เปิดงบกองทัพสหรัฐ อาวุธ เรือรบ เครื่องบิน และกำลังพล ใช้เงินส่วนไหนมากที่สุด
กองทัพสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในองค์กรด้านความมั่นคงที่ใช้งบประมาณสูงที่สุดในโลก และเมื่อมองตัวเลขงบประมาณปี 2026 จะเห็นว่าเงินไม่ได้ถูกใช้ไปกับการซื้อเครื่องบินรบ เรือรบ หรือขีปนาวุธเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีค่าใช้จ่ายจำนวนมหาศาลสำหรับกำลังพล การปฏิบัติการ การซ่อมบำรุง ฐานทัพ การฝึก และการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่
ตามคำของบประมาณปี 2026 ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือ Department of Defense มีงบรวมประมาณ 941,810 ล้านดอลลาร์ หรือราว 941.8 พันล้านดอลลาร์ เมื่อรวมงบแบบ Discretionary และ Mandatory ตามกรอบงบประมาณที่กระทรวงกลาโหมนำเสนอ
และเมื่อแยกออกเป็นหมวดใหญ่ จะพบคำตอบที่น่าสนใจว่า เงินส่วนที่มากที่สุดไม่ได้เป็นค่าซื้ออาวุธ แต่คือ Operation and Maintenance หรือค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและบำรุงรักษา
1. ค่าเดินระบบและบำรุงรักษา 360.1 พันล้านดอลลาร์
หมวด Operation and Maintenance หรือ O&M ได้รับงบประมาณประมาณ 360.1 พันล้านดอลลาร์ ในปี 2026
คิดเป็นประมาณ 38% ของ Defense Bill ที่อยู่ในตารางงบประมาณชุดนี้
เงินก้อนนี้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ตั้งแต่การฝึกทหาร การปฏิบัติการ การซ่อมบำรุงอากาศยานและยานพาหนะ การดูแลฐานทัพ อะไหล่ ระบบสนับสนุน ไปจนถึงการทำให้กองกำลังสามารถพร้อมปฏิบัติภารกิจได้ตลอดเวลา
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมกองทัพที่มีเครื่องบินและเรือรบจำนวนมากจึงต้องใช้งบมหาศาลทุกปี แม้ไม่ได้ซื้ออาวุธใหม่ เพราะอาวุธที่มีอยู่ต้องได้รับการบำรุงรักษา ฝึกกำลังพล และเตรียมพร้อมใช้งานอยู่เสมอ
2. ซื้ออาวุธและยุทโธปกรณ์ 205.2 พันล้านดอลลาร์
หมวด Procurement หรือการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ได้รับประมาณ 205.2 พันล้านดอลลาร์
เงินส่วนนี้เกี่ยวข้องกับการจัดหาอาวุธและยุทโธปกรณ์ใหม่ เช่น เครื่องบิน เรือ ยานเกราะ ระบบอาวุธ ขีปนาวุธ และอุปกรณ์ทางทหารประเภทต่าง ๆ
เมื่อเทียบกับงบ O&M แล้ว Procurement มีขนาดประมาณ 22% ของ Defense Bill
จึงพูดได้ว่า สหรัฐฯ ไม่ได้ใช้เงินส่วนใหญ่ไปกับการ “ซื้อของใหม่” แต่ใช้เงินจำนวนมหาศาลเพื่อให้ระบบทหารที่มีอยู่สามารถปฏิบัติการต่อไปได้
3. เงินเดือนและสวัสดิการกำลังพล 195.3 พันล้านดอลลาร์
หมวด Military Personnel ได้รับประมาณ 195.34 พันล้านดอลลาร์
เงินส่วนนี้เกี่ยวข้องกับกำลังพลของกองทัพ ทั้งค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร
คิดเป็นประมาณ 21% ของ Defense Bill
ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่า “กำลังพล” เป็นหนึ่งในต้นทุนขนาดใหญ่ที่สุดของกองทัพสหรัฐฯ แต่ก็ยังน้อยกว่าหมวด Operation and Maintenance
และคำว่า Military Personnel ไม่ได้หมายถึงเงินเดือนอย่างเดียว เพราะระบบกำลังพลของกองทัพยังมีค่าใช้จ่ายด้านสิทธิประโยชน์และองค์ประกอบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรักษากำลังคนเอาไว้
4. วิจัยและพัฒนา 179.1 พันล้านดอลลาร์
อีกก้อนที่ใหญ่มากคือ Research, Development, Test and Evaluation หรือ RDT&E
ปี 2026 มีงบประมาณประมาณ 179.07 พันล้านดอลลาร์
คิดเป็นเกือบ 19% ของ Defense Bill
เงินส่วนนี้มีความสำคัญกับการพัฒนาอาวุธและเทคโนโลยีรุ่นใหม่ ตั้งแต่ระบบอากาศยาน ระบบอวกาศ ขีปนาวุธ ระบบไร้คนขับ ไปจนถึงเทคโนโลยีด้านการรบสมัยใหม่
ดังนั้นเครื่องบินหรือเรือรบที่เห็นในปัจจุบันอาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของงบประมาณ เพราะอีกส่วนหนึ่งกำลังถูกใช้เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่จะกลายเป็นอาวุธของกองทัพในอนาคต
แล้วเรือรบใช้งบเท่าไร?
หนึ่งในก้อนใหญ่ที่น่าสนใจคือกองทัพเรือสหรัฐฯ
คำของบประมาณปี 2026 ระบุว่า Department of the Navy ขอเงินสำหรับการต่อเรือประมาณ 47.4 พันล้านดอลลาร์ โดยประกอบด้วยงบแบบ Discretionary ประมาณ 20.8 พันล้านดอลลาร์ และ Mandatory ประมาณ 26.5 พันล้านดอลลาร์
งบก้อนนี้รองรับการจัดหาเรือรบหลายประเภท รวมถึงเรือดำน้ำ Columbia-class, เรือดำน้ำ Virginia-class, เรือพิฆาต Arleigh Burke-class และเรือสะเทินน้ำสะเทินบกหลายประเภท
เอกสารงบประมาณระบุว่าคำของบประมาณปี 2026 ตั้งเป้าจัดหา เรือรบ 19 ลำ ในกรอบงบที่ระบุ รวมทั้งเงินสำหรับงานต่อเนื่องของเรือที่เริ่มจัดหาในปีก่อน ๆ
นี่ทำให้เห็นว่าเรือรบหนึ่งลำไม่ได้มีเพียง “ราคาต่อเรือ” แต่ยังมีค่าออกแบบ การจัดหาเครื่องยนต์ ระบบอาวุธ การก่อสร้าง โครงสร้างพื้นฐาน และการสนับสนุนอุตสาหกรรมต่อเรือเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
แล้วเครื่องบินรบใช้งบเท่าไร?
สำหรับกองทัพเรือและนาวิกโยธิน คำของบประมาณด้านการจัดหาอากาศยานในปี 2026 อยู่ที่ประมาณ 17.1 พันล้านดอลลาร์
งบนี้ครอบคลุมเครื่องบินหลายประเภท รวมทั้งหมด 43 ลำ ตามรายการที่ระบุในคำของบประมาณ เช่น F-35 Lightning II รุ่น B และ C, เฮลิคอปเตอร์ CH-53K, เครื่องบิน E-2D Advanced Hawkeye และระบบอากาศยานไร้คนขับ MQ-25
นอกจากเครื่องบินแล้ว ยังมีงบจัดหาอาวุธสำหรับกองทัพเรือประมาณ 7.9 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมระบบอย่าง Naval Strike Missile, Long-Range Anti-Ship Missile, Standard Missile และอาวุธอื่น ๆ
ดังนั้น “เครื่องบิน” และ “ขีปนาวุธ” เป็นเพียงส่วนหนึ่งของงบ Procurement ไม่ใช่งบทั้งหมดของกระทรวงกลาโหม
ถ้าเรียงจากเงินก้อนใหญ่ที่สุด
เมื่อดูตัวเลขปี 2026 สามารถเรียงหมวดหลัก ๆ ได้ดังนี้
อันดับ 1 — Operation and Maintenance: ประมาณ 360.1 พันล้านดอลลาร์
อันดับ 2 — Procurement: ประมาณ 205.2 พันล้านดอลลาร์
อันดับ 3 — Military Personnel: ประมาณ 195.3 พันล้านดอลลาร์
อันดับ 4 — Research, Development, Test and Evaluation: ประมาณ 179.1 พันล้านดอลลาร์
อันดับ 5 — Military Construction Bill: ประมาณ 19.8 พันล้านดอลลาร์
ตัวเลขเหล่านี้มาจากตารางงบประมาณ FY2026 ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ และเป็นการจัดหมวดตามระบบงบประมาณ ไม่ใช่การแบ่งว่า “เงินก้อนหนึ่งซื้อเครื่องบินเท่าไร เงินก้อนหนึ่งจ่ายเงินเดือนเท่าไร” แบบแยกขาดจากกัน
ทำไมค่าบำรุงรักษาถึงมากกว่าค่าซื้ออาวุธ?
คำตอบอยู่ที่ขนาดของกองทัพ
การซื้อเครื่องบินหนึ่งลำเกิดขึ้นครั้งหนึ่ง แต่หลังจากนั้นยังมีค่าใช้จ่ายในการฝึกนักบิน ซ่อมเครื่องยนต์ ซื้ออะไหล่ บำรุงรักษาโรงเก็บเครื่องบิน ดูแลระบบอาวุธ และรักษาความพร้อมรบ
เช่นเดียวกับเรือรบ เมื่อสร้างเสร็จแล้วก็ยังต้องมีลูกเรือ น้ำมัน การซ่อมบำรุง อะไหล่ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ การฝึก และโครงสร้างพื้นฐานรองรับ
ดังนั้นกองทัพขนาดใหญ่จึงมีค่าใช้จ่ายประจำสูงมาก แม้ในปีนั้นจะไม่ได้ซื้ออาวุธใหม่จำนวนมหาศาลก็ตาม
สรุป เงินก้อนใหญ่ที่สุดอยู่ตรงไหน?
หากถามตรง ๆ ว่า กองทัพสหรัฐฯ ใช้เงินส่วนไหนมากที่สุดในปี 2026
คำตอบคือ Operation and Maintenance หรือค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการและบำรุงรักษา ประมาณ 360.1 พันล้านดอลลาร์
ตามมาด้วย การจัดซื้อยุทโธปกรณ์ประมาณ 205.2 พันล้านดอลลาร์ เงินด้านกำลังพลประมาณ 195.3 พันล้านดอลลาร์ และการวิจัยพัฒนาอาวุธและเทคโนโลยีประมาณ 179.1 พันล้านดอลลาร์
สิ่งที่น่าสนใจจึงไม่ใช่แค่คำถามว่า “สหรัฐฯ ซื้อเครื่องบินกี่ลำหรือเรือกี่ลำ” แต่คือ การทำให้กองทัพขนาดมหึมาสามารถเดินหน้าต่อได้ทุกวันต้องใช้เงินมากกว่าการซื้ออาวุธใหม่เสียอีก
และเมื่อรวมทั้งค่ากำลังพล การฝึก การซ่อมบำรุง การจัดหาอาวุธ และการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ จึงไม่น่าแปลกที่งบประมาณด้านกลาโหมของสหรัฐฯ จะอยู่ในระดับหลายแสนล้านดอลลาร์ต่อปี
หมู่บ้านที่มีบ้านร้างจำนวนมากเกิดขึ้นได้อย่างไร ? เมื่อคนหายไป แต่บ้านยังอยู่
เช็กเส้นทางก่อนออกเดินทาง! 18 จังหวัดน้ำท่วม ทางหลวงได้รับผลกระทบ 129 แห่ง ผ่านไม่ได้ 21 แห่ง
รายได้เท่านี้ อยู่รอดไหม? เปิดตัวเลข 9 กลุ่มอาชีพ ใครเหลือเงินมากที่สุด
เปิดอันดับกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชีย ปี 2569
รู้ไหมพู่ถุงเท้าลูกเสือ มีประโยชน์อะไร
สถานีรถไฟกลางป่าแห่งนี้ เคยมีรถไฟผ่านทุกวัน แต่วันนี้กลับเงียบลง เพราะอะไร
SLU-PP-332 เลียนแบบผลของการออกกำลังกายได้แค่ไหน
เปิดพิกัด 5 จังหวัดของไทย ที่ไกลจากกรุงเทพฯมากที่สุด เดินทางข้ามวัน
ผู้ที่กินมังสวิรัติอย่างเคร่งครัด จะมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งเพิ่มขึ้นถึง 40%
อิรักลดค่าเงินลง ท่ามกลางผลกระทบจากสงคราม ที่ทำให้เส้นทางขนส่งน้ำมันหยุดชะงัก
จังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียว
AI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัวบนและเลขท้าย 2 ตัวล่าง งวด 16 ตุลาคม 69
เช็กเส้นทางก่อนออกเดินทาง! 18 จังหวัดน้ำท่วม ทางหลวงได้รับผลกระทบ 129 แห่ง ผ่านไม่ได้ 21 แห่ง
โรงแรมสุดหรูหราในไทย ที่คนไทยทั่วไปแทบไม่มีโอกาสได้เข้าพัก
ห้างของคนไทยในประเทศจีน ที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่มากที่สุด
อำเภอที่ครั้งหนึ่งเคยถูกเสนอให้ยกฐานะเป็นจังหวัด เรื่องนี้ไปถึงขั้นไหนแล้ว
ทำไมหลังฝนตกถึงมีกลิ่นดินหอม ๆ และทำไมบางทีฝนเบากลับได้กลิ่นชัดกว่าฝนหนัก?
ทำไมพื้นถนน เสื้อ หรือทรายพอเปียกน้ำแล้วดู “สีเข้มขึ้น” ทั้งที่น้ำก็ใส?
ทำไมถุงกาแฟบางถุงมี “วงกลมเล็ก ๆ” ทั้งที่กาแฟต้องเก็บให้มิดชิด?