หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เปิดรายชื่อโรงเรียนในไทยที่ “ว่ายน้ำ” อยู่ในหลักสูตร เรียนจริงตั้งแต่อนุบาลถึงมัธยม

เขียนโดย อเมริกาโน่ดำ

ถ้าพูดถึงวิชาที่เด็กต้องเรียนในโรงเรียน หลายคนคงนึกถึงคณิตศาสตร์ ภาษาไทย วิทยาศาสตร์ หรือภาษาอังกฤษ

แต่มีโรงเรียนอีกกลุ่มที่ใส่ “ว่ายน้ำ” เข้าไปอยู่ในตารางเรียนอย่างจริงจัง

บางแห่งเรียนทุกสัปดาห์ บางแห่งกำหนดเป็นส่วนหนึ่งของวิชาพลศึกษา และบางโรงเรียนมีรายวิชา “ว่ายน้ำ” เป็นวิชาเพิ่มเติมโดยเฉพาะ

ที่สำคัญคือ เนื้อหาไม่ได้มีแค่การว่ายให้เป็น แต่บางหลักสูตรสอนตั้งแต่การสร้างความมั่นใจในน้ำ ความปลอดภัย การเอาตัวรอด ไปจนถึงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ

โรงเรียนที่มีว่ายน้ำในหลักสูตร มีอยู่หลายรูปแบบ

จากข้อมูลบนเว็บไซต์และเอกสารหลักสูตรของโรงเรียนที่ตรวจสอบได้ พบว่า “ว่ายน้ำ” ถูกนำมาใช้ในโรงเรียนอย่างน้อย 3 รูปแบบ

แบบแรกคือ เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรโดยตรง

แบบที่สองคือ เป็นส่วนหนึ่งของวิชาพลศึกษาและเรียนตามตารางอย่างต่อเนื่อง

และแบบที่สามคือ เป็นรายวิชาเพิ่มเติมหรือหลักสูตรเสริมของโรงเรียน

ดังนั้นคำว่า “โรงเรียนสอนว่ายน้ำ” จึงไม่ได้หมายความเหมือนกันทุกแห่ง

 

1. Ascot International School

Ascot International School ระบุชัดว่าว่ายน้ำเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร โดยถือเป็นวิชาหนึ่งในระดับเดียวกับวิชาด้าน PE และนักเรียนตั้งแต่ EY3 ถึง Year 13 มีการเรียนว่ายน้ำอย่างต่อเนื่อง

เนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่ความคุ้นเคยกับน้ำ ความปลอดภัย เทคนิคการว่ายน้ำ การพัฒนาท่าว่าย ความฟิต และทักษะทางน้ำที่สูงขึ้นตามวัย

โรงเรียนยังระบุว่าการเรียนแบ่งตามระดับพัฒนาการของผู้เรียน เพื่อให้เด็กแต่ละกลุ่มได้รับความท้าทายที่เหมาะสม

 

2. Australian International School Bangkok

Australian International School Bangkok หรือ AISB มี Swimming Program ที่พัฒนาเด็กเป็นลำดับ ตั้งแต่การสร้างความคุ้นเคยกับน้ำ ไปจนถึง Learn to Swim การแก้ไขท่าว่าย และการฝึกสำหรับทีมว่ายน้ำ

นักเรียนตั้งแต่ Kindergarten 1 ขึ้นไปมีบทเรียนว่ายน้ำเป็นประจำทุกสัปดาห์ ขณะที่เด็กเล็กระดับ Nursery มีกิจกรรมเล่นน้ำภายใต้การดูแล

จุดที่น่าสนใจคือโรงเรียนไม่ได้มองการว่ายน้ำเป็นกิจกรรมครั้งคราว แต่จัดเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมการเรียนอย่างต่อเนื่อง

 

3. Charter International School

Charter International School เริ่มโปรแกรมว่ายน้ำตั้งแต่ระดับ Year 1 โดยระบุว่ามีการจัดเวลาเรียนว่ายน้ำ 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ สำหรับนักเรียน Year 1

หลักสูตรใช้แนวทาง ASA Learn to Swim และเน้นทั้ง water confidence, water skills และ water safety

เมื่อขึ้นระดับสูงขึ้น นักเรียนจะพัฒนาทักษะต่อเนื่องจนถึงระดับที่สามารถระบุและฝึกท่าว่ายหลักทั้ง 4 ท่าได้

 

4. Tara Pattana International School

Tara Pattana International School จังหวัดชลบุรี ระบุว่าเด็กในระดับ Primary เรียน Swimming เป็นหนึ่งในวิชาเฉพาะทางของหลักสูตร

โรงเรียนจัดการเรียนว่ายน้ำเป็นรายสัปดาห์ โดยมีครูเฉพาะทางร่วมกับวิชา Music, Drama และ PE

สำหรับระดับ Early Years ยังมีทั้ง Splash Play และ Swimming โดยเน้นให้เด็กคุ้นเคยกับน้ำและพัฒนาความมั่นใจอย่างเหมาะสมกับวัย

 

5. Shrewsbury Bangkok City Campus

Shrewsbury Bangkok City Campus จัด Swimming เป็นหนึ่งใน Specialist Subjects ของนักเรียน Years 1–6

นั่นหมายความว่าเด็กไม่ได้เพียงมีโอกาสเข้าชมรมว่ายน้ำ แต่ Swimming ถูกระบุอยู่ในโครงสร้างการเรียนของระดับประถมร่วมกับวิชาเฉพาะทางอื่น เช่น Music, PE และ Thai Language & Culture

 

6. ICS Bangkok

ICS Bangkok มีโปรแกรม Aquatics ที่น่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร Physical Education แบบบังคับตั้งแต่ K4 ถึง Grade 12

เด็กเล็กเริ่มจากความปลอดภัยและความคุ้นเคยกับน้ำ ก่อนพัฒนาไปสู่เทคนิคการว่าย การควบคุมการหายใจ ความทนทาน และกีฬาทางน้ำ

สำหรับระดับมัธยมยังมีวิชาเลือกด้าน Lifeguarding และ Aquatic Leadership ที่เกี่ยวข้องกับการช่วยชีวิต การทำ CPR/AED การปฐมพยาบาล และการสอนว่ายน้ำ

จึงเห็นได้ว่าแนวคิดของโรงเรียนไม่ได้หยุดอยู่ที่ “ว่ายน้ำเป็น” แต่ขยายไปถึงการใช้ทักษะทางน้ำอย่างปลอดภัยและการช่วยเหลือผู้อื่น

 

7. Bangkok-Chicago Christian International School

Bangkok-Chicago Christian International School หรือ BCCI ระบุว่าในระดับประถม นักเรียนมี Swimming Lesson ทุกสัปดาห์

โรงเรียนจัด Swimming ไว้ร่วมกับโปรแกรม Physical Education โดยมีเป้าหมายพัฒนาความมั่นใจในน้ำและความปลอดภัยทางน้ำ

ข้อมูลของโรงเรียนระบุว่า Grade 1–5 มีการเรียนว่ายน้ำเป็นประจำทุกสัปดาห์

 

8. BCIS Chiang Mai

BCIS Chiang Mai มีสระว่ายน้ำขนาด 25 เมตร และระบุว่า Weekly Swimming Lessons เป็นส่วนหนึ่งของตารางเรียนสำหรับทุกระดับชั้น ตั้งแต่ Early Years ไปจนถึง Secondary

เนื้อหาครอบคลุมทั้ง water confidence, stroke technique และ water safety

จุดนี้ทำให้เห็นอีกแนวทางหนึ่ง คือการจัดว่ายน้ำให้ต่อเนื่องหลายช่วงวัย แทนที่จะเรียนเพียงช่วงใดช่วงหนึ่งของการศึกษา

 

9. Wichai Wittaya School

Wichai Wittaya School ระบุใน FAQ ของโรงเรียนว่าเด็กตั้งแต่ Kindergarten ถึง Primary 2 มี Swimming Lesson ทุกสัปดาห์ และนักเรียนในระดับดังกล่าวต้องเข้าร่วมการเรียน

รูปแบบนี้แตกต่างจากโรงเรียนที่เปิดว่ายน้ำเป็นชมรม เพราะการเรียนถูกกำหนดไว้ในตารางการศึกษาอย่างชัดเจน

 

10. โรงเรียนเลิร์นสาธิตพัฒนา หรือ LSP School

LSP School ระบุในข้อมูลหลักสูตรระดับ Primary ว่า นักเรียนทุกคนเรียนว่ายน้ำ

นอกจาก Swimming แล้ว นักเรียนยังสามารถเลือกกิจกรรมกีฬาอื่น ๆ ได้ตามความสนใจ ทำให้การออกกำลังกายถูกวางไว้เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การเรียนรู้ของเด็ก

 

11. โรงเรียนดาราสมุทร สระแก้ว

ฝั่งโรงเรียนไทยก็มีตัวอย่างที่น่าสนใจอย่างโรงเรียนดาราสมุทร สระแก้ว

เอกสารหลักสูตรสถานศึกษาปีการศึกษา 2567 ระบุรายวิชา พ15201 ว่ายน้ำ 5 สำหรับนักเรียนชั้น ป.5 ใช้เวลาเรียน 40 ชั่วโมง

เนื้อหาครอบคลุมการเคลื่อนไหวในน้ำ การหายใจ การว่ายท่ากบ การใช้อุปกรณ์ฝึกว่ายน้ำ รวมถึง การว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด

จุดนี้น่าสนใจ เพราะ “ว่ายน้ำ” ถูกออกแบบให้มีทั้งมิติของกีฬาและความปลอดภัยในชีวิตจริง

 

12. โรงเรียนเมยวดีพิทยาคม

โรงเรียนเมยวดีพิทยาคมมีรายวิชาเพิ่มเติม พ31212 ว่ายน้ำ สำหรับนักเรียนชั้น ม.4

เอกสารหลักสูตรปีการศึกษา 2567 ระบุเวลาเรียน 40 ชั่วโมง หรือ 1 หน่วยกิต

เนื้อหาไม่ได้จำกัดเฉพาะเทคนิคการว่ายน้ำ แต่รวมถึงการเอาตัวรอดทางน้ำ การให้ความช่วยเหลือ และการปฐมพยาบาลผู้จมน้ำด้วย

นี่เป็นตัวอย่างที่ชัดว่ารายวิชาว่ายน้ำในโรงเรียนไทยบางแห่งสามารถถูกออกแบบให้เป็น ทักษะชีวิต มากกว่าการฝึกกีฬาเพียงอย่างเดียว

 

13. โรงเรียนธีรศาสตร์

เอกสารหลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนธีรศาสตร์ ปีการศึกษา 2567 ระบุ “พลศึกษา ว่ายน้ำ” เป็นหนึ่งในวิชาที่โรงเรียนใช้เสริมการเรียนรู้ในหลายระดับชั้น

ในโครงสร้างหลักสูตรมีการจัดเวลา ว่ายน้ำ 40 ชั่วโมง ในบางระดับชั้น และยังมีการระบุว่ายน้ำเป็นส่วนหนึ่งของจุดเน้น/การเสริมวิชาพื้นฐานของโรงเรียน

 

แล้วโรงเรียนรัฐบาลมีการเรียนว่ายน้ำหรือไม่

มีเช่นกัน แต่รูปแบบการจัดการเรียนแตกต่างกันไปตามโรงเรียนและพื้นที่

ตัวอย่างที่เห็นชัดคือกรุงเทพมหานคร ซึ่งกำหนดโครงการเรียนว่ายน้ำสำหรับนักเรียนโรงเรียนในสังกัด โดยเน้นทักษะว่ายน้ำพื้นฐานและการเอาตัวรอดทางน้ำ

ข้อมูลของ กทม. ระบุว่ากลุ่มนักเรียน ป.3–ป.5 สามารถเข้าร่วมการเรียนว่ายน้ำตามหลักสูตร และในปี 2569 มีการดำเนินโครงการโดยนำนักเรียนไปเรียนว่ายน้ำคนละ 20 ชั่วโมงต่อหลักสูตร

นอกจากนี้ กทม. ยังระบุแนวทางให้นักเรียนเรียนรู้เรื่องการลอยตัว การว่ายไปข้างหน้า การประเมินความเสี่ยงในแหล่งน้ำ และสำหรับ ป.6 มีทักษะช่วยชีวิตเบื้องต้น เช่น CPR

 

ว่ายน้ำในหลักสูตร ไม่ได้หมายถึงแค่ “ว่ายให้เป็น”

เมื่อดูจากหลักสูตรที่ตรวจสอบพบ สิ่งที่โรงเรียนสอนมีความแตกต่างกันพอสมควร

บางแห่งเน้น Water Confidence

บางแห่งเน้น Swimming Technique

บางแห่งเพิ่ม Water Safety

และบางหลักสูตรไปถึง Survival Skills, Lifesaving และ CPR

จึงอาจกล่าวได้ว่าแนวคิดของการเรียนว่ายน้ำในโรงเรียนมีตั้งแต่การสร้างทักษะพื้นฐาน ไปจนถึงการเตรียมเด็กให้รับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินทางน้ำ

งานข้อมูลของสถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ยังอธิบายความแตกต่างระหว่างการว่ายน้ำทั่วไปกับ “ว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด” ว่าหลักสูตรหลังให้ความสำคัญกับการเอาตัวรอด ความปลอดภัย และการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำด้วย

สิ่งที่ผู้ปกครองควรเช็กก่อนเลือกโรงเรียน

คำว่า “มีสอนว่ายน้ำ” อาจมีรายละเอียดแตกต่างกันมาก

ควรเช็กอย่างน้อย 5 เรื่อง

1. เรียนทุกสัปดาห์หรือเรียนเป็นช่วง
บางโรงเรียนมีตารางเรียนประจำ ขณะที่บางแห่งจัดเป็นคอร์สหรือกิจกรรมตามช่วงเวลา

2. เริ่มเรียนตั้งแต่ชั้นไหน
บางโรงเรียนเริ่มตั้งแต่ Early Years หรืออนุบาล ขณะที่บางโรงเรียนเริ่มในระดับประถม

3. สอนอะไรบ้าง
อย่าดูแค่จำนวนท่าว่าย ควรดูว่ามี Water Safety และ Survival Skills หรือไม่

4. ใครเป็นผู้สอน
ควรตรวจสอบคุณสมบัติและประสบการณ์ของครูหรือโค้ช รวมถึงระบบดูแลความปลอดภัย

5. โรงเรียนมีสระเองหรือใช้สระภายนอก
เรื่องนี้มีผลต่อความถี่ของการเรียน เวลาเดินทาง และรูปแบบการจัดตาราง


สรุป

โรงเรียนในประเทศไทยที่มีว่ายน้ำอยู่ในหลักสูตรหรือโครงสร้างการเรียนมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่โรงเรียนนานาชาติที่จัด Swimming เป็นวิชาประจำ ไปจนถึงโรงเรียนไทยที่กำหนด “ว่ายน้ำ” เป็นรายวิชาเพิ่มเติม

ตัวอย่างที่ตรวจสอบพบมีทั้ง Ascot International School, Australian International School Bangkok, Charter International School, Tara Pattana International School, Shrewsbury Bangkok City Campus, ICS Bangkok, BCCI, BCIS Chiang Mai, Wichai Wittaya School, LSP School รวมถึงโรงเรียนไทยอย่าง ดาราสมุทร สระแก้ว, เมยวดีพิทยาคม และธีรศาสตร์

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดไม่ใช่แค่เด็ก “ว่ายน้ำเป็น” แต่คือหลายหลักสูตรเริ่มนำ ความปลอดภัยทางน้ำและการเอาชีวิตรอด เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนด้วย

ถ้าต้องเลือกโรงเรียนให้เด็ก คุณให้ความสำคัญกับ “เรียนว่ายน้ำทุกสัปดาห์” หรือ “มีหลักสูตรเอาตัวรอดทางน้ำ” มากกว่ากัน?

Ascot International School — Swimming Programme — ระบุว่ายน้ำเป็นวิชาในหลักสูตรตั้งแต่ EY3–Year 13
Australian International School Bangkok — Swimming Programme — ระบุการเรียนว่ายน้ำรายสัปดาห์ตั้งแต่ Kindergarten 1
Charter International School — Curriculum Guide — ข้อมูล Learn to Swim และตารางเรียน Year 1
Tara Pattana International School — Primary Curriculum — Swimming เป็นวิชาเรียนรายสัปดาห์
Shrewsbury Bangkok City Campus — Junior Curriculum — Swimming เป็น Specialist Subject
ICS Bangkok — Aquatics Curriculum — Aquatics เป็นส่วนหนึ่งของ PE K4–12
Bangkok-Chicago Christian International School — Primary — ระบุ Swimming Lesson รายสัปดาห์
BCIS Chiang Mai — Facilities — Weekly Swimming Lessons ทุกระดับ
Wichai Wittaya School — FAQ — Kindergarten–Primary 2 เรียนว่ายน้ำทุกสัปดาห์
LSP School — Primary Curriculum — ระบุว่านักเรียนทุกคนเรียนว่ายน้ำ
โรงเรียนดาราสมุทร — หลักสูตรสถานศึกษา 2567 — รายวิชาว่ายน้ำ ป.5 จำนวน 40 ชั่วโมง
โรงเรียนเมยวดีพิทยาคม — หลักสูตรสุขศึกษาและพลศึกษา 2567 —
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
อเมริกาโน่ดำ's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 28 ครั้ง
เขียนโดย อเมริกาโน่ดำ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
รู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไรเปิด 5 สินค้าเกษตรจากลาวที่เข้าสู่ตลาดไทย สินค้าไหนมีบทบาทสำคัญที่สุดอำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยGoogle ยอมรับแล้ว! Gemini AI เข้าถึงระบบบริษัทจริง 3 แห่ง ระหว่างการทดสอบความปลอดภัยแปลปกสลาก งวด 1 ต.ค. 69 ส่องตัวเลขจากภาพปกสลากกินแบ่งรัฐบาลเลขเด็ดปฏิทิน "หลวงปู่โต๊ะ" งวดวันที่ 1 ตุลาคม 69..ส่องเลย เลขไหนให้โชค!5 คณะที่เรียนจบมาแล้ว มีอาชีพรองรับมากกว่าที่คิดโรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทยเปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหนสถิติย้อนหลัง 10 ปี ออกเลขไหนบ้างมาดูกันจุฬาฯ มหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย มีจุดเริ่มต้นในสมัยรัชกาลที่ 5
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิด 5 สินค้าเกษตรจากลาวที่เข้าสู่ตลาดไทย สินค้าไหนมีบทบาทสำคัญที่สุด😃 ชวนเข้ามาดูกันอีกกับคนที่มีร่างกายพิเศษจนเหมือนมีกล่องสมบัติที่หายาก 😯5 คณะที่เรียนจบมาแล้ว มีอาชีพรองรับมากกว่าที่คิดGoogle ยอมรับแล้ว! Gemini AI เข้าถึงระบบบริษัทจริง 3 แห่ง ระหว่างการทดสอบความปลอดภัยเลขเด็ดปฏิทิน "หลวงปู่โต๊ะ" งวดวันที่ 1 ตุลาคม 69..ส่องเลย เลขไหนให้โชค!
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
วงแหวนแฟร์รี่ (Fairy Circles): ปริศนาวงกลมกลางทะเลทราย ที่เรายังต้องหาคำตอบกันต่อไป...เปิด 5 สินค้าเกษตรจากลาวที่เข้าสู่ตลาดไทย สินค้าไหนมีบทบาทสำคัญที่สุดอาชีพ Data Analyst ทำไมทุกบริษัทต้องการตัว?5 คณะที่เรียนจบมาแล้ว มีอาชีพรองรับมากกว่าที่คิด
ตั้งกระทู้ใหม่