หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

น้ำตกลาวาแห่งไอซ์แลนด์ เมื่อ “ไฟ” ไหลราวกับสายน้ำท่ามกลางโลกน้ำแข็ง

เขียนโดย dukedicknarak

มีภาพธรรมชาติบางภาพที่เพียงเห็นครั้งแรกก็ทำให้เราต้องหยุดมอง เพราะดูราวกับเป็นสิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นพร้อมกันได้เลย หนึ่งในนั้นคือภาพของลาวาสีส้มแดงที่ไหลตกลงมาจากหน้าผาสูง ท่ามกลางภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะและน้ำแข็ง ภาพดังกล่าวดูคล้าย “น้ำตก” แต่แทนที่จะเป็นสายน้ำเย็น ๆ สิ่งที่กำลังไหลลงมาคือหินหนืดจากภูเขาไฟที่มีอุณหภูมิสูงจนสามารถทำให้หิมะและน้ำแข็งโดยรอบละลายกลายเป็นไอได้ในเวลาเดียวกัน นี่คือปรากฏการณ์ที่มักเรียกกันว่า “น้ำตกลาวา” หรือ Lava Falls ซึ่งเคยเกิดขึ้นอย่างโดดเด่นระหว่างการปะทุของภูเขาไฟ Eyjafjallajökull ทางตอนใต้ของประเทศไอซ์แลนด์ในปี ค.ศ. 2010

ชื่อ Eyjafjallajökull อาจฟังดูคุ้นหูสำหรับผู้ติดตามข่าววิทยาศาสตร์และการเดินทาง เพราะการปะทุครั้งใหญ่ในปี 2010 ทำให้เถ้าภูเขาไฟถูกพัดเข้าสู่ชั้นบรรยากาศและส่งผลกระทบอย่างมากต่อการเดินทางทางอากาศในยุโรป แต่ก่อนที่ภูเขาไฟจะเข้าสู่ช่วงการปะทุที่เต็มไปด้วยเถ้าถ่านในเดือนเมษายน การปะทุระยะแรกที่เริ่มขึ้นในบริเวณ Fimmvörðuháls เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2010 ได้สร้างภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจอีกแบบหนึ่ง นั่นคือสายน้ำสีส้มแดงของลาวาที่ไหลลงตามภูมิประเทศและตกผ่านหุบเขาสูงชันจนดูเหมือนน้ำตกที่ทำจากไฟ

บริเวณ Fimmvörðuháls เป็นพื้นที่ภูเขาสูงที่อยู่ระหว่างธารน้ำแข็ง Eyjafjallajökull และ Mýrdalsjökull ลักษณะภูมิประเทศมีทั้งสันเขา หน้าผา หุบเขา และพื้นที่ที่ปกคลุมด้วยหิมะ เมื่อเกิดการปะทุจากรอยแยกบนภูเขาไฟ ลาวาที่พุ่งออกมาจึงไม่ได้ไหลไปบนพื้นราบเพียงอย่างเดียว แต่ถูกแรงโน้มถ่วงดึงให้ไหลไปตามความลาดชัน เมื่อกระแสลาวามาถึงบริเวณหน้าผาหรือหุบเขาที่มีความต่างระดับมาก มันจึงสามารถไหลตกลงไปเป็นแนวดิ่งบางส่วน เกิดเป็นภาพที่ดูคล้ายกับน้ำตกอย่างน่าอัศจรรย์

สิ่งสำคัญคือ “น้ำตกลาวา” ไม่ได้หมายความว่ามีลาวาตกลงมาเป็นม่านขนาดใหญ่เหมือนน้ำตกทั่วไปทุกแห่ง แต่เป็นคำบรรยายภาพของลาวาที่ไหลผ่านภูมิประเทศลาดชันหรือหน้าผาจนมีลักษณะคล้ายสายน้ำตก โดยในกรณีของ Eyjafjallajökull แหล่งข้อมูลของ U.S. Geological Survey ระบุชัดว่า กระแสลาวาจากการปะทุระยะแรกไหลไปทางเหนือเป็นระยะทางประมาณ 1.6 กิโลเมตร และกระแสที่ยาวที่สุดได้สร้าง “lava falls” ขึ้นเมื่อไหลตกผ่านหุบเขาสูงชัน

ความงดงามของปรากฏการณ์นี้ส่วนหนึ่งมาจากลักษณะของลาวาที่ไหลออกมา การปะทุระยะแรกของ Eyjafjallajökull มีลักษณะค่อนข้างเป็นการปะทุแบบลาวาไหล โดยมีน้ำพุลาวาสูงได้ถึงประมาณ 100 เมตร และเกิดกระแสลาวาชนิด ʻAʻā ซึ่งมีลักษณะเป็นก้อนและพื้นผิวขรุขระเมื่อเย็นตัวลง เมื่อกระแสลาวาเคลื่อนที่จากบริเวณสูงลงสู่พื้นที่ต่ำ ความลาดชันของภูมิประเทศจึงมีบทบาทสำคัญต่อรูปร่างและความเร็วของกระแสลาวา

ภาพที่เห็นเป็นสีส้มแดงสดก็มีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์เช่นกัน ลาวาที่เพิ่งออกมาจากภูเขาไฟยังมีอุณหภูมิสูงมากจนเปล่งแสงในช่วงสีแดง ส้ม และเหลือง ยิ่งบริเวณใดมีอุณหภูมิสูงมากและลาวายังไหลอยู่ สีที่มองเห็นก็จะยิ่งสว่างสดใส เมื่อเวลาผ่านไปและลาวาสูญเสียความร้อน ผิวด้านบนจะเริ่มเย็นตัวและกลายเป็นเปลือกสีเข้มหรือดำ แม้ว่าภายในกระแสลาวาจะยังคงร้อนและสามารถไหลต่อไปได้

ส่วนไอสีขาวที่ปรากฏอยู่รอบ ๆ ลาวานั้นเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ทำให้ภาพดูราวกับเป็นฉากจากโลกแฟนตาซี แต่แท้จริงแล้วเกี่ยวข้องกับการถ่ายเทความร้อนและน้ำในพื้นที่ที่มีน้ำแข็งและหิมะ เมื่อความร้อนจากภูเขาไฟและลาวาสัมผัสกับหิมะ น้ำแข็ง หรือแหล่งน้ำ ก็สามารถทำให้น้ำกลายเป็นไอน้ำอย่างรวดเร็ว จึงเกิดเป็นกลุ่มไอน้ำและหมอกลอยขึ้นเหนือพื้นที่ปะทุ ขณะเดียวกัน การปะทุบริเวณยอดภูเขาไฟในเดือนเมษายนก็มีปฏิสัมพันธ์กับน้ำแข็งบนภูเขาอย่างรุนแรง จนเกิดน้ำละลายจำนวนมากและนำไปสู่เหตุการณ์น้ำท่วมจากธารน้ำแข็ง หรือ jökulhlaup

นี่เองคือจุดที่ทำให้ Eyjafjallajökull มีความพิเศษอย่างยิ่ง เพราะเป็นภูเขาไฟที่มีน้ำแข็งปกคลุม เมื่อภูเขาไฟปะทุ สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ได้มีเพียงลาวาและเถ้าถ่าน แต่ยังมีความสัมพันธ์ระหว่าง ไฟ น้ำแข็ง น้ำ และภูมิประเทศ เข้ามาเกี่ยวข้องพร้อมกัน ในบางช่วงความร้อนจากภูเขาไฟสามารถเปลี่ยนน้ำแข็งให้กลายเป็นน้ำปริมาณมหาศาล ขณะที่ในบางบริเวณ ลาวาร้อนก็ไหลผ่านภูมิประเทศที่ปกคลุมด้วยหิมะ เกิดเป็นภาพตัดกันระหว่างสีส้มแดงของหินหนืดกับสีขาวของน้ำแข็ง

การปะทุในปี 2010 ยังแสดงให้เห็นว่าภูเขาไฟลูกเดียวสามารถสร้างปรากฏการณ์ที่มีลักษณะแตกต่างกันอย่างมากภายในช่วงเวลาไม่กี่สัปดาห์ การปะทุบริเวณ Fimmvörðuháls ในเดือนมีนาคมมีลักษณะเป็นการไหลของลาวาที่ค่อนข้างสงบกว่า ขณะที่การปะทุบริเวณปล่องยอดเขาซึ่งเริ่มขึ้นในวันที่ 14 เมษายนมีความระเบิดรุนแรงกว่า เนื่องจากแมกมามีก๊าซมากขึ้นและมีปฏิสัมพันธ์กับน้ำแข็งบนยอดภูเขาไฟ ทำให้เกิดไอน้ำและเถ้าภูเขาไฟจำนวนมาก

และนี่คือเหตุผลที่ชื่อของ Eyjafjallajökull กลายเป็นข่าวไปทั่วโลกในเวลานั้น เถ้าภูเขาไฟที่ถูกปล่อยขึ้นสู่บรรยากาศสามารถกระจายไปตามกระแสลม และสร้างปัญหาอย่างมากต่อการบินในยุโรป โดยมีเที่ยวบินจำนวนมากถูกยกเลิกในช่วงที่เถ้าภูเขาไฟปกคลุมเส้นทางบิน

ดังนั้น ภาพ “น้ำตกลาวา” ของไอซ์แลนด์จึงไม่ได้เป็นเพียงภาพสวยงามแปลกตาที่ธรรมชาติสร้างขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นหน้าต่างให้เราเห็นการทำงานของโลกภายในได้อย่างชัดเจน ลาวาที่ไหลออกมาจากส่วนลึกของโลกเดินทางตามแรงโน้มถ่วง ผ่านหินและหุบเขา ก่อนจะตกลงจากหน้าผาราวกับน้ำตก ขณะที่หิมะและน้ำแข็งซึ่งดูเหมือนเป็นขั้วตรงข้ามกับไฟกลับเข้ามามีบทบาทในเหตุการณ์เดียวกัน

ไฟที่ไหลเหมือนน้ำ น้ำที่กลายเป็นไอ และน้ำแข็งที่ต้องหลีกทางให้ความร้อน ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในภูมิประเทศแห่งเดียวกัน และทำให้ Eyjafjallajökull กลายเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่น่าทึ่งของพลังธรรมชาติที่สามารถเปลี่ยนภูมิประเทศและสร้างภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจได้ในเวลาเดียวกัน

เนื้อหาโดย: dukedicknarak
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedicknarak's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 21 ครั้ง
เขียนโดย dukedicknarak
สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนที่ชอบงานเขียนทางด้านเกร็ดความรู้ต่างๆ ไม่วาจะเป็นเกี่ยวกับสัตว์โลกน่ารัก หรือ เกร็ดความรู้ และเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
อำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทย10 โรงเรียนชั้นนำในไทยที่มีจุดเด่นต่างกัน เปิดมุมมองก่อนเลือกโรงเรียนให้เหมาะกับเด็กรู้หรือไม่? ปลาในประเทศไทยบางชนิดไม่ได้จับหรือซื้อขายกันได้อย่างที่คิด 🐟กลับมาซื้อหวย 3 งวด สุนารี ราชสีมา เข้าเต็มๆ 30 ใบ งวด 16 ก.ย. 69เลขเด็ด "ปฏิทินท้าวเวสสุวรรณโณ" งวด 1 ต.ค. 69 รวมเลขเด่น 2 ตัว 3 ตัวโรงเรียนรัฐที่ค่าเทอมแพงที่สุดอันดับ 1 ของไทย เปิดตัวเลขจริง ปี 2569ล้างภาพจำจากภาพยนตร์ : ความจริงอันน่าทึ่งเกี่ยวกับ “ทีเร็กซ์” และการมองเห็น และการได้กลิ่น ถ้าเราหลบอยู่นิ่งๆ อาจไม่รอดน้ำมันดีเซลพุ่ง! รถทัวร์–รถโดยสารต่างจังหวัดปรับค่าโดยสารแล้ว เริ่ม 15 กันยายน 2569เผยผลวิจัย "หากเกิดวันสิ้นโลก อยู่ประเทศไหนปลอดภัยที่สุด" และประเทศใดเสี่ยงอันตรายที่สุด ?สองผัวเมียโคราชควักแค่ 180 ฟาดรางวัลที่ 1 รวม 12 ล้าน"ตั๊กแตนกิ่งไม้ร่มสีเหลือง" แมลงที่มีลักษณะพิเศษและน่าสนใจมารู้จัก“ชมพู่สีม่วงดำ”ผลไม้หน้าตาแปลก สีเข้มจนเกือบดำ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
5 โรงเรียนในไทยที่มีนักเรียนน้อยมาก บางแห่งมีแค่ 2 คน!”กลับมาซื้อหวย 3 งวด สุนารี ราชสีมา เข้าเต็มๆ 30 ใบ งวด 16 ก.ย. 69ล้างภาพจำจากภาพยนตร์ : ความจริงอันน่าทึ่งเกี่ยวกับ “ทีเร็กซ์” และการมองเห็น และการได้กลิ่น ถ้าเราหลบอยู่นิ่งๆ อาจไม่รอดมารู้จัก“ชมพู่สีม่วงดำ”ผลไม้หน้าตาแปลก สีเข้มจนเกือบดำลูกเกดช่วยป้องกันฟันผุได้จริงหรือไม่ชวนเข้ามาลองดูกับสิ่งแปลก ๆ อันน่าจดจำที่เราหาดูไม่ได้บ่อยนักให้ได้ชมกัน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เปล่าไม่มีใครเกิด ไม่มีใครตาย (A Debate on Atta-Not)สวากขาตธรรม: ALL IN ONE <> ONE IN ALLล้างภาพจำจากภาพยนตร์ : ความจริงอันน่าทึ่งเกี่ยวกับ “ทีเร็กซ์” และการมองเห็น และการได้กลิ่น ถ้าเราหลบอยู่นิ่งๆ อาจไม่รอด"ตั๊กแตนกิ่งไม้ร่มสีเหลือง" แมลงที่มีลักษณะพิเศษและน่าสนใจ
ตั้งกระทู้ใหม่