5 เครื่องใช้ไฟฟ้าที่หลายบ้านใช้ผิดวิธีโดยไม่รู้ตัว รู้ไว้ช่วยลดทั้งค่าไฟและความเสี่ยง
เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายอย่างอยู่กับเราทุกวันจนกลายเป็นเรื่องปกติ หลายบ้านจึงใช้งานตามความเคยชินโดยไม่ทันคิดว่าบางพฤติกรรมอาจทำให้เครื่องทำงานหนักขึ้น กินไฟมากขึ้น หรือเพิ่มความเสี่ยงต่อระบบไฟฟ้าภายในบ้าน
ที่น่าสนใจคือ วิธีใช้ที่ถูกต้องบางอย่างเป็นเรื่องง่ายมาก เพียงเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กน้อยก็ช่วยให้ใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
1. ตู้เย็น – เสียบปลั๊กพ่วงเพราะคิดว่าเหมือนเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป
หลายบ้านนำตู้เย็นไปต่อกับปลั๊กพ่วง เพราะเห็นว่าเป็นวิธีที่สะดวก โดยเฉพาะบ้านที่เต้ารับอยู่ไกลจากตำแหน่งวางตู้เย็น
แต่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ PEA แนะนำว่า ตู้เย็นควรเสียบเข้ากับเต้ารับผนังโดยตรง และควรใช้เต้ารับที่ได้มาตรฐานและมีสายดิน
เหตุผลคือ ตู้เย็นทำงานตลอด 24 ชั่วโมง และในช่วงที่คอมเพรสเซอร์เริ่มทำงานอาจดึงกระแสไฟมากกว่าปกติ หากใช้ปลั๊กพ่วงที่ไม่เหมาะสม อาจเกิดปัญหากำลังไฟเกินหรือความร้อนสะสมได้
ดังนั้น ถ้าตู้เย็นตั้งอยู่ในบ้านเป็นจุดประจำ ไม่ควรใช้ปลั๊กพ่วงเป็นทางออกถาวร แต่ควรมีเต้ารับผนังที่เหมาะสมอยู่ใกล้เครื่องมากกว่า
วิธีใช้ที่ควรทำ: เสียบตู้เย็นเข้ากับเต้ารับผนังโดยตรง ตรวจสอบสายไฟและเต้ารับเป็นระยะ และอย่าวางตู้เย็นชิดผนังจนเกินไป
2. ไมโครเวฟ – เสียบปลั๊กทิ้งไว้ตลอดเพราะคิดว่าไม่ได้เปิดก็ไม่เป็นไร
หลายคนใช้ไมโครเวฟเสร็จแล้วก็ปิดประตูและปล่อยให้เสียบปลั๊กค้างไว้ เพราะคิดว่าเครื่องไม่ได้ทำงานจึงไม่น่ามีปัญหา
แต่ PEA เตือนเรื่องการเสียบปลั๊กไมโครเวฟทิ้งไว้ โดยแนะนำให้ถอดปลั๊กเมื่อไม่ได้ใช้งาน เพราะการเสียบปลั๊กทิ้งไว้อาจทำให้สิ้นเปลืองไฟโดยไม่จำเป็น และหากอุปกรณ์หรือระบบไฟฟ้ามีปัญหาก็เพิ่มความเสี่ยงได้
อีกเรื่องที่หลายคนมองข้ามคือสายไฟ หากสายไฟหรือปลั๊กมีรอยแตก รอยไหม้ หรือชำรุด ไม่ควรฝืนใช้งานต่อ
วิธีใช้ที่ควรทำ: หลังใช้งานควรปิดเครื่องและถอดปลั๊ก โดยเฉพาะเมื่อไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน พร้อมตรวจสอบสายไฟและปลั๊กอยู่เสมอ
3. ปลั๊กพ่วง – เสียบทุกอย่างรวมกันเพราะเห็นว่ายังมีช่องว่าง
ปลั๊กพ่วงเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มความสะดวก แต่ไม่ได้หมายความว่ายิ่งมีหลายช่องก็ยิ่งสามารถเสียบเครื่องใช้ไฟฟ้าพร้อมกันได้มากเท่านั้น
ปัญหาคือหลายบ้านใช้ปลั๊กพ่วงกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีกำลังไฟสูงหลายตัวพร้อมกัน เช่น กาต้มน้ำ เตารีด หม้อหุงข้าว หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าทำความร้อน
เมื่ออุปกรณ์หลายตัวทำงานพร้อมกัน กระแสไฟที่ไหลผ่านปลั๊กพ่วงก็เพิ่มขึ้น หากเกินความสามารถที่ปลั๊กพ่วงรองรับ อาจทำให้เกิดความร้อนสะสมและเพิ่มความเสี่ยงต่อไฟฟ้าลัดวงจรได้
PEA แนะนำให้เลือกปลั๊กพ่วงที่ได้มาตรฐาน รองรับกำลังไฟเพียงพอ และมีระบบป้องกันที่เหมาะสม นอกจากนี้ ปลั๊กพ่วงบางรุ่นมี Circuit Breaker ซึ่งสามารถช่วยตัดกระแสไฟเมื่อเกิดภาวะไฟเกินได้
วิธีใช้ที่ควรทำ: ดูกำลังไฟที่ปลั๊กพ่วงรองรับก่อนใช้งาน และหลีกเลี่ยงการนำเครื่องใช้ไฟฟ้ากำลังสูงหลายเครื่องมาเสียบรวมกัน
4. เครื่องปรับอากาศ – เปิดแอร์แล้วตั้งอุณหภูมิต่ำมากเพื่อให้ห้องเย็นเร็ว
พฤติกรรมนี้พบได้บ่อย โดยเฉพาะวันที่อากาศร้อน หลายคนคิดว่าการตั้งแอร์ไว้ที่ 18–20 องศา จะทำให้ห้องเย็นเร็วกว่าและทำให้แอร์ทำงานได้เต็มที่
แต่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแนะนำการตั้งอุณหภูมิประมาณ 26–27 องศาเซลเซียส และใช้พัดลมช่วยกระจายลมเย็นภายในห้อง เพื่อช่วยให้การใช้พลังงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น
PEA ยังระบุว่าการล้างเครื่องปรับอากาศอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เป็นหนึ่งในแนวทางช่วยให้เครื่องทำงานได้มีประสิทธิภาพ
ดังนั้น การเปิดแอร์ให้เย็นไม่ได้หมายความว่าต้องตั้งอุณหภูมิต่ำที่สุดเสมอไป
วิธีใช้ที่ควรทำ: ลองตั้งประมาณ 26–27 องศา ปิดประตูหน้าต่างให้สนิท และทำความสะอาดเครื่องอย่างสม่ำเสมอ
5. เครื่องซักผ้า – ใส่ผ้าแน่นจนเกินความจุ เพราะคิดว่าจะได้ซักเสร็จในรอบเดียว
บางบ้านพยายามประหยัดทั้งน้ำและเวลา ด้วยการใส่ผ้าลงเครื่องให้เต็มที่สุดเท่าที่จะใส่ได้
แต่การใส่ผ้ามากเกินไปไม่ได้หมายความว่าจะประหยัดเสมอไป เพราะเครื่องต้องทำงานหนักขึ้น และผ้าอาจถูกซักหรือปั่นได้ไม่ทั่วถึง
PEA แนะนำให้ใส่ผ้าให้เหมาะสมกับขนาดเครื่อง ไม่ควรซักจำนวนน้อยเกินไป และควรตรวจสอบปลั๊ก สายไฟ รวมถึงสภาพเครื่องให้อยู่ในสภาพดี
อีกเรื่องที่ควรระวังคือไม่ควรใช้งานเครื่องซักผ้าหากพบสายไฟหรือปลั๊กชำรุด เพราะเครื่องซักผ้าเกี่ยวข้องกับทั้งไฟฟ้าและน้ำ จึงควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นพิเศษ
วิธีใช้ที่ควรทำ: ใส่ผ้าในปริมาณที่เหมาะสมกับความจุเครื่อง ตรวจสอบสายไฟและปลั๊กเป็นระยะ และถอดปลั๊กหลังใช้งานเมื่อเหมาะสม
อีกเรื่องที่หลายคนทำโดยไม่รู้ว่ากำลังเพิ่มความเสี่ยง
นอกจากเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้ง 5 ชนิดแล้ว ยังมีพฤติกรรมหนึ่งที่ควรเลิกทำโดยเร็ว นั่นคือ การหักขาสายดินของปลั๊ก 3 ขา
บางคนเจอเต้ารับแบบ 2 รูแล้วเสียบปลั๊ก 3 ขาไม่ได้ จึงเลือกหักขาที่สามออกเพื่อให้ใช้งานได้
PEA ระบุว่าขาที่สามคือสายดิน ซึ่งมีหน้าที่ช่วยระบายกระแสเมื่อเกิดไฟฟ้ารั่วหรือลัดวงจร เพื่อลดความเสี่ยงที่กระแสไฟจะไหลผ่านร่างกายผู้ใช้งาน การหักขาสายดินออกจึงเป็นพฤติกรรมที่เพิ่มความเสี่ยงต่อไฟฟ้าดูด
ทางที่เหมาะสมกว่าคือเปลี่ยนเต้ารับให้รองรับปลั๊ก 3 ขาและมีระบบสายดินที่ถูกต้อง
ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าให้ถูก ไม่จำเป็นต้องยุ่งยาก
หลายพฤติกรรมที่กล่าวมานี้ไม่ใช่เรื่องซับซ้อน แต่เกิดจากความเคยชิน เช่น เสียบตู้เย็นกับปลั๊กพ่วง เสียบไมโครเวฟทิ้งไว้ ใช้ปลั๊กพ่วงกับเครื่องกินไฟหลายตัว หรือหักขาสายดินเพียงเพราะเสียบไม่เข้า
สิ่งสำคัญคือ เครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิดมีลักษณะการทำงานแตกต่างกัน จึงไม่ควรใช้วิธีเดียวกันกับทุกเครื่อง
การเลือกเต้ารับและปลั๊กพ่วงให้เหมาะสม ไม่ใช้งานอุปกรณ์ที่ชำรุด และปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิต รวมถึงคำแนะนำจากหน่วยงานด้านไฟฟ้า จะช่วยลดทั้งความเสี่ยงและปัญหาการใช้งานในระยะยาว
บางครั้งการประหยัดไฟและเพิ่มความปลอดภัยในบ้านไม่จำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์ใหม่ราคาแพง แค่ เปลี่ยนวิธีใช้ของที่มีอยู่ให้ถูกต้อง ก็ช่วยได้มากแล้ว
4 เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ “เสียบปลั๊กทิ้งไว้ได้” 24 ชั่วโมง ไม่ต้องเดินถอดทุกครั้ง
7 อาชีพอิสระ คนธรรมดาก็เริ่มได้ ไม่ต้องมีร้าน
ทำไมอาหารทอดถึงกรอบ แต่พอทิ้งไว้นานกลับนิ่ม?
ฮอกวอตส์ไม่มีแม่บ้าน! สูตรน้ำยาเวทมนตร์ล้างคราบจากของในครัว
กินหมูย่างมื้อเช้าทุกวัน เสี่ยงอะไรบ้าง และปรับยังไงให้กินได้สบายขึ้น
หนึ่งวันของเทวดา เขาทำอะไรกันบ้าง
ศาสตร์แห่งการนอนโง่ ๆ ทำไมวันหยุดที่ไม่ทำอะไรอาจช่วยให้สมองคิดเก่งขึ้น
5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาท
เปิดอันดับโลก ประเทศไหน “บ้าหวย” ที่สุด แชมป์ตัวจริงไม่ใช่ไทย
7 จุดในตู้เย็นที่ไม่ควรเก็บอาหารทุกชนิด หลายบ้านวางผิดที่โดยไม่รู้ตัว
เมื่อโครงการท่องเที่ยวรุกพื้นที่ชนพื้นเมือง บทเรียนจากแอริโซนา
5 จังหวัดเศรษฐีเงียบ ค่าครองชีพไม่แรง แต่คนมีทรัพย์สินไม่น้อย
กินหมูย่างมื้อเช้าทุกวัน เสี่ยงอะไรบ้าง และปรับยังไงให้กินได้สบายขึ้น
ฮอกวอตส์ไม่มีแม่บ้าน! สูตรน้ำยาเวทมนตร์ล้างคราบจากของในครัว
5 ของกินไวรัลที่คนไทยกำลังตามหา เปิดเมนูฮิตกระแสแรงจากโซเชียล
ทำไมอาหารทอดถึงกรอบ แต่พอทิ้งไว้นานกลับนิ่ม?
7 จุดในตู้เย็นที่ไม่ควรเก็บอาหารทุกชนิด หลายบ้านวางผิดที่โดยไม่รู้ตัว
ศาสตร์แห่งการนอนโง่ ๆ ทำไมวันหยุดที่ไม่ทำอะไรอาจช่วยให้สมองคิดเก่งขึ้น



