หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

หลอดไฟที่เราเปิดทุกวัน จริง ๆ แล้วเริ่มจากใครกันแน่

เขียนโดย TEN OUT OF TEN

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

เวลาพูดถึงคนคิดค้นหลอดไฟ ชื่อที่คนส่วนใหญ่นึกถึงแทบจะโผล่มาพร้อมกันทันที คือโทมัส เอดิสัน ภาพจำของเขาแข็งแรงมากจนเหมือนเรื่องนี้มีคำตอบเดียวจบ แต่ถ้าย้อนดูประวัติของแสงไฟฟ้าให้ลึกลงไป จะพบว่าหลอดแก้วที่สว่างอยู่เหนือหัวเราเป็นผลจากการลองผิดลองถูกของคนหลายรุ่น และคำว่า “คิดค้น” เองก็ต้องถามต่อว่า หมายถึงทำให้เกิดแสงได้ก่อน หรือทำให้คนทั่วไปใช้งานได้จริงก่อน

ก่อนจะมีหลอดไส้ แสงจากไฟฟ้าเคยสว่างแบบดุดันกว่านั้นมาก ในปี 1809 ฮัมฟรี เดวี สาธิตแสงอาร์กด้วยแท่งคาร์บอนสองแท่ง เมื่อปล่อยกระแสไฟผ่านแล้วแยกปลายออกจากกัน จะเกิดประกายสว่างจ้ามากระหว่างช่องว่าง แสงชนิดนี้เหมาะกับพื้นที่กว้างหรือการสาธิต แต่ไม่ใช่แสงนุ่ม ๆ ที่แขวนไว้ในห้องนั่งเล่นได้ง่าย

โจทย์ที่ยากจึงไม่ใช่แค่ “ทำให้มันสว่าง” แต่คือทำอย่างไรให้วัสดุชิ้นเล็ก ๆ ร้อนจนเปล่งแสงได้โดยไม่ไหม้ขาดเร็วเกินไป และต้องอยู่ในสภาพที่ออกซิเจนไม่เข้าไปเผาไส้ให้พัง นั่นทำให้การพัฒนาหลอดไส้ผูกอยู่กับทั้งวัสดุของไส้หลอด คุณภาพการดูดอากาศออกจากหลอดแก้ว และระบบจ่ายไฟ

หลักฐานประวัติศาสตร์บอกว่า มีผู้ทดลองหลอดไส้มาก่อนเอดิสันหลายราย เช่น เฟรเดอริก เดอ โมเลนส์ ผู้ได้สิทธิบัตรหลอดไส้ในอังกฤษตั้งแต่ปี 1841 รวมถึงนักประดิษฐ์ในยุโรปและอเมริกาหลายคนที่ใช้แพลทินัมหรือคาร์บอนเป็นส่วนเปล่งแสง ปัญหาสำคัญคือหลอดเหล่านี้มักมีอายุสั้น ใช้พลังงานมาก หรือยังแพงและยุ่งยากเกินจะติดตั้งเป็นระบบในบ้าน

แสงไฟฟ้าเกิดขึ้นได้ก่อนที่หลอดไฟใช้ในบ้านจะเกิดขึ้นนานมาก ความต่างเล็ก ๆ ตรงนี้เองที่ทำให้คำตอบเรื่อง “ใครเป็นคนแรก” มักคลาดกันไปคนละความหมาย

ช่วงปลายทศวรรษ 1870 โจเซฟ วิลสัน สวอน นักเคมีและนักประดิษฐ์ชาวอังกฤษ ประสบความสำเร็จในการสาธิตหลอดคาร์บอนของเขาในนิวคาสเซิลช่วงต้นปี 1879 เขาทดลองกับไส้คาร์บอนมาตั้งแต่ก่อนหน้านั้นหลายปี แต่หลอดรุ่นแรกยังมีข้อจำกัด เพราะไส้มีความต้านทานต่ำ จึงต้องใช้กระแสสูงและทำให้ต่อใช้งานเป็นระบบใหญ่ได้ไม่สะดวก อีกทั้งก๊าซตกค้างในวัสดุทำให้เกิดคราบดำภายในหลอดได้เร็ว

เอดิสันและทีมที่เมนโลพาร์กไม่ได้เริ่มจากศูนย์ พวกเขาเข้าสู่การแข่งขันเดียวกัน แล้วพัฒนาแนวทางที่ใช้ไส้คาร์บอนเส้นเล็ก ความต้านทานสูง และสุญญากาศที่ดีขึ้น หลอดทดลองของเอดิสันในปี 1879 จึงใช้กระแสน้อยลงพอจะเดินสายไปได้ไกลกว่าเดิม ต่อมาการเลือกใช้เส้นใยจากไม้ไผ่คาร์บอไนซ์ช่วยยืดอายุการใช้งานของหลอดอย่างมีนัยสำคัญ

คำตอบจึงเริ่มชัดขึ้นตรงนี้ว่า เอดิสันไม่ใช่คนแรกที่ทำให้วัตถุในหลอดแก้วเปล่งแสงด้วยไฟฟ้า และเขาก็ไม่ใช่คนเดียวที่สร้างหลอดไส้ใช้งานได้ในช่วงเวลานั้น แต่เขามีบทบาทสำคัญมากในการทำให้หลอดไส้เป็นส่วนหนึ่งของระบบที่นำไปขายและขยายการใช้งานได้จริง

เรื่องนี้ยังไม่จบแค่ในห้องทดลอง เพราะสวอนไม่ได้หายไปจากประวัติศาสตร์ สิทธิบัตรของเขาในอังกฤษแข็งแรงพอจนผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่ายต้องมาบรรจบกัน ในปี 1883 จึงมีการตั้งบริษัท Edison & Swan United Electric Light Company หรือที่เรียกกันว่า Ediswan ขึ้นในอังกฤษ และไส้หลอดเซลลูโลสของสวอนก็กลายเป็นเทคโนโลยีสำคัญของอุตสาหกรรมในเวลาต่อมา

สิ่งที่ทำให้ชื่อเอดิสันถูกเล่าซ้ำมากที่สุดจึงไม่ใช่เพียงหลอดหนึ่งลูก แต่คือภาพรวมของระบบทั้งหมด ตั้งแต่ไดนาโม สายไฟ สวิตช์ ขั้วหลอด ไปจนถึงการจ่ายไฟให้หลอดจำนวนมากทำงานร่วมกันได้ ถ้ามีหลอดที่สว่างแต่ต้องอยู่ชิดแหล่งกำเนิดไฟหรือใช้สายขนาดใหญ่เกินจริง มันก็ยังไม่ใช่ของใช้สำหรับบ้านและเมือง

หลังจากนั้นหลอดไส้ก็พัฒนาต่อไปอีกหลายรอบ ไส้คาร์บอนถูกแทนที่ด้วยวัสดุที่มีประสิทธิภาพกว่า จนไส้ทังสเตนกลายเป็นมาตรฐานสำคัญในคริสต์ศตวรรษที่ 20 หลอดไฟที่เราคุ้นตาจึงไม่ใช่สิ่งประดิษฐ์ที่หยุดนิ่งอยู่กับคนคนเดียว แต่เป็นเหมือนงานต่อยอดยาวนานของนักวิทยาศาสตร์ ช่างแก้ว วิศวกร และนักธุรกิจ

ถ้าจะตอบให้ตรงที่สุด หลอดไฟไม่ได้มี “เจ้าของคนเดียว” ในความหมายของการกำเนิดแนวคิดและการทดลอง แต่เอดิสันได้รับเครดิตอย่างกว้างขวางในฐานะผู้ทำให้หลอดไส้กลายเป็นผลิตภัณฑ์และระบบไฟฟ้าที่ใช้งานได้จริงในวงกว้าง ส่วนชื่ออย่างฮัมฟรี เดวี โจเซฟ สวอน และผู้ทดลองอีกหลายคน คือชิ้นส่วนสำคัญที่มักหลุดหายไปจากคำตอบสั้น ๆ ที่เราเคยท่องกันมา

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
TEN OUT OF TEN's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 49 ครั้ง
เขียนโดย TEN OUT OF TEN
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!5 รถยนต์ไฟฟ้าที่ลุยน้ำได้ดีเกินคาด จนน่าทึ่ง5 เครื่องบันทึกเสียงแบบม้วนเทปรีล (Reel-to-Reel) งานกลไกสุดคลาสสิกถอดรหัสลับหน้าปกสลากฯ งวด 16 ตุลาฯ 69: “บ้านท่าข้ามควาย” พามูฟออนสู่เศรษฐีใหม่เปิด 5 รุ่น ม้วนเทปคาสเซ็ตต์เปล่า เกรด Metal ที่ราคาประมูลสูงลิ่ว5 จังหวัด ที่ดินราคาประเมินถูกที่สุดในไทย ตารางวาเริ่มต้นหลักสิบมีจริง4 สำนักเปิดข้อมูล งวด 16 ต.ค. 69 “ราชาตั๋วเด่น-เฮีย เสาชิงช้า” พบ 43-49 ตรงกัน5 เมนูอาหารสุดฮิต นิยมทำกินเมื่อน้ำท่วม ทำง่าย อร่อยไม่เปลี่ยนหนังดังสัญชาติไทย ที่ถูกนำไปสร้างใหม่เป็นภาพยนตร์ตะวันตกห้องนี้ในโรงเรียน นักเรียนห้ามเข้าเด็ดขาด แล้วข้างในมีอะไรเปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทยรู้หรือไม่? สมาร์ตโฟนพังๆ ในบ้านคุณ มี “ทองคำแท้” ซ่อนอยู่! ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ขุมทรัพย์ยุคใหม่ที่หลายคนมองข้าม
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ญี่ปุ่นมีเกาะที่มีแมวมากกว่าคนจริงหรือ ? เปิดเรื่องราว “เกาะแมว” ที่คนกลายเป็นประชากรส่วนน้อย5 รถยนต์ไฟฟ้าที่ลุยน้ำได้ดีเกินคาด จนน่าทึ่งห้องนี้ในโรงเรียน นักเรียนห้ามเข้าเด็ดขาด แล้วข้างในมีอะไร
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
7 ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ในอดีต ที่เคยสร้างยอดขายแผ่นเสียงและเทปมหาศาล8 สนามกอล์ฟระดับพรีเมียมในไทย ที่นักธุรกิจและผู้บริหารระดับสูงนิยมไปออกรอบ6 ศูนย์การค้ากลางเมืองที่ทำรายได้ต่อตารางเมตรสูง จนร้านค้าทั่วประเทศยังต้องจับตา8 โรงแรมห้าดาวคลาสสิกในไทย ที่ดาราระดับโลกเคยมาพัก
ตั้งกระทู้ใหม่