หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ร้านต้องขายวันละเท่าไรถึงจะไม่จมทุน

เขียนโดย คิดไปเรื่อย

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

บางร้านดูเหมือนขายดีตลอดวัน ลูกค้าเข้าเรื่อย ๆ เงินสดในลิ้นชักไม่เคยว่าง แต่พอถึงสิ้นเดือนกลับต้องควักเงินส่วนตัวมาจ่ายค่าเช่าหรือซื้อวัตถุดิบรอบใหม่ ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ขายไม่ดีอย่างเดียว แต่อยู่ที่ยังไม่รู้ว่ายอดขายแต่ละวันต้องทำได้เท่าไรจึงจะพาร้านผ่านค่าใช้จ่ายทั้งหมด

ตัวเลขที่ควรเริ่มดูจึงไม่ใช่ยอดขายวันที่ดีที่สุด แต่เป็นยอดขายขั้นต่ำในวันที่ร้านต้องจ่ายทั้งค่าเช่า ค่าแรง วัตถุดิบ ของเสีย ค่าน้ำไฟ และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ให้ครบก่อนจึงจะเรียกว่าไม่ขาดทุน

แยกเงินที่ต้องจ่ายออกเป็นสองกอง

กองแรกคือ ค่าใช้จ่ายคงที่ ซึ่งต้องจ่ายแม้วันนั้นไม่มีลูกค้า เช่น ค่าเช่า เงินเดือนพนักงาน ค่าน้ำไฟขั้นต่ำ ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าระบบ และเงินเดือนเจ้าของที่ต้องการนับเป็นต้นทุนจริง

กองที่สองคือ ค่าใช้จ่ายตามยอดขาย เช่น วัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ ค่าคอมมิชชันแพลตฟอร์ม ค่าธรรมเนียมการชำระเงิน และของเสียที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนสินค้าที่ทำหรือซื้อมา ถ้าของเสียเกิดเป็นค่าใช้จ่ายประจำต่อเดือนให้รวมไว้ในกองแรก แต่ถ้าเกิดตามปริมาณการขายให้คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของยอดขาย

การแยกสองกองนี้สำคัญ เพราะยอดขาย 1,000 บาทไม่ได้แปลว่าเหลือ 1,000 บาทไว้จ่ายค่าเช่า เงินบางส่วนถูกใช้ไปตั้งแต่ก่อนขายได้แล้ว

สูตรยอดขายขั้นต่ำต่อวัน

ยอดขายขั้นต่ำต่อวัน = ค่าใช้จ่ายคงที่ต่อเดือน ÷ จำนวนวันที่เปิดร้าน ÷ อัตราเงินเหลือหลังหักต้นทุนผันแปร

อัตราเงินเหลือหลังหักต้นทุนผันแปรคำนวณจาก 1 ลบด้วยเปอร์เซ็นต์ต้นทุนวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ ของเสีย และค่าธรรมเนียมที่คิดตามยอดขาย หากต้นทุนเหล่านี้รวมกัน 42% ของยอดขาย ร้านจะเหลือเงิน 58% ของยอดขายไปจ่ายค่าเช่า ค่าแรง และค่าใช้จ่ายคงที่

ลองสมมติร้านหนึ่งมีค่าเช่าเดือนละ 30,000 บาท ค่าแรง 45,000 บาท ค่าใช้จ่ายคงที่อื่น 15,000 บาท และของเสียเฉลี่ย 5,000 บาท รวมเป็น 95,000 บาทต่อเดือน ร้านเปิด 26 วัน ต้นทุนวัตถุดิบกับบรรจุภัณฑ์อยู่ที่ 38% และค่าธรรมเนียมเฉลี่ย 4% ของยอดขาย

เงินเหลือหลังต้นทุนผันแปรจึงเท่ากับ 58% หรือ 0.58 สูตรจะเป็น 95,000 ÷ 26 ÷ 0.58 เท่ากับประมาณ 6,300 บาทต่อวัน นี่คือยอดขายที่ช่วยให้ร้านอยู่รอดตามต้นทุนชุดนี้ ไม่ใช่ยอดขายที่ทำให้เจ้าของมีกำไรสบายใจ

ถ้ายังไม่ได้รวมเงินเดือนเจ้าของ ค่าซ่อมอุปกรณ์ ภาษี หรือเงินสำรองฉุกเฉิน ตัวเลข 6,300 บาทก็ยังต่ำกว่าความจริง การเห็นยอดขายถึงจุดนี้แล้วรีบสรุปว่าร้านกำลังไปได้ดีจึงอาจทำให้ประเมินสถานการณ์ผิด

ยอดคนเดินผ่านไม่เท่ากับยอดขาย

ทำเลที่คนเดินเยอะอาจสร้างภาพว่าร้านมีโอกาส แต่สิ่งที่ต้องวัดจริงคือคนเหล่านั้นหยุดซื้อหรือไม่ ซื้อช่วงเวลาไหน และยอดซื้อต่อบิลสูงพอหรือเปล่า ถ้าคนผ่านหน้าร้านจำนวนมากแต่ลูกค้าเข้าร้านน้อย ปัญหาอาจอยู่ที่การมองเห็น ราคา เมนู ทางเข้า ที่จอดรถ หรือกลุ่มคนในพื้นที่ไม่ตรงกับสินค้าที่ขาย

ให้จดตัวเลขแยกอย่างน้อยเป็นรายวัน ได้แก่ ยอดขาย จำนวนบิล ยอดซื้อต่อบิล ช่องทางการขาย ต้นทุนวัตถุดิบ ของเสีย และช่วงเวลาที่ขายได้ดีที่สุด การดูเพียงยอดรวมทั้งเดือนจะบอกไม่ได้ว่าเงินหายไปตรงไหน

สัญญาณที่ควรเริ่มวางแผนย้าย

อย่าใช้วันที่ฝนตกหรือสัปดาห์เดียวที่เงียบมาตัดสินใจย้ายทำเล ให้ดูแนวโน้มต่อเนื่องและแยกผลกระทบจากฤดูกาลหรือเหตุการณ์ชั่วคราวออกก่อน แต่ถ้าต่ำกว่ายอดขายขั้นต่ำต่อเนื่องหลายสัปดาห์ แม้ปรับราคา เมนู เวลาเปิดร้าน และช่องทางขายแล้ว นั่นคือสัญญาณว่าปัญหาอาจไม่ได้แก้ด้วยการขายให้หนักขึ้น

สัญญาณเตือนที่ควรเริ่มทำแผนย้าย คือเงินสำรองลดลงทุกเดือน ต้องนำเงินส่วนตัวมาเติมเป็นประจำ ค่าเช่ากินสัดส่วนสูงขึ้นเมื่อเทียบกับยอดขาย ลูกค้าหลักของพื้นที่หายไป หรือยอดคนเดินไม่เปลี่ยนเป็นยอดซื้อแม้ทดลองปรับร้านหลายรอบแล้ว

อีกตัวชี้วัดหนึ่งคือช่องว่างระหว่างยอดขายจริงกับยอดขายขั้นต่ำ ถ้าร้านทำได้ 5,000 บาทต่อวัน แต่ต้องทำ 6,300 บาทเพื่อไม่ขาดทุน ส่วนต่าง 1,300 บาทอาจดูไม่มากในหนึ่งวัน แต่เมื่อสะสมทั้งเดือนจะกลายเป็นเงินทุนที่หายไปเรื่อย ๆ

ย้ายเมื่อเห็นทางรอด ไม่ใช่เมื่อเงินหมด

การย้ายทำเลมีต้นทุนของตัวเอง ทั้งค่ามัดจำ ค่าเช่าล่วงหน้า ค่าขนย้าย ค่าปรับปรุงร้าน และรายได้ที่อาจหายไประหว่างหยุดดำเนินการ ดังนั้นควรเปรียบเทียบทำเลใหม่ด้วยสูตรเดียวกัน ไม่ใช่เห็นค่าเช่าถูกแล้วตัดสินใจทันที

ทำเลใหม่ควรมีข้อมูลรองรับอย่างน้อยจากการนับคนผ่านในช่วงเวลาขายจริง การทดลองขายแบบชั่วคราว การพูดคุยกับร้านใกล้เคียง และการคำนวณว่าต้องใช้กี่เดือนจึงคืนทุนค่ามัดจำกับค่าปรับปรุง หากตัวเลขยังไม่ชัด การลดขนาดร้าน ต่อรองค่าเช่า เพิ่มเดลิเวอรี หรือย้ายครัวไปหลังบ้านอาจเป็นทางเลือกก่อน

จุดที่ควรเริ่มขยับไม่ใช่วันที่เงินทุนเหลือศูนย์ แต่คือวันที่ตัวเลขบอกว่าทำเลเดิมไม่มีเส้นทางกลับไปแตะจุดคุ้มทุนได้ทันเวลา การมีสูตรยอดขายขั้นต่ำและบันทึกตัวเลขจริงทุกวันจะช่วยให้เจ้าของร้านตัดสินใจจากกำลังของธุรกิจ ไม่ใช่จากความผูกพันกับสถานที่หรือความรู้สึกว่าคนยังเดินผ่านหน้าร้านอยู่

เนื้อหาโดย: คิดไปเรื่อย
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
คิดไปเรื่อย's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 6 ครั้ง
เขียนโดย คิดไปเรื่อย
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ประเทศที่บินเข้าประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลกทำไมสายเดี่ยวหลุดไหล่จึงดูมีเสน่ห์แบบไม่ตั้งใจโรงเรียนมัธยมที่มีการแข่งขันกันสูงและสอบเข้ายากมากที่สุดในประเทศไทยร้านค้าควรรับมืออย่างไรเมื่อโครงการก่อสร้างบังทางเข้าอำเภอที่เสี่ยงพบทุ่นระเบิดมากที่สุด อันดับที่หนึ่งของประเทศไทยความลับใต้สายน้ำ: ทำไม “สมบัติทองคำ” ใต้แม่น้ำเจ้าพระยาจึงไม่มีใครแตะต้องได้เปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสนAI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัวบนและเลขท้าย 2 ตัวล่าง งวด 16 ก.ย.69EV Bus ฟรีในลำพูนช่วยลดค่าน้ำมันได้เท่าไรขนบนร่างกายมนุษย์มีไว้ทำไมไม่ใช่จีน! ประเทศนี้ส่งคนมาเที่ยวไทยกว่า 4.5 ล้านคนทำไมท่าจับจี้สร้อยคอจึงดึงดูดสายตา
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ประเทศที่บินเข้าประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด การเงิน
รีวิวหนังสือ เทคนิคตามล่าหาหุ้นเวฟ 3X ด้วยคลื่นเอลเลียตน้ำมันเกือบ 40 บาท/ลิตร ค่าแรงขั้นต่ำ 1 วัน วันนี้แลกน้ำมันได้กี่ลิตร?ออมแบบ VI - บริโภคแบบVI - ลงทุนแบบ VIทำไม 9.9 ถึงกลายเป็นวันช้อปใหญ่? จากวันที่จำง่าย สู่แคมเปญที่คนรอซื้อของทุกปี
ตั้งกระทู้ใหม่