ทำไมเราถึงกลัวไม่เหมือนกัน? ทั้งที่อยู่ในโลกใบเดียวกัน
เอเพื่อนกลัวตกงานจนเครียด แต่เรากลับกลัวการอยู่คนเดียวมากกว่า สรุปใครแปลก? จริงๆ ไม่มีใครแปลกเลย เพราะความกลัวของคนเราถูกสร้างมาไม่เหมือนกันตั้งแต่แรก
เคยสังเกตไหม เวลาดูหนังผีกับเพื่อน เพื่อนกรี๊ดจนโรงแตก แต่เรานั่งเฉยๆ
แต่พอเรื่องเงินในบัญชีลด เพื่อนกลับเฉยๆ แต่เรานอนไม่หลับไป 3 คืน
ความกลัวเป็นเรื่องส่วนตัวมาก มันไม่ใช่แค่กลัวผี กลัวความสูง แต่มันคือสิ่งที่สมองเราตีความว่า "อันตราย" ซึ่งแต่ละคนตีความไม่เหมือนกันเลย
ทำไมความกลัวของคนเราถึงต่างกัน? มาจาก 5 รากนี้
1. แผลในวัยเด็กที่ไม่เท่ากัน
เด็กที่เคยถูกทิ้งให้อยู่บ้านคนเดียวตอนเด็ก โตมาจะกลัวการถูกทิ้งมากกว่าคนอื่น
เด็กที่เคยโดนดุเรื่องเงินบ่อยๆ โตมาจะกลัวความจน กลัวไม่มีเงินติดบัญชี ทั้งที่จริงก็มีพอใช้แล้วก็ตาม สมองมันจำว่า "เรื่องนี้เคยทำให้เราเจ็บ"
2. สมองแต่ละคนตั้งเรดาร์อันตรายไว้คนละจุด
นักจิตวิทยาบอกว่า ต่อมอะมิกดาลาในสมองของแต่ละคนไวไม่เท่ากัน บางคนไวต่อสายตาคนอื่น = กลัวการถูกตัดสิน กลัวทำขายหน้า บางคนไวต่อความไม่แน่นอน = กลัวอนาคต กลัวการเปลี่ยนแปลง ต้องวางแผนทุกอย่างเป๊ะๆ ถึงจะสบายใจ
3. ประสบการณ์ตรงที่เคยเจอมา
คนที่เคยเกือบจมน้ำครั้งเดียว อาจจะกลัวทะเลไปทั้งชีวิต ทั้งที่อีกคนว่ายน้ำในทะเลทุกวันแล้วมีความสุขมาก ความกลัวไม่ได้มาจากความจริง แต่มากจาก "ความจริงที่เราเคยเจอ"
4. บ้านและสังคมสอนให้เรากลัวคนละแบบ
นี่ชัดมากในสังคมไทย
บ้านที่สอนว่า "ต้องเป็นที่หนึ่ง" ลูกจะโตมากับความกลัวความล้มเหลว กลัวทำให้พ่อแม่ผิดหวัง
บ้านที่สอนว่า "อย่าไว้ใจใคร" ลูกจะโตมากับความกลัวการโดนหักหลัง กลัวความรัก
เจน Z จะกลัวการไม่มีตัวตน กลัวตกเทรนด์ กลัวไม่มีใครเห็น
เจน Y จะกลัวไม่มั่นคง กลัวตกงาน กลัวไม่มีบ้าน
เจน X จะกลัวลูกไม่รัก กลัวแก่แล้วอยู่คนเดียว
เราไม่ได้กลัวเองทั้งหมด มีคนยัดความกลัวใส่หัวเรามาตั้งแต่เด็ก
5. บุคลิกภาพที่ติดตัวมาแต่เกิด
คน Introvert มักจะกลัวความวุ่นวาย กลัวการต้องเข้าสังคมเยอะๆ กลัวพลังงานหมด
คน Extrovert มักจะกลัวความเงียบ กลัวการอยู่คนเดียว กลัวไม่มีใครคุยด้วย
ไม่มีแบบไหนดีกว่า แค่กลัวคนละด้าน
คน 4 ประเภท กับความกลัวที่ซ่อนอยู่ลึกๆ
ลองดูว่าคุณอยู่ประเภทไหน
ประเภทที่ 1: คนกลัวการถูกทิ้ง
ภายนอกดูติดแฟน ขี้หึง ชอบถามว่า "รักเค้าไหม" บ่อยๆ ลึกๆ คือกลัวว่าถ้าไม่มีใครรักแล้วฉันจะไม่มีค่า
ประเภทที่ 2: คนกลัวความล้มเหลว
ภายนอกดูเก่ง เพอร์เฟคชั่นนิสต์ ทำงานหนักมาก ไม่กล้าพัก ลึกๆ คือกลัวว่าถ้าพลาดแล้วคนอื่นจะมองว่าเราไม่เก่ง
ประเภทที่ 3: คนกลัวการไม่มีความหมาย
ภายนอกดูชิลล์ๆ เปลี่ยนงานบ่อย ไม่อยากผูกมัด ลึกๆ คือกลัวว่าชีวิตจะธรรมดา กลัวตายไปแล้วไม่มีใครจำได้
ประเภทที่ 4: คนกลัวความจน / กลัวไม่ปลอดภัย
ภายนอกดูขี้เหนียว คิดเยอะ เก็บเงินเก่ง ไม่กล้าใช้เงิน ลึกๆ คือเคยรู้สึกขาดแคลนมาก่อน เลยต้องกอดเงินไว้แน่นๆ ถึงจะรู้สึกปลอดภัย
จริงๆ เราทุกคนมีความกลัวทั้ง 4 แบบผสมกัน แต่จะมีแบบนึงที่ดังที่สุดในหัวเรา
แล้วเราจะอยู่กับความกลัวที่ต่างกันยังไง?
หยุดล้อเลียนความกลัวของคนอื่น คำว่า "แค่นี้เองจะกลัวทำไม" คือประโยคที่ทำร้ายคนที่สุด เพราะสิ่งที่เล็กสำหรับเรา อาจจะใหญ่มากสำหรับเขา
ถามตัวเองว่า เรากลัวจริงๆ หรือแค่เคยชินที่จะกลัว ความกลัวหลายอย่างหมดอายุไปแล้ว แต่เรายังแบกมันไว้เหมือนกระเป๋าเก่าๆ
ใช้ความกลัวเป็นเข็มทิศ คนกลัวความจน มักจะขยันและวางแผนการเงินเก่ง คนกลัวการถูกทิ้ง มักจะเป็นคนที่ใส่ใจความรักมาก ความกลัวไม่ได้มีแต่ด้านลบ มันคือพลังถ้าเราใช้มันเป็น
ความกลัวไม่ได้ทำให้คุณอ่อนแอ มันทำให้คุณเป็นมนุษย์
จานแตกเปลี่ยนโลก! เปิดตำนานหญิงผู้คิดค้นเครื่องล้างจาน
หญิงอัลบาเนียวัย 117 อาจเป็นหญิงที่อายุมากที่สุดในโลก
เปิดแนวทางเลข วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569..จอมขมังเวทย์
รู้จัก 5 สถาบันในไทยที่เปิดสอนวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมจุดเด่นแต่ละแห่ง
เจาะโพยเจ๊เขียว งวด 1 พ.ย. 69 เปิดเลข 130 พร้อมเลข 2 ตัว 13-10-30 แยกจุดเด่นและความเชื่อมโยง
ตุ่นหนูไร้ขน: สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมสุดพิศวงผู้ฉีกกฎเกณฑ์ทางชีววิทยา
เปิดอันดับโลก! ประเทศไหนคนจบมหาวิทยาลัยมากที่สุด
เปิดรายชื่อ 8 มหาเศรษฐีระดับโลก ที่เลือกเมืองไทยเป็นจุดหมายพักผ่อนสุดหรู
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
ถอดหน้ากากเสน่ห์คาสโนว่าและคาสโนวี่: ชำแหละกลไกเกมรักผ่านโหราศาสตร์เชิงจิตวิทยาและพลังงานธาตุ
เเนวทางเลขเด่น 4 จตุรเทพ จัดให้ 1 พ.ย. 69 (อ.น๊อตตี้, ดุ่ย ภรัณฯ, อ.ไม้เอก และอ.ต้น)
ชี้ขาดล่าง Sompong Saiboumthree งวด 1 พ.ย. 69 เปิดเลขวิ่ง 0 เน้นเลข 50
หญิงอัลบาเนียวัย 117 อาจเป็นหญิงที่อายุมากที่สุดในโลก
ถอดหน้ากากเสน่ห์คาสโนว่าและคาสโนวี่: ชำแหละกลไกเกมรักผ่านโหราศาสตร์เชิงจิตวิทยาและพลังงานธาตุ
จานแตกเปลี่ยนโลก! เปิดตำนานหญิงผู้คิดค้นเครื่องล้างจาน
ตุ่นหนูไร้ขน: สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมสุดพิศวงผู้ฉีกกฎเกณฑ์ทางชีววิทยา
มัทฉะกับชาเขียวทั่วไปต่างกันตั้งแต่การปลูกจนถึงสิ่งที่ดื่มเข้าไป


