หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ปลาที่เริ่มมีกลิ่นแปลก ๆ ยังพอเอาไปทำให้สุกแล้วกินได้หรือไม่

เขียนโดย phana3462

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

เวลาปลาที่แช่ตู้เย็นไว้เริ่มมีกลิ่นแรงขึ้น ผิวดูหม่น ตาหลัว หรือจับแล้วลื่นกว่าปกติ หลายคนอาจลังเลว่าแค่ทอดให้กรอบ ต้มให้เดือด หรือใส่เครื่องแกงหนัก ๆ จะช่วยได้ไหม เพราะดูภายนอกเหมือนยังไม่ถึงขั้นทิ้งทั้งตัว

แต่เรื่องนี้ไม่ควรวัดด้วยคำว่า “เสียดาย” อย่างเดียว ปลาเป็นอาหารที่เสื่อมคุณภาพได้เร็ว และกลิ่นที่เปลี่ยนไปอาจเป็นสัญญาณว่าจุลินทรีย์กำลังเพิ่มจำนวนแล้ว

คำตอบสั้น ๆ คือ ถ้าปลาเน่าแล้ว ไม่ควรกิน และไม่ควรหวังว่าความร้อนจะทำให้กลับมาปลอดภัยเหมือนเดิม การปรุงสุกช่วยลดเชื้อบางชนิดได้ แต่ไม่ได้ทำให้ปลาที่เสื่อมสภาพกลับเป็นของสด และสารพิษบางอย่างที่เกิดจากการปนเปื้อนไม่ได้แก้ได้ด้วยการต้มจนเดือดหรือทอดจนแห้ง

กลิ่นที่ควรระวังคือกลิ่นเปรี้ยว กลิ่นหืน กลิ่นฉุนผิดปกติ หรือกลิ่นคล้ายแอมโมเนีย ปลาแช่เย็นที่ยังดีอาจมีกลิ่นทะเลอ่อน ๆ ได้ แต่ไม่ควรมีกลิ่นกระแทกจมูกจนรู้สึกว่าต้องรีบถอยออกมา นอกจากนี้ ถ้าเนื้อเละ กดแล้วไม่เด้ง มีเมือกมาก สีคล้ำผิดปกติ หรือบรรจุภัณฑ์พอง ก็ไม่ควรเสี่ยง

อย่าชิมนิดเดียวเพื่อทดสอบด้วย เพราะเชื้อหรือสารปนเปื้อนไม่ได้บอกปริมาณอันตรายผ่านคำแรกเสมอไป และการล้างน้ำมะนาว น้ำส้มสายชู หรือหมักเครื่องเทศก็ช่วยกลบกลิ่นได้มากกว่าช่วยทำให้อาหารปลอดภัย

ถ้าสงสัยว่าเสีย ให้เลือกทิ้งดีกว่า ใส่ถุงปิดให้มิดชิด แล้วล้างมือ เขียง มีด และพื้นผิวที่สัมผัสปลาดิบด้วยน้ำยาล้างจานหรือน้ำสบู่ เพื่อลดการปนเปื้อนไปยังอาหารอย่างผักหรือผลไม้ที่พร้อมกิน

ส่วนปลาที่ไม่ได้เหม็นหรือเละ แต่อยู่ในตู้เย็นนานเกินจนไม่แน่ใจ ก็ควรระวังเช่นกัน ปลาสดส่วนใหญ่ควรนำไปปรุงภายในประมาณ 1–2 วันหลังแช่เย็น หากรู้ว่าจะยังไม่ใช้ ควรแช่แข็งตั้งแต่ยังสด ไม่ใช่ปล่อยจนเริ่มเปลี่ยนกลิ่นแล้วค่อยเอาเข้าช่องแข็ง

หากเผลอกินไปแล้วและมีอาการปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย หรือมีไข้ ให้จิบน้ำหรือสารละลายเกลือแร่เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ แต่ถ้าอาเจียนจนดื่มไม่ได้ ถ่ายเป็นเลือด ปวดท้องรุนแรง ซึม ปัสสาวะน้อย หรืออาการไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์ โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ

ปลาหนึ่งตัวอาจราคาน่าเสียดาย แต่ค่าใช้จ่ายและความทรมานจากอาหารเป็นพิษแพงกว่าเยอะ ถ้ากลิ่นหรือสภาพทำให้ไม่มั่นใจ การไม่กินคือทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
phana3462's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 63 ครั้ง
เขียนโดย phana3462
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!4 สำนักเปิดข้อมูล งวด 16 ต.ค. 69 “ราชาตั๋วเด่น-เฮีย เสาชิงช้า” พบ 43-49 ตรงกัน5 เครื่องบันทึกเสียงแบบม้วนเทปรีล (Reel-to-Reel) งานกลไกสุดคลาสสิกถอดรหัสลับหน้าปกสลากฯ งวด 16 ตุลาฯ 69: “บ้านท่าข้ามควาย” พามูฟออนสู่เศรษฐีใหม่หนังดังสัญชาติไทย ที่ถูกนำไปสร้างใหม่เป็นภาพยนตร์ตะวันตก5 รถยนต์ไฟฟ้าที่ลุยน้ำได้ดีเกินคาด จนน่าทึ่ง5 ช่างภาพโบราณระดับตำนานของไทย ที่สร้างสรรค์ภาพถ่ายจนกลายเป็นของสะสมราคาแพง5 จังหวัด ที่ดินราคาประเมินถูกที่สุดในไทย ตารางวาเริ่มต้นหลักสิบมีจริง5 เมนูอาหารสุดฮิต นิยมทำกินเมื่อน้ำท่วม ทำง่าย อร่อยไม่เปลี่ยนห้องนี้ในโรงเรียน นักเรียนห้ามเข้าเด็ดขาด แล้วข้างในมีอะไรวิกฤตล้นตลาด! 5 ผลไม้ไทยที่เคยมหาโหด... แต่ตอนนี้ราคาดิ่งจนน่าตกใจเปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ญี่ปุ่นมีเกาะที่มีแมวมากกว่าคนจริงหรือ ? เปิดเรื่องราว “เกาะแมว” ที่คนกลายเป็นประชากรส่วนน้อย5 รถยนต์ไฟฟ้าที่ลุยน้ำได้ดีเกินคาด จนน่าทึ่งห้องนี้ในโรงเรียน นักเรียนห้ามเข้าเด็ดขาด แล้วข้างในมีอะไร
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สุขภาพ
เมล็ดแอปเปิลที่เผลอกลืนเข้าไปอันตรายแค่ไหนอาการแพ้เนื้อแดงหลังถูกเห็บกัดเกี่ยวข้องกันอย่างไรหลังถูกยิง ควรทำอะไรก่อนถึงมือแพทย์เมื่อหลงแดดจัด ควรดื่มน้ำอย่างไรจึงไม่เสี่ยงฮีตสโตรก
ตั้งกระทู้ใหม่