หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

ร่องลึกมาเรียนา ลึกแค่ไหนเมื่อเทียบกับยอดเขาเอเวอเรสต์

เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

ลองนึกภาพยานสำรวจลำหนึ่งค่อย ๆ ดิ่งจากผิวน้ำลงไปในมหาสมุทรแปซิฟิก แสงสีฟ้าจากด้านบนหายไปทีละน้อย จนเหลือเพียงลำแสงจากตัวเครื่องตัดผ่านความมืด ถ้าการเดินทางนี้ยังไม่ถึงก้นหลุม คำถามต่อมาคือมันต้องลงไปอีกไกลแค่ไหนกันแน่

ร่องลึกมาเรียนา หรือ Mariana Trench มักถูกเล่าด้วยภาพของ “หลุมยักษ์” ที่ดูดเรือและเครื่องบินหายลงไป แต่ตัวเลขจริงน่าสนใจกว่าตำนานเสียอีก เพราะบริเวณที่ลึกที่สุดของมันไม่ได้เป็นเพียงร่องใต้ทะเลธรรมดา หากเป็นจุดที่ความลึกทำให้ภูเขาที่สูงที่สุดบนพื้นโลกดูเหมือนยังไม่สูงพอ

จุดนั้นเรียกว่า แชลเลนเจอร์ดีป หรือ Challenger Deep ข้อมูลของ NOAA ระบุความลึกไว้ประมาณ 10,935 เมตร ใต้ระดับน้ำทะเล ส่วนความสูงอย่างเป็นทางการของยอดเขาเอเวอเรสต์อยู่ที่ 8,848.86 เมตร เมื่อนำตัวเลขมาลบกัน จะเหลือความต่างประมาณ 2,086 เมตร

ดังนั้นคำตอบคือ ถ้าวางฐานของเอเวอเรสต์ไว้ที่ก้นแชลเลนเจอร์ดีป ยอดเขาทั้งลูกจะจมอยู่ใต้น้ำ และยังมีน้ำทะเลสูงเหนือยอดเขาอีกราว 2 กิโลเมตร คำว่า “หย่อนลงไปมิดด้าม” จึงพอใช้เป็นภาพเปรียบเทียบได้ เพียงต้องจำไว้ว่าร่องลึกจริงไม่ได้เป็นปล่องทรงกระบอกที่มีผนังตั้งตรงเหมือนในภาพวาด

ความลึกนี้วัดอย่างไร

แชลเลนเจอร์ดีปไม่ได้มีพื้นราบเรียบตลอดทั้งบริเวณ แต่เป็นแอ่งลึกภายในร่องรูปตัววี และมีการวัดหลายครั้งด้วยเครื่องมือคนละชนิด ทั้งโซนาร์จากเรือ เครื่องวัดความดัน และยานดำน้ำ ตัวเลขจึงอาจต่างกันเล็กน้อยตามตำแหน่งและวิธีวัด

อย่างไรก็ตาม ทุกการสำรวจให้ภาพตรงกันว่า จุดลึกที่สุดอยู่แถว ๆ 11 กิโลเมตร ซึ่งลึกกว่าความสูงของเอเวอเรสต์มากพอสมควร การเปรียบเทียบนี้ไม่ได้หมายความว่าภูเขาจะถูกนำไปใส่ในหลุมจริง ๆ แต่ช่วยให้เราเห็นสเกลของมหาสมุทรได้ง่ายขึ้น เพราะคนส่วนใหญ่คุ้นเคยกับความสูงของภูเขามากกว่าความลึกของพื้นทะเล

แรงดันไม่ได้วัดด้วยจำนวนช้าง

เมื่อมีน้ำทะเลสูงเกือบ 11 กิโลเมตรกดทับอยู่ด้านบน แรงดันที่ก้นร่องลึกจะอยู่ราว 110 เมกะปาสคาล หรือประมาณ 1,100 เท่าของความดันบรรยากาศที่ระดับน้ำทะเล ยานสำรวจจึงต้องใช้โครงสร้างแรงดันสูง วัสดุพิเศษ และการทดสอบอย่างละเอียด เพราะความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจทำให้ตัวถังเสียหายได้

คำเปรียบเทียบว่าแรงดันเท่ากับช้างหลายสิบตัวยืนทับตัวคน เป็นเพียงวิธีทำให้คนทั่วไปจินตนาการออก ไม่ใช่ค่ามาตรฐานทางวิทยาศาสตร์ จำนวนช้างที่คำนวณได้จะเปลี่ยนตามน้ำหนักของช้าง พื้นที่ที่แรงกดกระทำ และขนาดพื้นที่ของร่างกายที่นำมาเปรียบเทียบ หากต้องการตัวเลขที่ตรวจสอบได้ ควรใช้หน่วยความดันหรืออัตราส่วนเทียบกับบรรยากาศมากกว่า

ความมืดไม่ได้ทำให้พื้นที่นี้ว่างเปล่า

ลึกระดับนี้อยู่ในเขตฮาดัล ซึ่งครอบคลุมช่วงประมาณ 6,000–11,000 เมตรใต้ทะเล แสงอาทิตย์ลงมาไม่ถึง อุณหภูมิต่ำ และอาหารมีน้อยมาก แต่ไม่ได้แปลว่าไม่มีสิ่งมีชีวิต นักวิทยาศาสตร์พบแอมฟิพอด สัตว์เปลือกแข็งขนาดเล็ก ปลาหอยทากทะเลลึก และสิ่งมีชีวิตหน้าตาแตกต่างจากสัตว์ที่เราคุ้นเคยตามชายฝั่ง

บางชนิดมีลำตัวโปร่งแสง มีดวงตาลดรูป หรือใช้การรับรู้แรงสั่นสะเทือนและสารเคมีแทนการมองเห็น ขณะที่สิ่งมีชีวิตทะเลลึกบางกลุ่มสามารถสร้างแสงเรือง ๆ ได้เอง ลักษณะเหล่านี้ไม่ใช่การกลายพันธุ์แบบฉับพลัน แต่เป็นผลจากการปรับตัวของสิ่งมีชีวิตหลายรุ่นให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่มืด เย็น และมีแรงดันสูง

มนุษย์ยังส่งร่องรอยลงไปถึงที่นั่น

เรื่องที่ทำให้การสำรวจแชลเลนเจอร์ดีปน่าหนักใจกว่าการเจอสัตว์ประหลาด คือการพบหลักฐานของมลพิษจากมนุษย์ งานวิจัยที่เก็บตัวอย่างน้ำและตะกอนจากบริเวณร่องลึกมาเรียนา พบไมโครพลาสติกในน้ำก้นทะเลประมาณ 2.06–13.51 ชิ้นต่อลิตร และในตัวอย่างตะกอนประมาณ 200–2,200 ชิ้นต่อลิตร ตัวเลขนี้เป็นช่วงจากจุดเก็บตัวอย่าง ไม่ได้หมายความว่าทุกตารางเมตรของร่องลึกมีความเข้มข้นเท่ากัน

นอกจากอนุภาคขนาดเล็กแล้ว การดำน้ำของวิกเตอร์ เวสโกโวในปี 2019 ยังมีรายงานพบถุงพลาสติกและห่อขนมที่ก้นแชลเลนเจอร์ดีปด้วย ภาพนี้บอกเราว่าก้นมหาสมุทรไม่ได้แยกขาดจากโลกด้านบนอย่างที่เคยคิด ขยะจากพื้นที่หนึ่งสามารถเดินทางไปกับกระแสน้ำ จมลงพร้อมตะกอน หรือถูกพาสู่แอ่งลึกในเวลาต่อมา

คำตอบสั้น ๆ คือใช่ หากใช้ตัวเลขความลึกของแชลเลนเจอร์ดีปประมาณ 10,935 เมตร เทียบกับเอเวอเรสต์สูง 8,848.86 เมตร ภูเขาทั้งลูกจะจมมิด และยังเหลือน้ำเหนือยอดเขาอีกราว 2.1 กิโลเมตร แต่ความหมายที่แท้จริงของร่องลึกมาเรียนาไม่ได้อยู่แค่สถิติว่ามันลึกกว่าเอเวอเรสต์เท่าไร ที่นั่นยังเป็นพื้นที่ซึ่งสิ่งมีชีวิตปรับตัวอยู่ได้ภายใต้แรงดันมหาศาล และในเวลาเดียวกันก็ยังรับร่องรอยจากกิจกรรมของมนุษย์ไปถึงก้นทะเล

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เรื่องดีดีมีทุกวัน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 96 ครั้ง
เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เหรียญเงินบาทไทยที่ถูกผลิต น้อยที่สุด และหายากมาก ที่สุดในปัจจุบันขอเลขใหญ่ไทยกับปู่ย่า งวด 1 พ.ย. 2569 แยกชุดเด่น 3 ตัวบนและเลข 2 ตัวล่างกินข้าวแล้วง่วง ไม่ใช่แค่กินอิ่ม: กลไกฮอร์โมนหลังมื้ออาหารที่ทำให้หนังตาหย่อนมหาทักษา งวด 1 พ.ย. 69 เปิดตารางเลขมงคล 6 ตัว พร้อมแนวทางจับคู่เลข 2 ตัว–3 ตัวเลขวิ่งสนามบินน้ำ งวด 1 พ.ย. 69 เปิดแนวทางเลขเด่นจากใบเขียนมือ เทียบข้อมูลอีกงวดมีเลขอะไรน่าสนใจสวยแปลกตา! “ปลากั้ง” ปลาช่อนขนาดเล็ก ครีบแต้มสีส้มแดง พบได้ในธรรมชาติไทย10 ชื่อ ที่คนไทยใช้มากที่สุด ชื่อเดียวมากถึงหลักแสนคน5 จังหวัดไทยที่ชื่อยาว อ่านยาก และชวนให้สะกดผิดจิ้งหรีดติดหนอนขนม้าลงน้ำแม้คืนเดือนมืดจริงไหม?เปิดกระแสเลขปฏิทินงวดต้นเดือน พ.ย. 69 คอหวยจับตาตัวเลขบนปฏิทิน ลุ้นแนวทางก่อนวันออกรางวัลUN ลงมติเรียกร้องให้ยุติคว่ำบาตรคิวบา 130 ต่อ 17 ในปี 2026: ทำไมคะแนนเห็นชอบลดลง?ญี่ปุ่นเตรียมขอประชาชนสำรองอาหาร–น้ำอย่างน้อย 3 วัน หากทำได้ให้ครบ 1 สัปดาห์
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ขอเลขใหญ่ไทยกับปู่ย่า งวด 1 พ.ย. 2569 แยกชุดเด่น 3 ตัวบนและเลข 2 ตัวล่างจิ้งหรีดติดหนอนขนม้าลงน้ำแม้คืนเดือนมืดจริงไหม?กินข้าวแล้วง่วง ไม่ใช่แค่กินอิ่ม: กลไกฮอร์โมนหลังมื้ออาหารที่ทำให้หนังตาหย่อนเจาะแนวทาง "สำนักใต้ฟ้า" งวด 1 พ.ย. 69 คัดเลขเดี่ยวเน้นๆ พร้อมชุดสองตัวจัดเต็มUN ลงมติเรียกร้องให้ยุติคว่ำบาตรคิวบา 130 ต่อ 17 ในปี 2026: ทำไมคะแนนเห็นชอบลดลง?สวยแปลกตา! “ปลากั้ง” ปลาช่อนขนาดเล็ก ครีบแต้มสีส้มแดง พบได้ในธรรมชาติไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
จิ้งหรีดติดหนอนขนม้าลงน้ำแม้คืนเดือนมืดจริงไหม?สวยแปลกตา! “ปลากั้ง” ปลาช่อนขนาดเล็ก ครีบแต้มสีส้มแดง พบได้ในธรรมชาติไทยกล้องส่องดูดาวผู้คิดค้นคือใครบิ้วอินคืออะไร ?
ตั้งกระทู้ใหม่