หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

3 เกาะในไทยที่เคยถูกใช้เป็นสถานที่กักกันหรือสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์

เขียนโดย Gario

เมื่อพูดถึงเกาะในประเทศไทย ภาพที่หลายคนนึกถึงมักเป็นชายหาด น้ำทะเลใส และสถานที่ท่องเที่ยว แต่ในอดีตเกาะหลายแห่งไม่ได้มีไว้สำหรับการพักผ่อนเหมือนในปัจจุบัน บางแห่งเคยเป็นสถานที่ควบคุมตัวนักโทษ บางแห่งเคยเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ และบางแห่งมีความสำคัญต่อการเดินเรือและการปกครองของประเทศ

 

เรื่องราวเหล่านี้ทำให้เกาะที่ดูเหมือนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวธรรมดา มีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจซ่อนอยู่มากกว่าที่คิด

 

1. เกาะตะรุเตา จ.สตูล — จาก “คุกกลางทะเล” สู่มรดกธรรมชาติ

 

หากพูดถึงเกาะที่มีประวัติด้านการกักกันนักโทษอย่างชัดเจนที่สุดแห่งหนึ่งของไทย ชื่อของ “เกาะตะรุเตา” ต้องอยู่ในอันดับต้น ๆ

 

ในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาลไทยเลือกเกาะตะรุเตาเป็นสถานที่จัดตั้งทัณฑสถาน เนื่องจากเป็นเกาะที่อยู่ห่างจากแผ่นดินใหญ่และมีสภาพภูมิประเทศที่ทำให้การหลบหนีทำได้ยาก นักโทษกลุ่มแรกถูกส่งมายังเกาะในปี พ.ศ. 2481 ก่อนที่ในปี พ.ศ. 2482 จะมีการส่งนักโทษการเมืองจากคดีกบฏบวรเดชและกบฏนายสิบมาคุมขังที่นี่ด้วย

 

บริเวณอ่าวตะโละวาวจึงกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญของประวัติศาสตร์ทัณฑสถานไทยในยุคนั้น นอกจากนักโทษจะต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่ห่างไกลแล้ว การระบาดของโรคมาลาเรียในช่วงสงครามยังทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

 

ต่อมาทัณฑสถานถูกยกเลิก และพื้นที่ได้รับการเปลี่ยนสถานะเป็นอุทยานแห่งชาติในปี พ.ศ. 2517 ปัจจุบันเกาะตะรุเตาจึงกลายเป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ โดยยังมีร่องรอยของสถานที่กักกันในอดีตให้ศึกษา

 

สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ เกาะแห่งนี้ไม่ได้มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์เพียงอย่างเดียว เพราะบริเวณเกาะยังมีหลักฐานทางธรณีวิทยาที่สำคัญ โดยกลุ่มหินตะรุเตามีอายุราว 500 ล้านปี และเกี่ยวข้องกับการค้นพบฟอสซิลไทรโลไบต์ในประเทศไทยอีกด้วย

 

2. เกาะสีชัง จ.ชลบุรี — เกาะที่เคยเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์

 

เกาะสีชังมีภาพลักษณ์เป็นสถานที่ท่องเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ แต่หากย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ จะพบว่าเกาะแห่งนี้มีความเกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์ไทยถึง 3 พระองค์ ได้แก่ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6

 

ในสมัยรัชกาลที่ 5 เกาะสีชังได้รับการพัฒนาให้เป็นสถานที่ประทับแปรพระราชฐาน โดยมีการก่อสร้างพระจุฑาธุชราชฐานในปี พ.ศ. 2432 เพื่อใช้เป็นพระราชวังฤดูร้อน แต่การก่อสร้างต้องยุติลงในปี พ.ศ. 2435 เนื่องจากเหตุการณ์ ร.ศ. 112 ซึ่งเป็นช่วงที่ความสัมพันธ์ระหว่างสยามกับฝรั่งเศสตึงเครียดอย่างมาก

 

เกาะสีชังยังมีความสำคัญในด้านการบริหารราชการ เพราะในช่วงหนึ่งเคยเป็นสถานที่ที่พระมหากษัตริย์ทรงใช้ประทับและทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ รวมถึงเป็นพื้นที่พักอาศัยและประชุมของข้าราชบริพารและชนชั้นปกครอง

 

ปัจจุบันพื้นที่พระจุฑาธุชราชฐานได้รับการดูแลและพัฒนาเป็นพิพิธภัณฑ์และแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ทำให้ผู้มาเยือนสามารถเห็นร่องรอยของช่วงเวลาที่เกาะเล็ก ๆ แห่งนี้เคยมีบทบาทในประวัติศาสตร์ราชสำนักไทย

 

3. เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี — เกาะที่พระมหากษัตริย์เสด็จประพาสหลายพระองค์

 

เกาะพะงันอาจเป็นที่รู้จักในปัจจุบันจากชายหาดและกิจกรรมท่องเที่ยว แต่เกาะแห่งนี้ก็มีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจเช่นกัน

 

ข้อมูลจากหน่วยงานราชการระบุว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสเกาะพะงันเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2431 และเสด็จมายังเกาะแห่งนี้ถึง 14 ครั้ง โดยพระองค์พระราชทานชื่อให้กับน้ำตกหลายแห่ง เช่น น้ำตกธารเสด็จ น้ำตกธารประเวศ และน้ำตกธารประพาส

 

ความสำคัญของเกาะพะงันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงรัชกาลที่ 5 เพราะมีข้อมูลว่าพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีอีกหลายพระองค์ก็เคยเสด็จประพาสเกาะแห่งนี้ ได้แก่ รัชกาลที่ 6 รัชกาลที่ 7 และรัชกาลที่ 9

 

ร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการเสด็จประพาสยังคงปรากฏอยู่ในพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณน้ำตกธารเสด็จ ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างเกาะพะงันกับประวัติศาสตร์ราชวงศ์จักรี

 

จากเกาะที่มีเรื่องราวในอดีต สู่สถานที่ท่องเที่ยวในปัจจุบัน

 

ทั้ง 3 เกาะมีประวัติแตกต่างกันอย่างชัดเจน เกาะตะรุเตาเคยเป็นสถานที่กักกันนักโทษและนักโทษการเมือง ขณะที่เกาะสีชังเคยเป็นสถานที่ประทับและเกี่ยวข้องกับพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ ส่วนเกาะพะงันมีประวัติการเสด็จประพาสของพระมหากษัตริย์หลายพระองค์

 

สิ่งที่เหมือนกันคือ เมื่อเวลาผ่านไป บทบาทของเกาะเหล่านี้ได้เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย จากสถานที่ที่มีความสำคัญด้านการปกครอง การควบคุมตัว หรือพระราชกิจ กลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์

 

ดังนั้น หากมีโอกาสเดินทางไปยังเกาะเหล่านี้ การมองเพียงความสวยงามของทะเลอาจทำให้พลาดเรื่องราวสำคัญที่ซ่อนอยู่ เพราะชายหาด อาคารเก่า น้ำตก หรือเส้นทางเดินบางแห่ง ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นจริงและช่วยบอกเล่าอดีตของประเทศไทยได้เป็นอย่างดี

เนื้อหาโดย: Gario
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Gario's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 62 ครั้ง
เขียนโดย Gario
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ฮ่องเต้จีนทำไมต้องมี สายลูกปัดบังหน้า เหตุผลแท้จริงไม่ใช่แค่ความสวยงามทำไมสับปะรดเคยเป็นของฟุ่มเฟือยที่สุดของยุโรป10 ล้านล้านพารามิเตอร์ยังไม่ใช่ทั้งหมด — เบื้องหลังแผน AI ครั้งใหญ่ของ AlibabaAI วิเคราะห์สถิติ 20 ปีหวยงวด 1 ตุลาคม 69 ให้เลขท้าย 2 ตัวเน้นๆ!อยู่คนเดียวตอนอายุมากขึ้น…ทำไมบางวันถึงรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วเหลือเกินLandwasser Viaduct สะพานรถไฟกลางเทือกเขาแอลป์ ผลงานวิศวกรรมที่โค้งเข้าไปในภูเขาอย่างน่าเหลือเชื่อ5 คณะที่เรียนจบมาแล้ว มีอาชีพรองรับมากกว่าที่คิดโรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทยดวงจันทร์มี “แผลใหม่” กว้าง 222 เมตร — ภาพก่อนและหลังเผยหลุมที่ไม่เคยอยู่ตรงนั้น5 เมนูอาหารไทยโบราณที่หาทานยาก ชื่อคุ้นหู แต่คนรุ่นใหม่อาจไม่เคยชิมรู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไรแนวทางเลขเด็ด "ทักษาพารวย" งวด 1 ตุลาคม 2569 รวมเลขเด็ด 2 ตัว 3 ตัว
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
อำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทำไมถึงต้องหลอมทอง7 เมมโมรี่การ์ด PS1 / PS2 ลายการ์ตูนลิมิเต็ด! ของชิ้นเล็กยุคเกมเก่าที่ราคาพุ่ง9 พรมลายคลาสสิกทอมือยุคเก่า! จากของแต่งบ้าน สู่ของสะสมราคาหลักล้าน8 แก้วสเลอปี้ลายซูเปอร์ฮีโร่ยุคแรก! ของธรรมดาจาก 7-Eleven ที่วันนี้กลายเป็นของ Rare
ตั้งกระทู้ใหม่