ทำไมทนายความ ถึงรับว่าความให้คนผิด ทั้งที่รู้ว่าผิด

หลายคนอาจสงสัยว่า ทนายดังทำไมรับว่าความให้คนนั้น คนนี้ทั้งที่มองแล้วว่าผิดแน่ ๆ
คำถามที่ว่า “ทำไมทนายความถึงยอมเข้าข้างคนผิด ทั้งๆ ที่รู้เต็มอกว่าเขาทำผิดจริง?” เป็นหนึ่งในข้อสงสัยทางศีลธรรมและจริยธรรมที่ผู้คนในสังคมถามกันมาทุกยุคทุกสมัย ในสายตาของคนทั่วไป การปกป้องคนที่ทำความผิดดูเหมือนเป็นการร่วมมือกับความอยุติธรรม และเป็นการซ้ำเติมผู้บริสุทธิ์หรือผู้เสียหาย
แต่ในมุมมองของกฎหมายและระบบยุติธรรม เหตุผลที่ทนายความต้องทำหน้าที่นี้ มีมิติที่ลึกซึ้งกว่าแค่เรื่อง “ถูกหรือผิด” หรือ “ขาวกับดำ”
1. หลักการสิทธิในการต่อสู้คดีและการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์
หัวใจสำคัญที่สุดของระบบยุติธรรมในสังคมประชาธิปไตย คือหลักการ “สันนิษฐานไว้ก่อนว่าจำเลยเป็นผู้บริสุทธิ์” (Presumption of Innocence) จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
ไม่ใช่หน้าที่ของทนายในการตัดสิน:
ทนายความไม่ได้มีหน้าที่ตัดสินว่าใครผิดหรือถูก หน้าที่การตัดสินเป็นของ “ศาล” และหน้าที่ในการพิสูจน์ความผิดเป็นของ “อัยการ” หรือ “โจทก์”
สิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ: มนุษย์ทุกคน ไม่ว่าจะถูกกล่าวหาในคดีร้ายแรงเพียงใด ย่อมมีสิทธิในการได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม (Right to a Fair Trial) และมีสิทธิที่จะมีผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายมาช่วยคัดค้านหรือตรวจสอบกระบวนการใช้อำนาจของรัฐ
หากสังคมยินยอมให้ทนายความปฏิเสธการทำคดีเพียงเพราะ “รู้สึก” หรือ “เชื่อ” ว่าจำเลยผิด ระบบยุติธรรมจะพังทลายลงทันที เพราะคนเราอาจถูกลงโทษเพียงเพราะกระแสสังคมหรือการตั้งข้อหาที่ผิดพลาดโดยไม่มีโอกาสได้โต้แย้ง
2. การตรวจสอบคานอำนาจรัฐไม่ให้ใช้อำนาจเกินขอบเขต
ในคดีอาญา รัฐบาลมีทั้งกำลังตำรวจ อัยการ งบประมาณ และเครื่องมือสืบสวนสอบสวนที่เหนือกว่าประชาชนคนธรรมดาอย่างมหาศาล หากจำเลยต้องต่อสู้เพียงลำพัง การก้าวข้ามขั้นตอนทางกฎหมายหรือการกลั่นแกล้งย่อมเกิดขึ้นได้ง่าย
หน้าที่ของทนายความในกรณีที่ลูกความทำผิดจริง จึงไม่ใช่การ “โกหกเพื่อเปลี่ยนผิดให้เป็นถูก” แต่คือการ ตรวจสอบว่ารัฐดำเนินกระบวนการอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
พยานหลักฐานที่ตำรวจหามานั้น ได้มาอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่?
มีการทรมาน ข่มขู่ หรือบังคับให้รับสารภาพหรือไม่?
ข้อหาที่อัยการฟ้องนั้น สอดคล้องกับพฤติการณ์จริงหรือไม่?
หากทนายความคัดค้านพยานหลักฐานที่ไม่ถูกต้อง จนทำให้ศาลยกฟ้อง นั่นไม่ได้แปลว่าทนายสนับสนุนคนชั่ว แต่เป็นการคุ้มครองระบบยุติธรรมไม่ให้รัฐใช้อำนาจมิชอบ เพราะหากรัฐสามารถละเมิดกฎหมายเพื่อลงโทษคนผิดได้ วันหนึ่งรัฐก็สามารถใช้วิธีเดียวกันนี้กับผู้บริสุทธิ์ได้เช่นกัน
3. การปกป้อง “ระดับความรับผิด” ให้ยุติธรรม (ไม่ใช่การพ้นผิดเสมอไป)
คำว่า “ผิดจริง” ในทางกฎหมายมีความซับซ้อนอย่างมาก การทำผิดประเภทเดียวกันอาจมีระดับโทษที่ไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับเจตนาและบริบท
ตัวอย่างเช่น การทำคนตาย:
เกิดจากการ เจตนาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน (โทษสูงสุดคือประหารชีวิต)
เกิดจากการ ป้องกันตัวเกินกว่าเหตุ
เกิดจาก ความประมาท
เกิดจาก บันดาลโทสะ
เมื่อลูกความยอมรับกับทนายว่า “ฉันทำคนตายจริง” หน้าที่ของทนายความไม่ใช่การโกหกศาลว่าลูกความไม่ได้ทำ
แต่คือการนำสืบพยานหลักฐานเพื่อให้ศาลเห็นบริบททั้งหมด เพื่อให้ลูกความได้รับ “โทษที่เหมาะสมกับความผิดที่ได้กระทำจริง” ไม่ให้ถูกลงโทษหนักเกินกว่าความเป็นจริง
4. จรรยาบรรณวิชาชีพและข้อจำกัดทางจริยธรรม
ผู้คนมักเข้าใจผิดว่าทนายความสามารถแต่งเรื่องแต่งราวเพื่อแต่งเต้มความจริงในศาลได้ตามใจชอบ แต่ในความเป็นจริง ทนายความมีข้อบังคับทางจรรยาบรรณที่เข้มงวด:
ห้ามยื่นพยานหลักฐานเท็จ: หากลูกความรับสารภาพกับทนายความว่าทำผิดจริง ทนายความไม่สามารถสร้างพยานหลักฐานเท็จหรือแนะนำให้ลูกความเบิกความเท็จต่อศาลได้
การรักษาความลับของลูกความ: ทนายความมีหน้าที่ต้องรักษาความลับของลูกความ เพื่อให้เกิดความไว้วางใจในการให้ข้อมูลที่แท้จริง
ซึ่งจำเป็นต่อการวางแนวทางการต่อสู้คดีอย่างถูกต้อง
การช่วยให้ลูกความรับสารภาพอย่างถูกต้อง: ในหลายกรณี เมื่อทนายความประเมินแล้วว่าหลักฐานมัดแน่นและลูกความผิดจริง หน้าที่ที่สำคัญของทนายคือการแนะนำให้ลูกความ “รับสารภาพ” เพื่อให้ได้รับการลดโทษตามกฎหมาย และบรรเทาผลร้ายที่เกิดขึ้นแก่ผู้เสียหาย
สรุป: ทนายความไม่ได้ปกป้อง “คนผิด” แต่กำลังปกป้อง “ระบบยุติธรรม”
เมื่อพิจารณาในภาพรวม การที่ทนายความเข้ามาทำคดีให้แก่ผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ดูเหมือนจะทำผิดจริง ไม่ใช่เรื่องของเงินทองหรือการขาดศิลธรรมเสมอไป แต่มันคือ กลไกที่จำเป็นต้องมีเพื่อให้ระบบยุติธรรมทำงานได้อย่างสมบูรณ์
หากไม่มีทนายความคอยด่านหน้า ศาลก็ไม่อาจมั่นใจได้ว่าพยานหลักฐานที่โจทก์นำเสนอมานั้นถูกต้องครบถ้วน และคำตัดสินที่ออกมานั้นยุติธรรมแล้วจริง การต่อสู้ของทนายความจึงไม่ใช่การช่วยเหลือคนชั่วให้ลอยนวล แต่เป็นการเตือนสติระบบว่า “การลงโทษใครสักคน ต้องทำด้วยกระบวนการที่ชอบด้วยกฎหมายและความยุติธรรมอย่างแท้จริงเท่านั้น”
เขียนโดย สร้อยนกเขา
อินเดียและปากีสถานต่างกล่าวโทษและประท้วงกันไปมาเกี่ยวกับเหตุเรือรบชนกัน
อำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทย
“สโนว์เฟลก” กอริลลาเผือกผู้โด่งดังที่สุดในโลก
เด็กเทคนิคเรียนสายไหนมากที่สุด เปิดข้อมูลอาชีวะ สายช่างที่มีผู้เรียนมากอันดับ 1
10 โรงเรียนชั้นนำในไทยที่มีจุดเด่นต่างกัน เปิดมุมมองก่อนเลือกโรงเรียนให้เหมาะกับเด็ก
โรโดเดนดรอน (Rhododendron) กุหลาบพันปีแห่งเทือกเขาหิมาลัย ดอกไม้ที่เหมือนกับมงกุฎสีแดงสดท่ามกลางยอดเขาสูง
เลขาธิการสหประชาชาติ เรียกร้องให้ทั่วโลกร่วมมือกัน กำหนดมาตรการกำกับดูแล AI
ไขความลับวิศวกรรมพันปี เบื้องหลังความคงทนของ “กำแพงเมืองจีน” ที่สร้างโดยไร้เครื่องจักรหนัก
เลขเด็ด "ปฏิทินท้าวเวสสุวรรณโณ" งวด 1 ต.ค. 69 รวมเลขเด่น 2 ตัว 3 ตัว
รู้หรือไม่? ปลาในประเทศไทยบางชนิดไม่ได้จับหรือซื้อขายกันได้อย่างที่คิด 🐟
หลุดมาแล้ว! 10 เลขเด็ด “แม่ทำเนียน” งวด 1 ต.ค. 69 ส่องด่วน เลข 89-59 มาแรงอันดับ 1
เรียนช่างสายไหนดี? เปิด 5 สาขาที่ตอบโจทย์ตลาดงานยุคใหม่
“สโนว์เฟลก” กอริลลาเผือกผู้โด่งดังที่สุดในโลก
อินเดียและปากีสถานต่างกล่าวโทษและประท้วงกันไปมาเกี่ยวกับเหตุเรือรบชนกัน
จาก FamilyMart ถึง AM/PM ร้านสะดวกซื้อในความทรงจำยุค 90
เรียนช่างสายไหนดี? เปิด 5 สาขาที่ตอบโจทย์ตลาดงานยุคใหม่



