๆ และกลายเป็นปฏิทินพลเรือนที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลกในปัจจุบัน แม้หลายประเทศจะยังคงใช้ปฏิทินดั้งเดิมของตนเองควบคู่ไปด้วยก็ตาม

 

แล้วทำไมแต่ละเดือนถึงมีจำนวนวันไม่เท่ากัน? เหตุผลส่วนหนึ่งมาจากประวัติศาสตร์การปรับปฏิทินในยุคโรมัน

 

ซึ่งมีการกำหนดและปรับจำนวนวันของเดือนต่าง ๆ หลายครั้ง จนกลายเป็นรูปแบบที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน เดือนมกราคมมี 31 วัน

 

กุมภาพันธ์มี 28 วันหรือ 29 วันในปีอธิกสุรทิน มีนาคมมี 31 วัน เมษายนมี 30 วัน พฤษภาคมมี 31 วัน มิถุนายนมี 30 วัน กรกฎาคมมี 31 วัน

 

สิงหาคมมี 31 วัน กันยายนมี 30 วัน ตุลาคมมี 31 วัน พฤศจิกายนมี 30 วัน และธันวาคมมี 31 วัน รวมเป็น 365 วันในปีปกติ หรือ 366 วันในปีอธิกสุรทิน

 

ส่วนเดือนกุมภาพันธ์ที่มีวันน้อยกว่าเดือนอื่น เป็นผลจากประวัติการปรับปฏิทินโรมันและการจัดสรรจำนวนวันในระบบปฏิทินที่พัฒนาต่อมา ไม่ใช่เพราะดวงจันทร์หรือธรรมชาติกำหนดให้เดือนนี้ต้องสั้นกว่าเดือนอื่นโดยตรง

 

สำหรับประเทศไทย ปฏิทินที่เราใช้ในชีวิตประจำวันเป็นปฏิทินเกรกอเรียนที่ปรับการแสดงปีให้สอดคล้องกับพุทธศักราช

 

โดยทั่วไปปีพุทธศักราชจะมากกว่าคริสต์ศักราช 543 ปี เช่น ค.ศ. 2026 ตรงกับ พ.ศ. 2569 การใช้ปฏิทินรูปแบบนี้ทำให้การนัดหมาย การทำงาน การศึกษา และการติดต่อระหว่างประเทศเป็นระบบเดียวกันได้สะดวกขึ้น

 

แหล่งที่มา

* Time and Date – ปฏิทินโรมัน

* Time and Date – ปฏิทินเกรกอเรียน

* Wikipedia – Roman calendar

เนื้อหาโดย: rollwithus
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
rollwithus's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 21 ครั้ง
เขียนโดย rollwithus
นักเขียนอิสระสายสาระความรู้ ข่าวสาร และการติดตามเลขเด็ดที่ผู้คนสนใจ เน้นการรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่งและเรียบเรียงให้อ่านง่าย กระชับ และน่าเชื่อถือ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 คณะที่เรียนจบมาแล้ว มีอาชีพรองรับมากกว่าที่คิดอดีตนักบอลทีมชาติ "ไดโกะ นิชิ" ประกาศว่าแต่งงานกับดาราสาว "มามิ คามูระ" แล้ว!!ปฏิทินจีนเทียบปฏิทินไอ้ไข่ งวด 1 ต.ค. 2569 เลขไหนน่าสนใจอำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยอดีตไอดอลญี่ปุ่น "อายากะ โมจิซึกิ" เผย "ฉันเคยมีแฟนเป็นเด็กแว๊นซ์"สูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 1/10/69ชวนเข้ามาดูอาหาร 15 ชนิดที่มักเข้าใจผิดว่าเหมือนกันกันบ่อย ๆ และวิธีแยกความแตกต่างรู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไรแปลปกสลาก งวด 1 ต.ค. 69 ส่องตัวเลขจากภาพปกสลากกินแบ่งรัฐบาลเผยเหตุผลที่ "ซีรี่ส์จีน" มักมีแต่พล็อตเรื่องเก่าๆ ทั้งข้ามมิติ ย้อนเวลา และอาศัยระบบต่างๆCNN, MS NOW และ POLITICO ฟ้องทรัมป์ หลังถูกห้ามเข้าทำเนียบขาว5 เมนูอาหารไทยโบราณที่หาทานยาก ชื่อคุ้นหู แต่คนรุ่นใหม่อาจไม่เคยชิม
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษอดีตไอดอลญี่ปุ่น "อายากะ โมจิซึกิ" เผย "ฉันเคยมีแฟนเป็นเด็กแว๊นซ์"ชวนเข้ามาดูอาหาร 15 ชนิดที่มักเข้าใจผิดว่าเหมือนกันกันบ่อย ๆ และวิธีแยกความแตกต่างเผยเหตุผลที่ "ซีรี่ส์จีน" มักมีแต่พล็อตเรื่องเก่าๆ ทั้งข้ามมิติ ย้อนเวลา และอาศัยระบบต่างๆCNN, MS NOW และ POLITICO ฟ้องทรัมป์ หลังถูกห้ามเข้าทำเนียบขาว
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
กรงไก่ "ชุบร้อน" กับ "ชุบเย็น" ต่างกันยังไง? เลือกแบบไหนคุ้มค่าที่สุด! 🐔💡ทำไมภาพกลุ่มทำให้คนดูน่าสนใจขึ้นDecent Work เรื่องที่นายจ้าง (อสังหาริมทรัพย์) ไทยต้องรู้Google Effect ทำไมเราจำที่เก็บข้อมูลแทนเนื้อหา
ตั้งกระทู้ใหม่