หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

สัมผัสที่หกมีจริงไหม หรือสมองกำลังจับสัญญาณก่อนเรารู้ตัว

เขียนโดย คิดไปเรื่อย

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

เคยไหม เจอคนครั้งแรกแล้วรู้สึกว่า “คนนี้มีอะไรแปลก ๆ” ทั้งที่ยังไม่ได้มีหลักฐานเป็นชิ้นเป็นอัน หรือกำลังจะเลือกทางกลับบ้านแล้วรู้สึกไม่อยากไปทางเดิม ทั้งหมดนี้มักถูกเรียกรวม ๆ ว่า สัมผัสที่หก คำที่ฟังดูลึกลับ แต่ในชีวิตจริงอาจไม่ได้หมายความว่าเรามีพลังพิเศษเสมอไป

ในทางจิตวิทยา สิ่งที่ใกล้กับคำนี้คือ “สัญชาตญาณ” หรือ intuition คือความรู้สึกว่ารู้อะไรบางอย่างได้เร็วมาก โดยยังอธิบายเหตุผลออกมาไม่ทัน สมองไม่ได้หยุดทำงานตอนนั้น ตรงกันข้าม มันอาจกำลังเก็บรายละเอียดเล็ก ๆ ที่เราไม่ทันตั้งใจมอง เช่น น้ำเสียงที่แข็งกว่าปกติ จังหวะตอบคำถามที่ไม่ตรง สีหน้าที่ฝืนยิ้ม หรือบรรยากาศในห้องที่ชวนให้ระวังตัว

ความรู้สึกไว ไม่ได้แปลว่าทำนายอนาคต

ประสบการณ์สะสมทำให้บางคนอ่านสถานการณ์เก่งขึ้น คนทำงานขายอาจจับได้ว่าอีกฝ่ายยังไม่พร้อมซื้อจากท่าทีเพียงไม่กี่วินาที คนขับรถที่ชำนาญอาจชะลอรถก่อนเห็นอันตรายชัด ๆ เพราะสมองคุ้นกับรูปแบบของถนนและรถรอบตัว ความรู้สึกว่า “มันไม่ชอบมาพากล” จึงอาจเป็นผลจากการเทียบสิ่งที่อยู่ตรงหน้ากับข้อมูลเดิมจำนวนมากอย่างรวดเร็ว

แต่จุดที่ต้องระวังคือ ความรู้สึกเร็วไม่เท่ากับความรู้สึกถูกเสมอไป สมองมนุษย์ชอบมองหารูปแบบ และมักจำครั้งที่เดาแม่นได้เด่นกว่าครั้งที่เดาผิด ยิ่งเรื่องนั้นกระทบอารมณ์ เช่น ฝันถึงใครแล้วบังเอิญคนนั้นโทรมา เราก็ยิ่งรู้สึกว่ามันพิเศษ ทั้งที่ความบังเอิญและความทรงจำแบบเลือกจำมีส่วนอยู่มาก

ใช้เป็นสัญญาณให้เช็ก ไม่ใช่คำตัดสิน

วิธีที่สมเหตุสมผลที่สุดคือ รับฟังความรู้สึกนั้น แต่ไม่ยกอำนาจทั้งหมดให้มัน หากรู้สึกไม่สบายใจกับคนหรือสถานที่ ให้ถอยออกมา อยู่ในพื้นที่ปลอดภัย โทรหาเพื่อน หรือมองหาข้อมูลเพิ่ม นี่เป็นการใช้สัญชาตญาณอย่างมีประโยชน์ เพราะความรู้สึกทำหน้าที่เตือนให้เรา “หยุดดูอีกที” ไม่ใช่บังคับให้เชื่อทันทีว่าเหตุร้ายจะเกิดขึ้นแน่นอน

ส่วนเรื่องที่มีผลใหญ่ เช่น ลงทุนเงินก้อน ตัดสินคนจากการพบครั้งเดียว รักษาโรค หรือกล่าวหาใคร การพึ่งสัมผัสที่หกอย่างเดียวเสี่ยงเกินไป ควรมีหลักฐาน เวลาไตร่ตรอง และความเห็นจากคนอื่นช่วยถ่วงดุล เพราะความกลัว ความเครียด และอคติเดิมของเราเอง ก็ทำให้สัญญาณเตือนดังเกินจริงได้เหมือนกัน

สุดท้ายแล้ว สัมผัสที่หกอาจไม่จำเป็นต้องถูกพิสูจน์ว่าเป็นพลังเหนือธรรมชาติจึงจะมีความหมาย มันอาจเป็นชื่อเรียกง่าย ๆ ของสมองที่ประมวลผลไวเกินกว่าคำอธิบายจะตามทัน เชื่อความรู้สึกได้ในฐานะสัญญาณเริ่มต้น แต่ให้ข้อเท็จจริงเป็นคนพาไปถึงคำตอบ แบบนี้ทั้งความระแวดระวังและเหตุผลก็ยังเดินไปด้วยกันได้

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
คิดไปเรื่อย's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 6 ครั้ง
เขียนโดย คิดไปเรื่อย
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 วันหลังเกิดอุทกภัย ชายคนหนึ่งถูกพบว่ายังมีชีวิตอยู่ ภายในอุโมงค์แห่งหนึ่งในเนปาลส่องที่ดินที่แพงที่สุดในประเทศไทยเขตกรุงเทพฯเปิด 5 มหาวิทยาลัยไทย ที่เรียนจบยากที่สุด ต้องผ่านกี่ด่านกว่าจะได้ปริญญา10มหาวิทยาลัยรัฐยอดนิยมที่คนอยากเข้าเรียนมากที่สุดเปิด 5 จังหวัด ราคาประเมินที่ดินถูกที่สุดในไทย บางพื้นที่เริ่มต้นเพียงหลักสิบบาทต่อตารางวาเปิด 5 โรงเรียนเฉพาะทางที่สอบเข้ายาก ที่นั่งน้อยแต่คนแห่สมัคร ใครอยากเข้าเตรียมตัวให้ดีโรงเรียนบนดอยไม่ได้ขาดแค่ถนน แต่กำลังสู้กับช่องว่างที่มองไม่เห็นเจ้าบ่าวและเจ้าสาวตัดสินใจจัดงานแต่งงานต่อไป แม้ว่าโบสถ์จะถูกน้ำท่วมอย่างหนักก็ตามเปิด "อำเภอที่มีพื้นใหญ่"ของไทย ขนาดกว้างจนเทียบได้กับหลายจังหวัดมาตามนัด! เลขเด็ด “เจ้าแม่ตะเคียน” งวด 16 ก.ย. 69 เคาะเด่น 4 รอง 1เปิด 5 อบต. รายได้สูงสุดในไทย อันดับ 1 ทะลุ 1,000 ล้านบาท108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
อาชีพร่อนทองตามแม่น้ำ งานลุ้นโชคที่ต้องใช้แรงและความอดทนมากกว่าที่คิดทำไมผงเครื่องดื่มถึงละลายในน้ำร้อนได้ไวกว่าดูดเบียร์ด้วยหลอด เมากว่าแก้วหรือยกดื่มจากขวดจริงไหมทำไมปลั๊กสามขาถึงต้องมีสายดิน
ตั้งกระทู้ใหม่