หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ชีวิตคนธรรมดาในสมัยกรุงศรีอยุธยา ต่างจากละครย้อนยุคแค่ไหน

เขียนโดย thoughtloop

เวลาเห็นละครย้อนยุค หลายคนอาจคุ้นตากับภาพบ้านเรือนไทยสวย ๆ ผู้คนแต่งตัวเรียบร้อย พูดจาไพเราะ เดินทางด้วยเรือ และมีตลาดคึกคักอยู่ริมแม่น้ำ ภาพเหล่านี้มีส่วนที่อิงกับสังคมอยุธยาจริง แต่ถ้าลองถอดความเป็นละครออก แล้วมองชีวิตของคนธรรมดาในกรุงศรีอยุธยาจริง ๆ จะพบว่าชีวิตประจำวันมีทั้งเรื่องธรรมดาที่คุ้นเคย และเรื่องที่แตกต่างจากโลกปัจจุบันอย่างมาก

กรุงศรีอยุธยาเป็นเมืองใหญ่และเป็นศูนย์กลางการค้าสำคัญของภูมิภาค ผู้คนไม่ได้มีแค่ชาวอยุธยาเพียงกลุ่มเดียว แต่มีทั้งคนจากเมืองต่าง ๆ ในเอเชีย รวมถึงชุมชนชาวจีน เปอร์เซีย ญี่ปุ่น โปรตุเกส และกลุ่มอื่น ๆ เข้ามาค้าขายและตั้งถิ่นฐาน เมืองจึงมีความหลากหลายกว่าภาพ “เมืองโบราณของคนไทย” ที่มักเห็นในละครมาก

สำหรับคนธรรมดา ชีวิตส่วนใหญ่ผูกพันกับน้ำอย่างมาก แม่น้ำและคลองไม่ได้มีไว้เพียงชมวิวหรือเป็นฉากสวย ๆ แต่เป็นเส้นทางเดินทาง ขนส่งสินค้า และเชื่อมชุมชนเข้าหากัน บ้านจำนวนมากตั้งอยู่ใกล้แหล่งน้ำ และเรือเป็นพาหนะสำคัญในการเดินทาง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีเครือข่ายแม่น้ำและคลองหนาแน่น

ดังนั้นภาพคนพายเรือไปตลาดที่เห็นในละครจึงไม่ได้ไกลจากความเป็นจริงนัก เพียงแต่ชีวิตจริงอาจไม่ได้โรแมนติกเท่าในจอ เพราะการเดินทางทางน้ำก็ต้องเจอกับแดด ฝน กระแสน้ำ และความไม่สะดวกสารพัด

เรื่องอาหารก็เป็นอีกอย่างที่ละครมักนำเสนอให้ดูสวยงามกว่าชีวิตจริง คนส่วนใหญ่กินข้าวเป็นอาหารหลัก โดยเฉพาะข้าวเจ้าในพื้นที่ลุ่มภาคกลาง อาหารมักประกอบด้วยปลา ผัก และของที่หาได้ในท้องถิ่น รวมถึงอาหารที่ได้จากแม่น้ำและพื้นที่เกษตร

ตลาดเป็นสถานที่สำคัญมาก เพราะเป็นจุดแลกเปลี่ยนสินค้าและพบปะผู้คน ในอยุธยามีทั้งตลาดบกและตลาดน้ำ รวมถึงพื้นที่ค้าขายของชุมชนต่างชาติ สินค้าที่เข้ามาจากต่างประเทศมีตั้งแต่ผ้า เครื่องเทศ ของใช้ ไปจนถึงสินค้าหรูสำหรับชนชั้นสูง

แต่สำหรับชาวบ้านทั่วไป ไม่ได้หมายความว่าจะเดินเข้าไปซื้อของนำเข้าราคาแพงได้เหมือนตัวละครในละคร การค้าระหว่างประเทศส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับพ่อค้าและชนชั้นที่มีกำลังซื้อ ขณะที่คนทั่วไปยังดำรงชีวิตอยู่กับการผลิตอาหาร การค้าขนาดเล็ก และงานช่างต่าง ๆ

อาชีพของคนธรรมดาก็มีความหลากหลายมากกว่าที่ละครมักแสดง คนจำนวนมากเกี่ยวข้องกับการทำนาและการเกษตร แต่ก็มีช่างฝีมือ พ่อค้า คนงาน คนเรือ ชาวประมง และผู้ประกอบอาชีพอื่น ๆ อีกจำนวนมาก

 

และชีวิตไม่ได้มีแต่การทำมาหากินอย่างอิสระเสมอไป เพราะสังคมอยุธยามีระบบแรงงานและการเกณฑ์แรงงานของรัฐ ผู้ชายที่อยู่ในระบบไพร่สามารถถูกเรียกไปทำงานให้รัฐหรือรับราชการตามระบบของยุคนั้น ชีวิตจึงมีภาระต่อรัฐที่แตกต่างจากคนทำงานในปัจจุบันอย่างมาก

เรื่องชนชั้นก็เป็นสิ่งที่ละครบางเรื่องทำให้ดูเบาลงกว่าความเป็นจริง สังคมอยุธยามีลำดับฐานะที่ชัดเจน ตั้งแต่พระมหากษัตริย์และชนชั้นปกครองลงมาถึงไพร่และทาส สถานะทางสังคมส่งผลต่อหน้าที่ สิทธิ และรูปแบบการดำเนินชีวิต

โดยเฉพาะเรื่อง “ทาส” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสังคมอยุธยา คนที่ตกอยู่ในสถานะทาสมีหลายสาเหตุ เช่น เกิดจากครอบครัวทาส เป็นหนี้ หรือถูกขายตัวตามเงื่อนไขของสังคมในเวลานั้น รายละเอียดและสถานะของทาสก็มีหลายประเภท ไม่ได้หมายความว่าทุกคนมีชีวิตเหมือนกันทั้งหมด

นี่เป็นหนึ่งในเรื่องที่ทำให้ชีวิตจริงของคนสมัยอยุธยาต่างจากละครมาก เพราะละครมักเล่าเรื่องของตัวละครที่มีบทบาทสำคัญ ขณะที่คนส่วนใหญ่ในเมืองคือคนธรรมดาที่ใช้ชีวิตอยู่กับการทำงาน หาอาหาร ดูแลครอบครัว และรับมือกับภาระต่าง ๆ ของสังคม

ส่วนเรื่องการแต่งตัว ภาพที่เห็นในละครก็มีพื้นฐานจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ แต่เสื้อผ้าของคนอยุธยาไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด คนแต่ละฐานะและอาชีพแต่งตัวแตกต่างกัน และการแต่งกายก็เปลี่ยนไปตามช่วงเวลา

สิ่งที่ละครมักทำให้ดูง่ายเกินจริงคือเรื่องภาษา ตัวละครในละครสามารถพูดประโยคยาว ๆ ได้อย่างคล่องแคล่วและสื่อสารกันเหมือนคนในยุคปัจจุบัน เพียงแต่เปลี่ยนคำให้ดูโบราณ ขณะที่ภาษาในชีวิตจริงย่อมมีความหลากหลายตามชนชั้น กลุ่มคน และสถานการณ์ อีกทั้งเราก็ไม่มีทางรู้บทสนทนาในชีวิตประจำวันของคนธรรมดาทุกประโยคได้อย่างแน่นอน

บ้านเรือนก็เช่นกัน อยุธยามีทั้งบ้านของคนทั่วไป บ้านของชนชั้นสูง วัด อาคารราชการ และชุมชนหลากหลายรูปแบบ ไม่ใช่ทุกคนจะอยู่ในเรือนไทยหลังใหญ่ที่มีชานกว้างและเครื่องเรือนครบเหมือนฉากละคร

ที่สำคัญคือชีวิตคนสมัยนั้นมีสิ่งที่คนยุคปัจจุบันแทบจินตนาการไม่ออก นั่นคือโรคภัยและการรักษาพยาบาลที่มีข้อจำกัดมากกว่าในปัจจุบัน การติดเชื้อ บาดแผล อุบัติเหตุ และโรคระบาดสามารถสร้างผลกระทบต่อชุมชนได้มาก เพราะยังไม่มีความรู้ด้านจุลชีววิทยา ยาปฏิชีวนะ หรือระบบสาธารณสุขแบบสมัยใหม่

ในทางกลับกัน คนอยุธยาก็ไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างล้าหลังไปเสียทุกเรื่อง เมืองมีระบบการค้า มีการติดต่อกับต่างประเทศ มีช่างฝีมือ มีการเดินเรือ และมีความรู้ด้านการเกษตรและการจัดการน้ำที่เหมาะกับสภาพแวดล้อมของลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา

ถ้าลองนึกภาพคนธรรมดาคนหนึ่งในอยุธยา ตื่นขึ้นมาในตอนเช้า สิ่งแรกที่ต้องคิดอาจไม่ใช่การเปิดโทรศัพท์ดูข่าว แต่เป็นวันนี้จะไปทำงานที่ไหน จะหาอาหารจากที่ใด จะเดินทางอย่างไร และต้องรับผิดชอบหน้าที่อะไรบ้าง

ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีรถยนต์ ไม่มีอินเทอร์เน็ต และไม่มีร้านสะดวกซื้อเปิดตลอด 24 ชั่วโมง

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าชีวิตจะเงียบเหงา ผู้คนพบปะกันตามตลาด วัด ชุมชน และเส้นทางน้ำ การเดินทางของข่าวสารและสินค้าช้ากว่าสมัยนี้มาก แต่เมืองกลับเต็มไปด้วยผู้คนจากหลากหลายพื้นที่

ดังนั้น หากถามว่า ชีวิตคนธรรมดาในสมัยกรุงศรีอยุธยาต่างจากละครย้อนยุคแค่ไหน

คำตอบคือ ละครไม่ได้ผิดทั้งหมด แต่ละครเลือกเล่าเฉพาะส่วนที่เหมาะกับเรื่อง

เรือ ตลาด วัด การแต่งกาย บ้านริมน้ำ และการค้ากับต่างชาติ ล้วนมีพื้นฐานทางประวัติศาสตร์อยู่จริง แต่ชีวิตของคนส่วนใหญ่ไม่ได้เต็มไปด้วยฉากสำคัญหรือบทสนทนาสวย ๆ เหมือนในละคร

ชีวิตจริงน่าจะธรรมดากว่านั้นมาก

ตื่นขึ้นมา ทำงาน หาอาหาร เลี้ยงครอบครัว เดินทาง ทำหน้าที่ตามสถานะของตัวเอง แล้วกลับไปพักผ่อน

ฟังดูธรรมดาเหมือนชีวิตในวันนี้ เพียงแต่เปลี่ยนจากรถยนต์เป็นเรือ จากโทรศัพท์เป็นการบอกต่อ และจากร้านสะดวกซื้อเป็นตลาด

สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันอย่างน่าประหลาดคือ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ร้อยปี คนธรรมดาก็ยังต้องตื่นขึ้นมาเพื่อใช้ชีวิตของตัวเองต่อไป

เพียงแต่คนอยุธยาไม่มีทางรู้เลยว่า อีกหลายร้อยปีต่อมา ชีวิตธรรมดาของพวกเขาจะกลายเป็นเรื่องที่คนยุคใหม่อยากย้อนกลับไปทำความรู้จักอีกครั้ง

เนื้อหาโดย: thoughtloop
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
thoughtloop's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 9 ครั้ง
เขียนโดย thoughtloop
เริ่มจาก Thoughtloop ...
พอได้สังเกตสิ่งรอบตัว แล้วกลั่นออกมาเป็นตัวอักษร
เล่าเรื่องธรรมดาในวันที่หลายคนอาจมองข้าม
ความคิดเล็ก ๆ ที่อาจตรงกับใจของใครสักคน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
7 อาชีพอิสระ คนธรรมดาก็เริ่มได้ ไม่ต้องมีร้าน"มด" สื่อสารกันได้ไง? ทำไมเดินเรียงแถวตรงเป๊ะ?ต้อนรับ “การ์กี” อย่างยิ่งใหญ่ ลูกสาวคนแรกในครอบครัวรอบ 200 ปีหนึ่งวันของเทวดา เขาทำอะไรกันบ้างเปิด 5 อันดับ มหาวิทยาลัยไทยที่มีหลักสูตรค่าเรียนสูงที่สุด บางแห่งแตะ 5 ล้านบาท”เปิด 9 คณะที่มีคนสมัครมากที่สุดในไทย เด็กไทยแห่เรียนอะไรกัน?ฟลัชชิ่ง ช่วยให้เครื่องยนต์สะอาดขึ้นจริงหรือ? รู้ก่อนเสียเงินทำกาแฟแก้วละ 100 ทุกวัน ทำให้จนลงจริงไหม? มอง Latte Factor แบบไม่ต้องเลิกสุข4 เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ “เสียบปลั๊กทิ้งไว้ได้” 24 ชั่วโมง ไม่ต้องเดินถอดทุกครั้ง“แม่น้ำสินธุ” เส้นเลือดใหญ่แห่งเอเชียใต้ สายน้ำแห่งอารยธรรมโบราณ5 จังหวัดเศรษฐีเงียบ ค่าครองชีพไม่แรง แต่คนมีทรัพย์สินไม่น้อยคู่มือออกงานสังคมฉบับ Introvert คุยให้เฟรนด์ลี่ แล้วกลับบ้านแบบไม่ฝืนตัวเอง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
"มด" สื่อสารกันได้ไง? ทำไมเดินเรียงแถวตรงเป๊ะ?ฟลัชชิ่ง ช่วยให้เครื่องยนต์สะอาดขึ้นจริงหรือ? รู้ก่อนเสียเงินทำทำไมบางคนถึงใช้คำว่า “คนอีสาน” เป็นคำดูถูก ทั้งที่จริง ๆ แล้วเป็นเพียงชื่อของคนภูมิภาคหนึ่ง?คู่มือออกงานสังคมฉบับ Introvert คุยให้เฟรนด์ลี่ แล้วกลับบ้านแบบไม่ฝืนตัวเอง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
กินเผ็ดทะลวงไส้? ทำไมความแสบถึงฟิน และเมื่อไรควรหยุดก่อนกระเพาะประท้วงทำไมก้นขวดน้ำอัดลมถึงเป็นร่องเหมือนดอกไม้? ไม่ได้ทำไว้ให้สวย“กล้วยร้อยหวีพันผล” มหัศจรรย์ของธรรมชาติ กล้วยแปลกที่หนึ่งเครือมีผลนับพันคนอื่นไม่ได้ใส่ใจเราขนาดนั้น: เลิกคิดมากด้วย Spotlight Effect
ตั้งกระทู้ใหม่