หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

คำคมเพื่อการมีชีวิตที่ดีจากไอน์สไตน์

เขียนโดย machete007

 

Albert Einstein นักวิทยาศาสตร์ชื่อก้องโลก ไม่ได้แค่ฝากทฤษฎีสัมพันธภาพหรือหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่ซับซ้อนเพื่อยกระดับเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังเคยให้ข้อคิด คำคม ที่มีการอ้างอิงถึงอยู่ตลอดในบทความต่างๆ และการขยายความหมายของมันก็ถูกเรียบเรียงใหม่ตามบริบทของผู้เขียนบทความดังกล่าว บทความนี้ก็เช่นกัน เราจะมาดูกันว่าแนวคิดของไอน์สไตน์ได้แนะนำการใช้ชีวิตอย่างไรกันบ้าง

 

If you want to live a happy life,

tie it to a goal,

not to people or things.

 

ถ้าคุณอยากมีชีวิตที่มีความสุข จงผูกมันไว้กับจุดหมาย ไม่ใช่ผูกไว้กับผู้คนหรือสิ่งของ

 

มุ่งหมายของพระพุทธองค์คือทรงต้องการหาวิธีที่จะทําให้มนุษย์ตัดกิเลส ตัดตัณหาได้ ซึ่งถ้าทําสําเร็จชีวิตก็จะไม่ถูกพันธนาการด้วยผู้คน หรือสิ่งของ จิตมนุษย์ยากแท้หยั่งถึง การฝากความหวังไว้กับผู้คนจึงมีโอกาส ผิดหวังสูง แม้แต่พระสงฆ์ซึ่งเป็นที่นับถือศรัทธาก็เคยมีข่าวอื้อฉาวที่ทําให้ ศาสนามัวหมองอยู่บ่อยครั้ง การยึดติดกับตัวบุคคลจะทําให้ท้อแท้และมอง ไม่เห็นจุดหมาย

 

คนที่ผูกติดความสุขของชีวิตไว้กับผู้คนหรือสิ่งของ ผู้นั้นจะสวมใส่ ทองหยองเต็มตัวเพื่อให้คนอื่นยอมรับ เวลาจัดงานแต่งหรืองานบวช ก็กู้หนี้ ยืมสินมาจัดอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อให้ผู้คนชื่นชม คนกลุ่มนี้จะไม่มีวันมีความสุข ที่แท้จริง ตราบใดที่ยังไม่รู้ว่าจุดหมายของการแต่งงานหรือการบวชคืออะไร

 

ในขณะที่วิทยาศาสตร์มุ่งหมายพัฒนาเทคโนโลยี สร้างวัตถุ เพื่อ กระตุ้นกิเลสตัณหาของมนุษย์ ซึ่งถ้าเราตกเป็นทาสของวิทยาศาสตร์ ชีวิตเรา ก็จะถูกพันธนาการด้วยวัตถุสิ่งของ เช่น ต้องเปลี่ยนมือถือใหม่ทุกปี ทั้งๆ ที่ จุดหมายของโทรศัพท์มือถือก็คือใช้เพื่อสื่อสารเท่านั้น

 

คนที่ปรารถนาจะได้แต่งงานมีครอบครัวที่อบอุ่น แต่กลับไปพันธนาการ ไว้ด้วยการยึดติดในตัวบุคคล ต้องแต่งกับคนหน้าตาดี มีการศึกษาสูง หรือยึดติดในวัตถุสิ่งของ เช่น ต้องมีบ้าน มีรถ การยึดติดแบบนี้ยิ่งจะทําให้ โอกาสบรรลุเป้าหมายคือการมีครอบครัวที่อบอุ่นน้อยลงไป การพันธนาการชีวิตด้วยจุดหมายทําให้ชีวิตมีความสุข เช่น แม้จะได้แต่งงานกับคนหน้าตา ไม่ดี หรือไม่ร่ำรวย แต่ครอบครัวอบอุ่น ความไม่สมบูรณ์ทางด้านวัตถุ อาจไม่สามารถทําให้เกิดความทุกข์ได้

นอกจากนั้น วิธีการไปสู่จุดหมายยังมีได้หลายทาง โดยไม่จําเป็นต้องใช้บุคคลหรือวัตถุอย่างใดอย่างหนึ่งเสมอไป การยึดจุดหมายเป็นหลักจะทำให้เราสามารถพลิกแพลงวิธีที่จะไปสู่จุดหมายได้มากขึ้น

 

 

Rejoice with your family in the beautiful land of life.

 

มีความสุขกับครอบครัวของคุณ ในดินแดนที่สวยงามของชีวิต

 

ดินแดนที่สวยงามของชีวิตไม่จําเป็นต้องเป็นสถานที่ใหญ่โตอลังการ แม้สนามเด็กเล่นเล็กๆ ข้างบ้าน เมื่อได้เห็นลูกวิ่งเล่นอย่างมีความสุข นั่นก็คือดินแดนที่สวยงาม ความสุขในครอบครัวคือสุดยอดของความสุข ทั้งปวง การดูภาพยนตร์ ท่องเที่ยว เล่นกีฬา ทานอาหาร ฯลฯ ถ้าได้ทํา ร่วมกับครอบครัวจะมีความสุขมากกว่าการไปคนเดียวหรือไปกับเพื่อนมากมายนัก

 

ดินแดนที่สวยงามของชีวิตอาจเป็นสวนสัตว์ดุสิตที่หลายๆ คนบอกว่า เบื่อ แต่เมื่อพาเด็กๆ ในครอบครัวไปอีกครั้ง ความสุข ความสนุก ความ ตื่นเต้นของเด็กๆ ทําให้สถานที่แห่งนั้นสวยงามขึ้นมาทันที

 

ครอบครัวสําคัญที่สุดในชีวิต แม้จะมีเพียงคู่ชีวิตที่เข้าใจกันแต่ไม่มี เพื่อนในสังคมเลย ก็ยังมีความสุขได้ ยิ่งถ้ามีลูก ๆ น่ารักด้วย ยิ่งถือว่า สมบูรณ์แบบ คนเราอยู่คนเดียวบนโลกไม่ได้ แต่อยู่สองคนได้ สังเกตว่า ธรรมชาติสร้างสิ่งต่างๆ เป็นคู่เสมอ มือ เท้า ตา หู หรือแม้แต่จมูกก็ยังมี สองรู ดังนั้นพยายามหาคู่ให้เจอ แล้วจะรู้ว่าโลกนี้สวยงามมากจริงๆ

ในประเทศตะวันตก คําว่า “ครอบครัว” ไม่ได้หมายถึงพ่อ - แม่ - ลูก เท่านั้น แต่หมายถึงทีมงานที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขมาด้วยกัน ดังนั้นไม่จําเป็นที่ว่า ครอบครัวต้องมาจากการแต่งงานหรือมีสายเลือดเดียวกันเสมอไป ในแต่ ละวันเราอยู่กับเพื่อนร่วมงานมากกว่าครอบครัวเสียด้วยซ้ํา ถ้าสามารถทํา ทีมงานให้เป็นครอบครัวได้ นั่นคือสวรรค์ของชีวิต

 

The true value of a human being can be found in the degree to which he has attained liberation from the self.

 

คุณค่าที่แท้จริงของการเป็นมนุษย์สามารถพบได้ตามระดับที่เขาสามารถหลุดพ้นจากตัวตน

 

ไอน์สไตน์เน้นเรื่องตัวตนมาก คําถามคือว่า เขาพบอะไรที่ใกล้เคียงกับคําว่าตัวกู ของกูในทางพุทธศาสนาหรือไม่ กายกับจิต ไม่ใช่ส่วนเดียวกัน เมื่อใดที่เราสามารถปล่อยให้จิตเป็นอิสระจากการเชื่อมโยงของประสาทสัมผัสภายนอกที่ทําให้รับรู้ถึงการมีตัวตน (อัตตา) เห็นสัมผัส ในสมองเป็นรูป และเห็นจิตที่รับอารมณ์เป็นนาม เมื่อนั้นเราจะสามารถ รับรู้เข้าใจความจริงแท้ ความรู้สึกถึงตัวกู-ของกู ทําให้มีความทุกข์ ตัวตนคือ องค์ประกอบของขันธ์ห้า ได้แก่ รูป สัญญา เวทนา สังขาร วิญญาณ เมื่อบรรลุภาวนามยปัญญาก็จะรู้ว่า รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ที่เกิดขึ้น แม้ สมองจะแปลผล แต่ถ้าจิตไม่ขึ้นมารับอารมณ์เสียอย่าง เวทนา ตัณหา ก็ไม่เกิด อุปาทานไม่มี สภาวะนั้นจิตจะเป็นอิสระ สงบ และพบกับความสุขอย่างแท้จริง

 

มนุษย์มีช่วงที่ตัวตนหายไปวันละ 6-8 ชั่วโมง คือขณะนอนหลับ เมื่อหลับไป ไม่มีความทุกข์ ร่างกายก็ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ช่วงที่หลับสนิท จะมีความสุขที่สุด ในทางการแพทย์ก็ยอมรับว่าการพักผ่อนที่ดีที่สุดคือ การนอนหลับ ถ้าเราสามารถตัดตัวตนได้ขณะยังตื่นอยู่ เราจะพบว่า โลกมนุษย์ก็คือสวรรค์ดีๆ นั่นเอง

 

รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส คือสิ่งที่ทําให้มนุษย์ยึดติดกับตัวตน เมื่อใดก็ตามที่เราสามารถสกัดผัสสะเหล่านี้ได้ เมื่อนั้นเราจะสามารถหลุดพ้นจากตัวตน ซึ่งวิธีการสกัดผัสสะนั้นพระพุทธองค์ได้ทรงสอนไว้อย่างละเอียด แล้ว ทั้งทางวิปัสสนากรรมฐานและสมถกรรมฐาน

 

คําคมประโยคนี้ของไอน์สไตน์ใกล้เคียงมากกับความหมายของระดับญาณในวิปัสสนากรรมฐาน หรือสามารถบอกได้เช่นกันว่าระดับญาณสามารถพบได้ตามระดับที่มนุษย์สามารถหลุดพ้นจากตัวตน

 

 

Intelligent life on other planets ?

I'm not even sure there is on earth.

 

มีสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาบนดาวดวงอื่นไหมน่ะหรือ ?

ผมไม่ค่อยแน่ใจนะว่าจะมีแม้แต่บนโลกนี้

 

ทําไมอภิมหาอัจฉริยะระดับไอน์สไตน์จึงกล่าวเช่นนี้ มนุษย์ ซึ่งฉลาดมากกว่าลิงอย่างมหาศาลยังไม่เรียกว่าทรงภูมิปัญญาอีกหรือ ถ้ามี สิ่งมีชีวิตบนดาวดวงอื่นและสามารถเดินทางมายังโลกได้ สิ่งมีชีวิตนั้นจะต้อง

 

ทรงภูมิปัญญากว่ามนุษย์หลายเท่า เพราะการเดินทางข้ามจักรวาลได้จะต้องมี กําลังสติปัญญาที่เข้าใจถึงมิติต่างๆ รวมทั้งรู้เรื่องการบิดเบี้ยวของกาลอวกาศ

 

ซึ่งแน่นอนว่ามนุษย์ต่างดาวจะต้องเฉลียวฉลาดกว่ามนุษย์โลกมากจากพฤติกรรมต่างๆ ของมนุษย์ เช่น การฉ้อโกง คอร์รัปชั่น ฆาตกรรม ข่มขืน สงคราม ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน แสดงให้เห็นว่ามนุษย์ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตอันทรงภูมิปัญญาเท่าที่หวังว่าจะเป็น

 

คำว่า “อวิชชา” ในทางพุทธศาสนาไม่ได้หมายถึงความไม่รู้ในศาสตร์ หรือศิลป์วิชาในสาขาต่างๆ แม้เราจะจบปริญญาเอกก็ยังมีอวิชชาได้ ซึ่งก็คือ การไม่รู้จักทุกข์ของชีวิตที่แท้จริง ไม่รู้ว่าอะไรเป็นสาเหตุแห่งทุกข์นั้น ไม่รู้ ความดับแห่งทุกข์ และไม่รู้จักวิธีที่จะปฏิบัติเพื่อดับทุกข์นั้น

 

สุนัขที่ถูกตีวันนี้เพราะไปกัดเฟอร์นิเจอร์เสียหายเมื่อวาน มันคงไม่เข้าใจว่าถูกตีเพราะสาเหตุใด แม้จะจับมันมาตีต่อหน้าเฟอร์นิเจอร์ และมนุษย์ที่ไม่เข้าใจว่าตัวเองต้องรับกรรมในปัจจุบันเพราะสาเหตุใดก็ไม่ต่างไปจากสุนัขตัวนั้น เพียงแต่เป็นอยู่ในกรอบที่กว้างขึ้น คือช่วงเวลาอาจจะเป็นสิบปี ยี่สิบปี หรือแม้แต่ชาติที่ผ่านมา ทําให้ลืมไปแล้วว่าเคยทําอะไรไม่ดีเอาไว้บ้าง

เนื้อหาโดย: machete007
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
machete007's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 10 ครั้ง
เขียนโดย machete007
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
4 เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ “เสียบปลั๊กทิ้งไว้ได้” 24 ชั่วโมง ไม่ต้องเดินถอดทุกครั้งนักร้องเสียงทองในห้องน้ำ ทำไมเสียงเราดีขึ้นทันตาเมื่อเปิดฝักบัวรีวิวหนังดัง UNITED 93 ไฟล์ต 937 อาชีพอิสระ คนธรรมดาก็เริ่มได้ ไม่ต้องมีร้าน8 สกิลนอกตำรา ที่โรงเรียนอาจไม่ได้สอนละเอียด แต่ชีวิตจริงต้องใช้ทุกวัน8 อาหารว่างไทยโบราณ ที่กลายเป็นคานาเป้ในงานเลี้ยงหรู ไม่ถูกหวยก็ไม่ได้แปลว่าแพ้ จัดอันดับ 3 ข้อดีที่ช่วยให้ใจและเงินยังอยู่กับเราเปิด 10 จังหวัดไทย แหล่งผลิตข้าวมากที่สุด ใครคือแชมป์นาข้าวของประเทศ?รางวัลที่ 1 เลขซ้ำ 5 หลัก เกิดยากแค่ไหนในทางสถิติญี่ปุ่นดูเปิดเรื่องเซ็กซ์ แต่ทำไมหนัง AV ยังต้องเซ็นเซอร์เลขเด็ด ปฏิทินคำชะโนด (ฉบับพิเศษ) งวดวันที่ 16 กันยายน 2569 สายพญานาคส่องเลย5 มหาวิทยาลัยไทยที่ดูสวยหรูเหมือนอยู่ต่างประเทศ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด พูดคุย ทั่วไป
เมื่อ Generative AI บุกวงการบันเทิง: ทำไมละครและซีรีส์ AI ถึงเริ่มยึดหน้าจอเราไม่ต้องพิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนเห็น แค่รู้ว่าตัวเองกำลังพยายามก็พอทำไมพุงฉันถึงใหญ่จัง ทั้งๆ ที่ฉันไม่ได้อ้วน? ชาวเน็ตเกาหลีกำลังฮิต "6 อาหารลดไขมันหน้าท้อง"แฮร์รี่และเมแกนเดินทางออกจากแคลิฟอร์เนียกลับไปยังสหราชอาณาจักรแล้ว! ทรัมป์แสดงความยินดี: "ผมไม่เคยชอบพวกเขาอยู่แล้ว"
ตั้งกระทู้ใหม่