หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ความรักของเราสองคนมันอยู่ในใจมาตลอดเวลา

เขียนโดย สร้อยนกเขา

         กลิ่นหอมของดอกเข็มที่ปลูกอยู่ริมกำแพงบ้านลอยมาตามลมเย็นๆ ในย่างเข้าสู่วัยสายของชีวิต
​ใครจะไปคิดว่าในวันที่เส้นผมบนหัวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดอกเลา และผิวหนังเริ่มมีริ้วรอยตามกาลเวลา ผมจะได้กลับมานั่งจิบชาร้อนๆ ฝั่งตรงข้ามกับ “ปาน” ผู้หญิงที่ผมรู้จักมาเกือบทั้งชีวิต
​เรื่องราวของเราไม่ได้เริ่มต้นขึ้นด้วยความรักหรูหราแบบในนิยาย แต่มันเริ่มขึ้นในซอยเล็กๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดแถบปริมณฑลเมื่อหกสิบปีก่อน


​          บ้านของเราสองคนอยู่ตรงข้ามกัน แค่เดินข้ามถนนคอนกรีตแคบๆ ไม่กี่ก้าวก็ถึงกันแล้ว เราเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่จำความได้ ผมยังจำภาพตัวเองตอนอยู่อนุบาล 1 ได้ดี เด็กชายตัวเล็กๆ ที่ชอบร้องไห้กอดเสาโรงเรียนทุกเช้าเพราะไม่อยากห่างบ้าน แล้วก็จะมีเด็กหญิงผมเปียสองข้างอย่างปานที่ยื่นกล้วยทอดชิ้นเล็กๆ มาให้ พร้อมกับพูดเสียงแจ้วๆ ว่า "อย่าร้องเลย เดี๋ยวเราแบ่งขนมให้กิน"
​ตลอดชีวิตวัยเด็กและวัยรุ่น ภาพของปานอยู่ในสายตาผมเสมอ เราเดินไปโรงเรียนประถมด้วยกัน ปั่นจักรยานแข่งกันในซอยช่วงเย็นๆ และนั่งทำการบ้านที่ม้านั่งม้าหินอ่อนหน้าบ้านของเธอจนอาทิตย์ตกดิน พวกเราสนิทกันจนพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายแซวอยู่เรื่อยๆ ว่าเป็นคู่แฝดคนละฝา


​          แต่เมื่อวัยเยาว์ผ่านพ้น ลมแห่งความจริงก็พัดพาเราแยกย้ายไปตามเส้นทางของตัวเอง
​หลังจบมหาวิทยาลัย ผมเลือกที่จะไปทำงานเป็นวิศวกรที่ภาคใต้ ขณะที่ปานสอบบรรจุเป็นครูสอนภาษาไทยอยู่ในกรุงเทพฯ ช่วงแรกเรายังติดต่อกันผ่านทางโปสการ์ดและจดหมาย ต่อมาก็เปลี่ยนเป็นโทรศัพท์ และสุดท้ายก็หลงเหลือเพียงคำอวยพรวันเกิดปีละครั้งในยุคที่โซเชียลมีเดียเริ่มเข้ามา
​ชีวิตของพวกเราไม่ได้เรียบง่าย ต่างคนต่างเคยมีความรัก ต่างคนต่างเคยมีความฝัน และต่างคนต่างก็เคยเผชิญกับความแตกสลาย


​          ผมเคยแต่งงานเมื่ออายุสามสิบต้นๆ แต่ความรักก็จบลงด้วยการหย่าร้างเพราะความไม่เข้าใจและเวลาที่ไม่ตรงกัน หลังจากนั้นผมก็ใช้ชีวิตอยู่กับงานมาโดยตลอดจนกลายเป็นชายโสดวัยกลางคน ส่วนปาน... ผมได้ข่าวจากแม่ของผมก่อนท่านเสียชีวิตว่า ปานเคยมีคนหมั้นหมาย แต่สุดท้ายฝ่ายชายก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตก่อนงานแต่งเพียงไม่กี่เดือน หลังจากนั้นเธอก็ไม่ได้เปิดใจให้ใครอีกเลย และเลือกที่จะดูแลคุณแม่ที่ป่วยเรื้อรังเพียงลำพัง
​พวกเราต่างใช้ชีวิตบนเส้นทางขนานกันไปนานนับสิบๆ ปี โดยมีเพียงความทรงจำในซอยเล็กๆ แห่งนั้นเป็นเครื่องเตือนใจว่าครั้งหนึ่งเราเคยผูกพันกันเพียงใด
​กระทั่งวันเวลาเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนอีกครั้ง—วันที่เราทั้งคู่ก้าวสู่วัยเกษียณอายุงาน
​ในวัยหกสิบปี

          ผมตัดสินใจย้ายกลับมาอยู่บ้านหลังเดิมในซอยเก่า บ้านที่เคยคึกคักบัดนี้เงียบเหงาเพราะพ่อแม่จากไปหมดแล้ว และในเช้าวันแรกของการเป็นคนเกษียณ ขณะที่ผมกำลังรดน้ำต้นไม้หน้าบ้าน สายตาของผมก็สะดุดเข้ากับหญิงวัยกลางคนรูปร่างเพรียวบาง ผมสั้นดัดเป็นลอนประบ่าที่กำลังกวาดใบไม้อยู่ฝั่งตรงข้าม
​"ปาน..." ผมพึมพำกับตัวเอง
​เธอมองข้ามถนนมา สายตาของเราประสานกัน นานหลายวินาทีจนกระทั่งรอยยิ้มเดิมๆ ที่ผมเคยเห็นมาตั้งแต่เด็กค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ
​"ไง... วิศวกรใหญ่อย่างเธอ เกษียณแล้วเหรอ" เสียงของเธอเรียบง่าย ท้องฟ้าเช้าวันนั้นสดใสขึ้นมาทันที


​          หลังจากวันนั้น จากคำทักทายหน้าบ้านก็กลายเป็นการนั่งคุยกันตอนเย็น จากการกินข้าวเย็นคนเดียวก็เปลี่ยนเป็นเราสลับกันทำอาหารมาแบ่งกันกิน บ้านสองหลังในซอยเก่าที่เคยเงียบเหงาเริ่มกลับมารายล้อมด้วยเสียงหัวเราะอีกครั้ง
​พวกเราต่างเป็นคนโสดในวัยเกษียณ ไม่มีภาระหน้าที่การงานให้ต้องกังวล ไม่มีใครต้องดูแล และไม่มีใครต้องรอคอย
​เย็นวันหนึ่ง ขณะที่เรานั่งกินข้าวต้มด้วยกันที่ชานเรือนบ้านผม ปานก็พูดขึ้นมาเบาๆ
"เหนื่อยเนอะ กว่าจะโตมาจนถึงป่านนี้ได้ ต่างคนต่างเดินไปไกลมากเลย"
​ผมมองมือของปานที่เริ่มมีรอยเหี่ยวย่น มือคู่เดิมที่เคยแบ่งขนมให้ผมตอนอนุบาล "นั่นสิ... แต่สุดท้าย เราก็กลับมาอยู่ที่เดิมนะ"
​"บ้านปานมันกว้างไปแล้วล่ะ ตั้งแต่แม่เสียไป..." เธอถอนหายใจ รอยอ้างว้างฉายชัดในดวงตา "บางทีคืนไหนฝนตก ปานก็นั่งมองไฟบ้านเธอ ถ้ารู้ว่าเธอยังไม่นอน ก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาแปลกๆ"
​คำพูดนั้นทำให้หัวใจของชายวัยหกสิบอย่างผมพองโตและไหวระริก มันไม่ใช่ความรักที่ร้อนแรงเหมือนวัยรุ่น ไม่ใช่ความลุ่มหลง แต่มันคือความรู้สึกผูกพันที่ลึกซึ้ง มันคือความต้องการที่จะเป็นความอุ่นใจให้แก่กันในบั้นปลายชีวิต
​"ถ้าอย่างนั้น..." ผมวางช้อนลง แล้วมองหน้าเธออย่างจริงจัง "เรามาอยู่ด้วยกันไหมปาน"
​เธอนึกว่าผมพูดเล่น จึงหัวเราะเบาๆ "จะมารวมบ้านกันได้ยังไง แก่ๆ กันแล้ว"
​"ย้ายมาอยู่บ้านนี้ด้วยกันเถอะ" ผมย้ำด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "เรารู้จักกันมาทั้งชีวิต รู้ว่าใครชอบกินอะไร รู้ว่าใครนอนดึก ใครตื่นเช้า เราไม่ต้องเสียเวลาปรับตัวอะไรกันอีกแล้ว เวลาที่เหลืออยู่ในชีวิต มันอาจไม่ได้ยาวนานนักหรอก... ให้ฉันได้ดูแลเธอ และให้เธอได้อยู่เป็นเพื่อนฉัน ในฐานะคนที่รักเธอมาตลอด... ดีไหม"


​          ปานเงียบไป นัยน์ตาของเธอเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า เธอไม่ได้ตอบในทันที แต่เธอค่อยๆ ยื่นมือมาจับมือผมบนโต๊ะ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเธอส่งผ่านเข้ามาถึงหัวใจของผม
​"ขอบใจนะ..." เธอพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ปานก็ไม่อยากเหงาคนเดียวอีกแล้วเหมือนกัน"
​งานแต่งงานของเราในวัยหกสิบไม่มีเวทีหรูหรา ไม่มีชุดเจ้าสาวปักดิ้นเงินดิ้นทอง มีเพียงการทำบุญเลี้ยงพระเล็กๆ ที่บ้าน นิมนต์พระมาเจริญพระพุทธมนต์ และมีเพื่อนบ้านในซอยเก่าๆ ไม่กี่คนที่มาร่วมเป็นผูกข้อไม้ข้อมือ ความรักของเราในวัยนี้ไม่ได้ต้องการคำสัญญาหรูหรา แต่มันคือการลงมือดูแลกันในทุกๆ วัน
​ทุกวันนี้ ชีวิตคู่ในวัยเกษียณของเราเต็มไปด้วยความสงบเรียบง่าย
​เช้าตรู่ เราจะตื่นมาเดินออกกำลังกายด้วยกันในซอย รดน้ำต้นไม้ และทำอาหารเช้าง่ายๆ กินด้วยกัน ปานชอบเตือนให้ผมกินยา  (ความดัน) ให้ตรงเวลา ส่วนผมก็จะเป็นคนคอยยกของหนักๆ และพาเธอไปพบหมอตามนัด เวลาที่ปานเจ็บป่วย ผมคือคนที่คอยเช็ดตัวและชงน้ำมูกมะนาวอุ่นๆ ให้

          เวลาที่ผมเครียดหรือนอนไม่หลับ ปานจะนั่งอยู่ข้างๆ และลูบหลังผมเบาๆ เหมือนที่เธอเคยทำตอนเรายังเด็ก
​ในยามเย็น เรามักจะมานั่งที่ม้านั่งหน้าบ้านตัวเดิม จิบชาร้อนๆ และนั่งมองแสงอาทิตย์ค่อยๆ ลับขอบฟ้าไป
​"ขอบคุณนะปาน ที่ยอมมาใช้ชีวิตปั้นปลายร่วมกัน" ผมพูดพลางโอบไหล่เธอไว้


​          ปานเอนศีรษะมาซบที่ไหล่ของผม "ปานต่างหากที่ต้องขอบคุณ ตอนเด็กๆ เราเคยเดินจับมือกันไปโรงเรียน ไม่คิดเลยเนอะว่าตอนแก่ เราจะได้มาเดินจับมือกันเข้าสู่น้ำตกแห่งกาลเวลาแบบนี้"
ความรักในวัยเกษียณของพวกเรา อาจไม่ได้เริ่มต้นด้วยความหวานซาบซ่าน แต่มันถูกเติมเต็มด้วยความเข้าใจ ความงดงามของการเดินทางผ่านกาลเวลา และการได้รู้ว่า ในยามที่โลกหมุนไปจนสุดทาง และร่างกายเริ่มร่วงโรย เราจะมีมือคู่นี้คอยกุมไว้เสมอ ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร อย่างน้อยช่วงเวลาที่เหลืออยู่ทั้งหมดของชีวิต ผมก็ไม่ต้องเหงาอีกต่อไปแล้ว... เพราะข้างๆ ผม มีเธออยู่ตรงนี้เสมอ

เนื้อหาโดย: สร้อยนกเขา
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
สร้อยนกเขา's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 17 ครั้ง
เขียนโดย สร้อยนกเขา
ฉันชอบเขียนบทความต่าง ๆทั้งจดจำและเรียบเรียงมาเองตั้งแต่สมัยยังเป็นนักศึกษา
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เห็นทุกครั้งแต่แทบไม่เคยสนใจ หลักกิโลเมตรข้างถนนมีไว้ทำอะไรไขปริศนา "อุโมงค์ทางลอด" ในกรุงเทพฯ ทำไมสร้างยากและมักเจอปัญหาน้ำท่วมขัง?เปิด 5 อบต. รายได้สูงสุดในไทย อันดับ 1 ทะลุ 1,000 ล้านบาทโรงเรียนมัธยมที่มีการแข่งขันกันสูงและสอบเข้ายากมากที่สุดในประเทศไทยลิ้นชักใต้เตาอบไม่ได้มีไว้เก็บถาดเสมอไป บางรุ่นจริง ๆ คือ “Warming Drawer” สำหรับทำอะไร?เปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสนStinger อาวุธปาฏิหาริย์ที่เปลี่ยนเกมสงคราม หรือแท้จริงแล้วมันเป็นเพียงเรื่องเล่าที่ถูกขยายเกินจริง?ประวัติศาสตร์ “ส้ม” ผลไม้ทรงอิทธิพลผู้มอบชื่อให้แก่สีสันAI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัวบนและเลขท้าย 2 ตัวล่าง งวด 16 ก.ย.69เปิดสถิติหวย 16 ก.ย. ย้อนหลัง เทียบเลขที่สำนักดังพูดถึงซ้ำก่อนงวด 16 ก.ย. 69 แยกชัดเลขจากสถิติจริงกับเลขแนวทางรวมแนวทางสถิติเลขเด่นสำนักดัง งวดประจำวันที่ 16 กันยายน 2569เปิด 5 ประเทศที่คนไทยนิยมไปเรียน ต่อมากที่สุด อันดับ 1 มีนักเรียนไทย นับหมื่นคน!
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ทำไมเราถึงรู้สึกว่า “สัตว์ตัวนี้เหมือนเรา”? เบื้องหลังความรู้สึกที่ทำให้คนอยากค้นหา Spirit Animal ของตัวเองประวัติศาสตร์ “ส้ม” ผลไม้ทรงอิทธิพลผู้มอบชื่อให้แก่สีสันย้อนรอย 6 ห้างดังในกรุงเทพฯ ที่เคยคึกคัก ตั้งแต่ไทยไดมารู เมอร์รี่คิงส์ ถึงนิวเวิลด์และตั้งฮั่วเส็ง วันนี้เหลืออะไรไว้บ้างแนวทางเลขเด็ด "ทักษามหาเฮง" งวด 16 ก.ย.69 มีทั้งเลขเด่น เลขรอง และเลขท้าย 2 ตัวหวยลาวพัฒนา 9 กันยายน 2569 รวมเลขดังในโซเชียลทำไม "ตึกแถวทรงชิโน-โปรตุกีส" ถึงพบเฉพาะในย่านฝั่งธนฯ และภูเก็ต?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด เรื่องน่ารักๆ ซึ้งๆ
ทำไมเต่าอายุยืนรอยยิ้มที่ไม่เหมือนใครของ “เบนจี้” กับหัวใจที่ใครก็หลงรักจากถังทิ้งบุหรี่…สู่บ้านหลังแรกของครอบครัวนก 🐦🌿สักคนที่เข้าใจ
ตั้งกระทู้ใหม่